ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/278789

โครงการตามพระดำริใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี
ด้วยน้ำพระทัยที่ทรงเปี่ยมไปด้วยพระเมตตา และพระกรุณาธิคุณใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทำให้ประชาชนชาวไทยได้รับโอกาส และคุณประโยชน์อย่างยิ่งจากพระกรณียกิจและโครงการต่างๆ ในพระดำริ กอปรกับทรงมีพระปรีชาสามารถทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม พิษวิทยา ด้านการแพทย์และสาธารณสุข ด้านการศึกษาวิจัยและวิชาการ หรือแม้กระทั่งทางด้านศิลปศาสตร์การดนตรีทำให้โครงการต่างๆ เป็นไปเพื่อการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทย
สานต่อที่พ่อให้ทำ โครงการตามพระดำริด้านการแพทย์และสาธารณสุข และด้านการศึกษาและวิชาการ ตลอดระยะเวลาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงงานหนักตลอดระยะเวลาที่ครองสิริราชสมบัติเสมอมา หนึ่งในสิ่งที่พระองค์ทรงห่วงใยต่อพสกนิกรชาวไทยคือ “ปัญหาด้านสุขภาพอนามัย” ซึ่งพระองค์ทรงถือว่าปัญหาด้านสุขภาพอนามัยของประชาชนนั้นเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข ดังมีพระดำรัสตอนหนึ่งความว่า“ถ้าคนเรามีสุขภาพเสื่อมโทรม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้เพราะทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติ ก็คือพลเมืองนั่นเอง”
ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงดำรงตำแหน่งเป็นประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในสมเด็จพระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์ไทย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระมารดาของการแพทย์ชนบท และสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในการที่จะให้ประชาชนชาวไทยได้มีสุขภาพพลานามัยที่สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติสืบไป

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงติดตามถวายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการเสด็จทรงเยี่ยมราษฎรในต่างจังหวัดและท้องถิ่นทุรกันดาร ทำให้ทรงได้รับทราบถึงความทุกข์ทรมานจากการเจ็บไข้ได้ป่วยที่เกิดขึ้นกับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่ยากจน และอยู่ห่างไกลความเจริญ
พ.ศ. ๒๕๔๗ “ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง” และสังคมของผู้ป่วยโรคมะเร็ง นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและอัตราการเสียชีวิตที่ลดลง ภายใต้การศึกษาวิจัยเพื่อค้นคว้าองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ควบคู่กับการป้องกันค้นหามะเร็งระยะเริ่มต้นในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง การสืบค้น และวางแผนการรักษา ด้วยการผ่าตัด การให้เคมีบำบัด การฉายรังสี หัตถการรักษามะเร็ง และการรักษาผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งมีโอกาสรอดชีวิต มีอายุยืนยาวขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
พ.ศ. ๒๕๕๘ “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นโรงพยาบาลทั่วไป”
ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องประกอบกับผู้ป่วยมะเร็งที่รักษาอยู่เดิม และผู้ป่วยรายใหม่ที่เข้ามารักษา เริ่มมีภาวะโรคอื่นแทรกซ้อนมากขึ้น เช่น โรคหัวใจ โรคไตเบาหวาน ความดันโลหิตสูงโรคทางระบบประสาท กระดูกหักจากการแพร่กระจายของโรคร้าย ด้วยพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณในศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ทรงมีพระดำริให้ ขยายการให้บริการของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์จากการรักษาเฉพาะผู้ป่วยมะเร็ง เป็นการรักษาผู้ป่วย ร่วมกับการรักษาแบบทั่วไป เพื่อให้การรักษาพยาบาลครอบคลุมโรคต่างๆ ได้มากขึ้น ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้จัดสร้างโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ส่วนขยาย ขนาด ๔๐๐ เตียงเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘ อันเป็นวันคล้ายวันประสูติของพระองค์ท่าน และทรงมีพระดำริให้ “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นโรงพยาบาล ทั่วไป” เปิดให้บริการรักษาผู้ป่วยครอบคลุมทุกโรคด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ในการรองรับการให้บริการ “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ส่วนขยาย ขนาด ๔๐๐ เตียง” ในโครงการเฉลิมพระเกียรติ ๙๐ ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

พ.ศ. ๒๕๕๙ “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์”
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นการรวมหน่วยงานภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ ได้แก่ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ขึ้นเป็นสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐบาล มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตนักวิจัยและแพทย์ฝีมือดีเข้าสู่วงการแพทย์ โดยศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีทรงมีพระวินิจฉัย เห็นชอบให้รวมหน่วยงานดังกล่าว และพระราชทานนาม “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์” โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๙ ตาม พระราชบัญญัติราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๕๙
พ.ศ. ๒๕๖๐ “วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์”
ก่อตั้งขึ้นภายในโครงการเฉลิมพระเกียรติ ๙๐ ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อถวายราชสดุดี และระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตนักวิจัยและแพทย์ฝีมือดีเข้าสู่วงการแพทย์ เพื่อตอบสนองความต้องการของประเทศในการผลิตบุคลากรทางการแพทย์ในสาขาที่ขาดแคลน สร้างบัณฑิตแพทย์ พยาบาล รังสีเทคนิคที่มีทักษะทางการแพทย์ และสาธารณสุขที่ดี เป็นนักวิจัย นักพัฒนา มีคุณธรรม และการมีจิตอาสา รวมถึงการค้นคว้าวิจัยทางด้านวิชาการตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางการแพทย์ให้ทัดเทียมนานาประเทศ ตลอดจนการให้บริการทางการแพทย์ที่ทันสมัยมีคุณภาพ ตามหลักมาตรฐานสากลแก่ประชาชน การบริการส่งเสริม ทางด้านคุณธรรม จริยธรรม และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม รับผิดชอบต่อสังคมไทยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งนี้ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ มีหน้าที่ ๒ ประการ คือ
-การผลิตบัณฑิตหลักสูตรระดับปริญญาตรี โดยหลักสูตรที่วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์จะเปิดการเรียนการสอนในปีการศึกษา ๒๕๖๐ เป็นปีการศึกษาแรกมีดังนี้ หลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารังสีเทคนิค
-โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นส่วนหนึ่งของวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ทำหน้าที่ให้การบริบาลรักษาผู้ป่วย การทำวิจัย และให้การสนับสนุนการศึกษาในหลักสูตรต่างๆ ของวิทยาลัย

พ.ศ. ๒๕๖๐“ศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์”
ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ โครงการจัดสร้างอาคารสำหรับหน่วยงานภายใต้ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จึงถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยจะเริ่มดำเนินโครงการจัดสร้างบนเนื้อที่ ๒๔ ไร่ภายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ ๙๐ ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ นี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชนาม “ศูนย์การแพทย์ภัทรมหาราชานุสรณ์” ให้เป็นชื่อของอาคาร อันมีความหมายว่า ศูนย์การแพทย์ที่ระลึกถึงพระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐยิ่ง เพื่อถวายสดุดี และระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อประชาชนไทยตลอดระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติ เพื่อการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทย
พ.ศ. ๒๕๖๐ “ศูนย์การแพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์”
ในโอกาสที่ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเจริญ พระชนมายุครบ ๕ รอบ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๐ เพื่อเฉลิมพระเกียรติ และน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณในโอกาสมหามงคลดังกล่าว ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จึงได้จัดสร้างอาคารเพื่อขยายการให้บริการของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ บนพื้นที่ ๑๗ ไร่ ภายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อเป็นอาคารผู้ป่วยทั่วไปและศูนย์การแพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉิน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระราชทานนามศูนย์การแพทย์ดังกล่าวว่า “ศูนย์การแพทย์ภัยพิบัติและฉุกเฉินเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์” โดยอาคารทั้งกล่าวจะขยายการให้บริการของโรงพยาบาลจุฬาภรณ์สู่ความชำนาญเฉพาะทางด้านการบริบาลรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด ครอบคลุมการตรวจวินิจฉัย การรักษา การฟื้นฟู และป้องกันโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมด้วยห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ และบริการดูแลทุกสถานการณ์ฉุกเฉินด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดตลอด ๒๔ ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังให้บริการครอบคลุมการตรวจรักษาโรคทั่วไป โรคเฉพาะทางด้านศัลยกรรมกระดูกและข้อ การตรวจสุขภาพ และการให้บริการตรวจทางด้านรังสีวินิจฉัยด้วย เครื่องมือที่ทันสมัย และเครื่องตรวจวิเคราะห์ประสิทธิภาพสูง อาทิ เครื่อง MRI และ CT Scan เพื่อรองรับการตรวจรักษาผู้ป่วยทุกโรค และเพื่อเชื่อมโยงการรักษาทางคลินิกร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ หลักสี่ โดยจะเปิดให้บริการในเดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๐ นี้
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม 2560 ขอน้อมเกล้าฯ ถวายพระพร ขอทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญ เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนานเทอญ
เมื่อครั้งในมหามงคลสมัยที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗๒ พรรษา ในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีพระดำริให้จัดตั้ง“ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง” บนพื้นที่ ๑๐ ไร่ ประกอบด้วยอาคาร ๓ หลัง ได้แก่ อาคารโรงพยาบาลขนาด ๑๐๐ เตียง ๑๔ ชั้น อาคารศูนย์ไซโคลตรอนและเพทสแกนแห่งชาติ ๓ ชั้น และอาคารอเนกประสงค์และที่จอดรถ ๙ ชั้น เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาสโดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งให้มีโอกาสเข้าถึงการบริบาลด้านสาธารณสุขด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีที่ทันสมัยระดับสากล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบำบัดรักษาและศึกษาวิจัยค้นคว้าหาองค์ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ ด้านการวินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็ง อันจะนำไปสู่การช่วยเหลือประชาชนไทยให้ปลอดภัยจากโรคร้ายและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ดังพระดำรัสในครั้งที่เสด็จทรงเปิดศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง ความว่า…..
“ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ได้รับความทุกข์ทรมานจากโรคมะเร็งและเป็นการยกระดับการรักษาให้ได้มาตรฐานสากล ช่วยพัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงการค้นคว้าวิจัยทางด้านวิชาการ ตลอดจนเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้ทัดเทียมนานาประเทศ สมดังที่ข้าพเจ้าได้ตั้งปณิธานไว้” พระดำรัส ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

พ.ศ. ๒๕๕๒ “โรงพยาบาลจุฬาภรณ์”
ด้วยพระบารมีและพระอัจฉริยภาพใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และพระวิริยอุตสาหะของพระองค์ตลอดระยะเวลา ๕ ปี ของการดำเนินงาน ศูนย์วิจัยศึกษาและบำบัดโรคมะเร็ง ที่เน้นการดูแลผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง การวิจัยมุ่งสู่ความเป็นเลิศ และการสร้างเครือข่ายวิจัยและรักษาทั้งในและต่างประเทศ พัฒนาก้าวหน้าไปอย่างต่อเนื่อง จนมีความพร้อมในการเปิดโรงพยาบาลด้านโรคมะเร็งอย่างครบวงจร จึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามใหม่ว่า“โรงพยาบาลจุฬาภรณ์” และเสด็จทรงเปิดดำเนินการโรงพยาบาลอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๙ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๒ เพื่อเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางชำนาญการด้านโรคมะเร็ง ขนาด ๑๐๐ เตียง มีภารกิจในการช่วยเหลือบำบัดดูแลรักษาและบรรเทาความเดือดร้อนทุกข์เข็ญทั้งร่างกาย จิตใจ