แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยันไม่มีเชื้อไวรัสไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/278941

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยันไม่มีเชื้อไวรัสไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยืนยันไม่มีเชื้อไวรัสไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่

วันพุธ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

จากผลสำรวจที่ผ่านมา พบว่า ประเทศไทยสูญเงินไปกับภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโรคไข้เลือดออกสูงมากถึง 290 ล้านบาทเป็นอันดับ 2 จากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองลงมาจากประเทศอินโดนิเซีย ดังนั้น ในโอกาส “วันไข้เลือดออกอาเซียน” หรือ ASEAN Dengue Day สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชีย นำโดย ศาสตราจารย์แพทย์หญิงอุษา ทิสยากร นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชีย สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทยนำโดย รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) นายแพทย์ ทวีโชติพิทยสุนนท์ และสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย นำโดย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร จึงร่วมกันรณรงค์ต้านภัยไข้เลือดออก ภายใต้แนวคิดหลัก United Fight Against Dengue ผลักดันให้เกิดการป้องกันไข้เลือดออกด้วยแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสมหวังปลดล็อกคนไทยจากการป่วยและเสียชีวิต บรรลุเป้าหมายตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดไว้ร่วมกับชาติอื่นๆ ในอาเซียน คือ ลดอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 50 และลดอัตราการเจ็บป่วยจากโรคร้อยละ 25 ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2563

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียรให้ข้อมูลว่า “ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีอัตราผู้ติดเชื้ออยู่ในช่วงอายุ 10-30 ปี เพิ่มมากขึ้น หรือพูดง่ายๆว่า โรคนี้ผู้ใหญ่เป็นกันมากขึ้น โดยเกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่สายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งใน 4 สายพันธุ์ ซึ่งมีการดำรงของโรคไม่ต่างจากเด็ก แต่ความรุนแรงของโรคที่เพิ่มขึ้นอาจมีปัจจัยมาจากการติดเชื้อหลายครั้งมาก่อนแต่อาจไม่แสดงอาการ คนไข้ที่เป็นผู้ใหญ่เองมักไม่รีบพบแพทย์ หายาทานเอง หรือแพทย์วินิจฉัยล่าช้าด้วยความเคยชินว่าเป็นโรคของเด็ก รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตและสุขภาพของผู้ป่วย หรือโรคประจำตัวอื่นๆ เช่น ดื่มเหล้าจนเป็นเหตุที่อาจทำให้เลือดออกมากที่ไตจนเสียชีวิตได้เมื่อเป็นไข้เลือดออก”

“ความรุนแรงของไข้เลือดออกนั้นไม่ได้เกิดจากการที่มีไวรัสสายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด จากการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกมีร่างกายที่แข็งแรงมาก่อน บางครั้งมีแนวโน้มที่ร่างกายหรือภูมิต้านทานของร่างกายจะตอบโต้หรือมีปฏิกิริยาต่อเชื้อที่บุกรุกรุนแรงเท่านั้นเพื่อทำลายเชื้อไวรัส จนในบางครั้งการตอบสนองรุนแรงจนทำให้มีอาการและแสดงอาการที่รุนแรงได้”

รองศาสตราจารย์(พิเศษ)นายแพทย์ ทวีโชติ พิทยสุนนท์ กล่าวเสริมว่า “อัตราการตายจากโรคไข้เลือดออกของประเทศไทยถือว่าต่ำที่สุดในย่านอาเซียนจากการดูแลรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ยังคงเป็นโรคที่น่ากังวลและมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปี เนื่องจากไข้เลือดออกเป็นโรคที่เฉียบพลัน ผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออกอาจรุนแรงกระทั่งเสียชีวิตได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน บางรายมีแต่อาการไข้ เพลียในสองวันแรก วันที่ 3-4 อาการเริ่มทรุดหนัก วันที่ 5-6 อาจจะรุนแรงจนกระทั่งเสียชีวิตได้ ปัจจุบันแม้จะมีโครงการวิจัยยาฆ่าเชื้อไวรัสเดงกี่ขึ้นมาแล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จในด้านยารักษาจำเพาะ ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นต้องทำในวันนี้คือการป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงหรือการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออกที่ได้รับการจดทะเบียนใน 16 ประเทศแล้วรวมทั้งในประเทศไทยด้วย โดยมีประสิทธิภาพป้องกันกว่าร้อยละ 65.6 ซึ่งหมายความว่า ในจำนวนคน 100 คนจะช่วยป้องกันโรคได้ 65 คน ส่วนที่อีก 35 คนยังอาจมีการติดเชื้อไข้เลือดออกได้ แต่ความรุนแรงของโรคจะลดลงได้กว่าร้อยละ 90”

ด้าน ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียรกล่าวทิ้งท้ายว่า “แม้อัตราการตายในประเทศไทยน้อยกว่าที่อื่น ซึ่งนับว่าเป็นเพราะประเทศไทยมีการวางแนวทางดูแลรักษาและให้การดูแลผู้ป่วยได้ดี แต่ปัญหาการติดเชื้อนั้นใหญ่กว่าตัวเลขที่สะท้อนมาก ในปีหนึ่งประเทศไทยมีคนเป็นไข้เดงกี่และไข้เลือดออกราว 40,000-50,000 คน แต่ในความเป็นจริงพบว่าการติดเชื้อในเด็กและผู้ใหญ่บางรายไม่มีอาการ ดังนั้นในปีหนึ่งๆ อาจมีคนติดเชื้อราว 2 แสนคน และในช่วงปีที่มีการระบาดที่มีรายงานมากกว่าแสนหรือสองแสนคนแต่ความจริงแล้วมีคนติดเชื้อนี้ อาจใกล้หลักล้าน และเราลืมไปว่ากลุ่มที่ไม่มีอาการก็ถือเป็นกลุ่มที่แพร่เชื้อให้ผู้อื่นด้วย หากคนเหล่านี้ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน การติดเชื้อและการแพร่ระบาดย่อมลดลงได้

อีกทั้งภาวะโลกร้อน การเพิ่มขึ้นของชุมชนเมือง การเดินทางของประชากร ล้วนมีส่วนทำให้การเกิดโรคมากขึ้น เพราะยุงมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง การปราบยุงและการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ถือว่าเป็นการป้องกันที่ได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากสารเคมีของยาที่พ่นจำเป็นต้องสัมผัสตัวยุง ยุงที่ซ่อนอยู่ในบ้านยังคงมีอยู่”

ปิดท้ายกับ ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง อุษา ทิสยากร นายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งเอเชียกล่าวว่า “ทวีปเอเชียมีผู้ป่วยไข้เลือดออกสูงที่สุดในโลกถึงร้อยละ 70 เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนด คือ ลดอัตราการเสียเสียชีวิตร้อยละ 50 และลดอัตราการเจ็บป่วยจากโรคร้อยละ 25 ให้ได้ภายในปี พ.ศ. 2563 ซึ่งเหลือเวลาอีกเพียง 3 ปีเท่านั้น ประเทศไทย ควรพิจารณานำข้อควรปฏิบัติที่องค์การอนามัยโลกแนะนำมาปฏิบัติให้ครบทั้ง 5 ประการ ซึ่งได้แก่ 1) การวินิจฉัยโรคให้เร็วและทำการรักษาให้เร็วที่สุด ซึ่งประเทศไทยนับว่าทำได้ดี 2) จัดการระบบการเฝ้าระวังไวรัสไข้เลือดออก ซึ่งมีแค่ 4 สายพันธุ์ 3) ทุกหน่วยงานต้องทำการควบคุมยุง ที่บ้านและชุมชนของตนเอง 4) ถ้ามีวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติ โดยเฉพาะในประเทศที่มีโรคไข้เลือดออกระบาดมาก ควรนำมาใช้ป้องกันโรค และ 5) ต้องมีการเก็บข้อมูลและทำวิจัยต่อไปอีก เพื่อให้ทุกอย่างมีการพัฒนาต่อไป

ทั้งนี้ ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะลดอัตราการติดเชื้อไข้เลือดออกลงได้ หากทุกคนร่วมมือกันสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกและการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ”

Leave a comment