ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/278603

ฉลอง 1 ปี อิซเซ่ มิยะเกะ ดูเพล็กซ์ สโตร์ เผยโฉม ‘แคปซูล คอลเลคชั่น’ เฉพาะประเทศไทย
เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระพิเศษ ครบรอบ 1 ปี ของอิซเซ่ มิยะเกะ (ISSEY MIYAKE) ดูเพล็กซ์ สโตร์ แห่งแรกของไทย ณ สยาม ดิสคัฟเวอรี่ อิซเซ่ มิยะเกะ เหล่าเซเลบริตี้และลูกค้าคนสำคัญ ร่วมงานพรีวิว “แคปซูล คอลเลคชั่น” (Capsule Collection) เอ็กซ์คลูซีฟ คอลเลคชั่น เฉพาะประเทศไทย มี 3 เฉดสีพิเศษ เทาอ่อน ชมพู และฟ้า ใน 5 สไตล์ ได้แก่ โค้ต แจ็คเกต กระโปรง เสื้อ และเดรส รังสรรค์ขึ้นด้วยเทคนิคพิเศษ “สตีม สเตรทช์” (Steam Stretch) โดยมี โยชิยูกิ มิยามาเอะ (Yoshiyuki Miyamae) ดีไซเนอร์หลักของแบรนด์ บินตรงจากญี่ปุ่นเพื่อมาถ่ายทอดแรงบันดาลใจและเผยเบื้องหลังการทำงาน ในโอกาสอันน่ายินดีนี้

อิซเซ่ มิยะเกะ ก่อตั้งขึ้นโดย มร.อิซเซ่ มิยะเกะในปี 1970 โดยมีเรียลิตี้ แล็บ (Reality Lab) หรือห้องทดลองที่เปรียบเสมือนจุดกำเนิดของทุกไอเดียและทุกการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ บนหน้าประวัติศาสตร์ของโลกแฟชั่นตลอด 40 ปีที่ผ่านมา มร.อิซเซ่ มิยะเกะ เป็นหนึ่งในดีไซเนอร์ ผู้ครีเอทไอเท็มชิ้นสำคัญระดับมาสเตอร์พีซมาแล้วมากมาย รวมทั้งผลงานผ้าพลีทอันโด่งดังที่เริ่มขึ้นในปี 1989 จิตวิญญาณในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ของ มร.มิยะเกะ ได้รับการส่งต่อให้กับดีไซเนอร์เจเนอเรชั่นใหม่ ทั้งอดีต และปัจจุบัน ทั้งนี้ โยชิยูกิ มิยามาเอะ(Yoshiyuki Miyamae) และทีมของเขาคือผู้อยู่เบื้องหลังคอลเลคชั่นเสื้อผ้าสตรีของอิซเซ่ มิยะเกะ ตั้งแต่คอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2012 รวมถึงการค้นพบเทคนิค “สตีม สเตรทช์” ในการรังสรรค์เสื้อผ้าใน “แคปซูล คอลเลคชั่น”

โยชิยูกิ มิยามาเอะ ดีไซเนอร์หลักของอิซเซ่ มิยะเกะ เผยว่า “แคปซูล คอลเลคชั่น” รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับโอกาสนี้ ใช้เทคนิคกระบวนการอัดพลีทแบบพิเศษที่เรียกว่า “สตีม สเตรทช์” โดยเริ่มต้นจากใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมข้อมูลของรอยจีบไว้บนผืนผ้า จากนั้นจึงนำมาตัดเย็บตามทรงที่ต้องการแล้วใช้เทคนิค Steam หรือเตารีดไอน้ำสตีม เมื่อเส้นด้ายสัมผัสความร้อนจากไอน้ำจะเกิดการจับพลีทและหดตัวตามรูปทรงเสื้อผ้า จึงสามารถนำมาสวมใส่ได้เลยโดยไม่ต้องเย็บหรือตัดอีก ด้วยความแน่วแน่ในการพัฒนาและวิจัยอย่างไม่หยุดยั้ง อิซเซ่ มิยะเกะ จึงสามารถผลิตวัตถุดิบแบบออริจินัล ซึ่งไม่มีใครสามารถเลียนแบบการค้นพบดังกล่าวทำให้เกิดการต่อยอดการอัดพลีทในรูปแบบใหม่ๆ ที่วิธีการเดิมทำไม่ได้ อาทิ การทำเป็นพลีทสามมิติ หรือพลีทเส้นโค้ง ซึ่งช่วยให้ทรงของชุดแนบเข้ากับรูปร่างได้ดีและให้ความรู้สึกว่าชุดห่อหุ้มร่างกายของผู้หญิงได้อ่อนโยนมากขึ้นกว่าเดิม
“เมื่อเราได้แนวเส้นของลายบนผ้าออกมาแล้ว จากนั้นจะป้อนโปรแกรมการทอหรือโครงร่างของการทอลงบนผืนผ้า ซึ่งในขั้นตอนนี้สิ่งที่เราต้องมี ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีของคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ต้องใช้ความรู้และประสบการณ์หลากหลายด้านมาประกอบ เช่น เรื่องเส้นด้าย การทอ เป็นต้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญมากจึงไม่ใช่ศักยภาพของคอมพิวเตอร์ แต่เป็นจินตนาการของมนุษย์และทีมเวิร์ก เพราะในการผลิตชุดแบบใหม่ของเรานั้น ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น คนจากโรงงานบริษัทสิ่งทอ ดีไซเนอร์ หรือผู้เขียนแพทเทิร์น จะต้องล้อมวงช่วยกันคิดและตัดสินใจ เพื่อให้ได้อิมเมจที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน”
นุศรา ลิปตพัลลภ หนึ่งในสาวกแบรนด์อิซเซ่ มิยะเกะ ยาวนานกว่า 20 ปี เผยความรู้สึกที่มีต่อแบรนด์เสื้อผ้าสุดโปรดที่เป็นมากกว่าเสื้อผ้า แต่เป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่งที่มีคุณค่าในการสะสมว่า “รู้สึกตื่นตาตื่นใจทุกครั้งที่มีคอลเลคชั่นพลีทแบบใหม่ สงสัยนานมากแล้วว่า พลีทที่ออกมาเป็นรูปทรงกลมๆ หรือบางชิ้นที่ผสมผสานหลายแบบนั้นทำได้อย่างไร สิ่งที่ทำให้หลงใหลแบรนด์นี้มาตลอดคือ ความไม่หยุดในการพัฒนาทั้งเทคนิค ดีไซน์ รวมถึงการพัฒนาคน เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ให้เซอร์ไพรส์ในทุกคอลเลคชั่น สำหรับแคปซูล คอลเลคชั่นล่าสุดนี้ มีความพิเศษที่สีเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับเมืองไทยเท่านั้น ได้แก่ สีชมพู สีฟ้า สีเทาอ่อน ซึ่งถือเป็นเกียรติสำหรับแฟนอิซเซ่ มิยะเกะชาวไทย ที่ไม่ควรพลาดสะสมไว้เป็นหนึ่งในคอลเลคชั่น”


อัญชลีพร ปุณโณทก อีกหนึ่งแฟนแบรนด์ตัวจริงที่ตกหลุมรักอิซเซ่ มิยะเกะ ตั้งแต่แรกเห็นที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 1993 ซึ่งเป็นปีแรกที่แบรนด์ PLEASTS PLEASE ISSEY MIYAKE ได้แยกออกมาเป็นแบรนด์ของตัวเอง กล่าวว่า “สำหรับเสน่ห์ของอิซเซ่ มิยะเกะ ที่ทำให้ชื่นชอบ คือ ความสร้างสรรค์ และฟังก์ชั่นการใช้งาน ใส่ง่าย สะดวก ดูแลรักษาง่ายมาก และเป็นเสื้อผ้าที่มีดีไซน์ที่ไม่มาก หรือไม่น้อยเกินไป ยิ่งวันนี้ได้มารับฟังดีไซเนอร์เล่าถึงการสร้างสรรค์เสื้อผ้าสักชุด ซึ่งเป็นเหมือนงานศิลปะชิ้นหนึ่ง ทำให้รู้สึกภูมิใจมากยิ่งขึ้นที่ได้สวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์นี้ ทุกวันนี้ในตู้เสื้อผ้าของตัวเองมีเสื้อผ้าอิซเซ่ มิยะเกะ หลายคอลเลคชั่นมาก บางครั้งก็นำมามิกซ์แอนด์แมทช์กัน อาจสลับชิ้นไปมาเป็นสไตล์ของตัวเอง หรือเลือกเป็นสีตัดกันบ้าง หรือเพิ่มแอคเซสซอรี่เข้าไป อย่างคาดเข็มขัดหรือผูกผ้าคาดเอวให้เป็นสไตล์ของตัวเอง
อิซเซ่ มิยะเกะ ดูเพล็กซ์ สโตร์แห่งนี้ ตั้งอยู่บนชั้น G-M ของ สยามดิสคัฟเวอรี่ ออกแบบตกแต่งภายในโดย โทคุจิน โยชิโอกะ (Tokujin Yoshioka) ซึ่งเป็นผู้ดีไซน์ร้านที่มหานครลอนดอนและกรุงโตเกียว เน้นความโมเดิร์น เรียบโก้ ทว่ายังคงจิตวิญญาณของความเป็น อิซเซ่ มิยะเกะ ไว้อย่างเต็มเปี่ยม โดยเปิดอย่างเป็นทางการให้คนไทยได้เยี่ยมชมคอลเลคชั่นล่าสุดส่งตรงจากรันเวย์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา โดยมี แบรนด์ภายใต้แบรนด์อิซเซ่ มิยะเกะ วางจำหน่ายอยู่ภายในร้านทั้งหมด 7แบรนด์ ได้แก่ อิซเซ่ มิยะเกะ (ISSEY MIYAKE), อิซเซ่ มิยะเกะ เมน (ISSEY MIYAKE MEN), พลีตส์ พลีส อิซเซ่ มิยะเกะ (PLEATS PLEASE ISSEY MIYAKE), ออมม์ พลิซเซ่ อิซเซ่ มิยะเกะ (HOMME PLISSE’ ISSEY MIYAKE), มี อิซเซ่ มิยะเกะ (me ISSEY MIYAKE), เบา เบา อิซเซ่ มิยะเกะ (BAO BAO ISSEY MIYAKE) และหนึ่งสามสองห้า อิซเซ่ มิยะเกะ (132 5. ISSEY MIYAKE)