กยท.หวังดันราคายางขึ้น70บาท วอนเกษตรกรหยุดเคลื่อนไหว!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/279952

กยท.หวังดันราคายางขึ้น70บาท วอนเกษตรกรหยุดเคลื่อนไหว!

กยท.หวังดันราคายางขึ้น70บาท วอนเกษตรกรหยุดเคลื่อนไหว!

วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 14.46 น.

10 ก.ค.60 นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) แถลงสถานการณ์ราคายางพาราเกิดขึ้นในช่วงนี้ และแนวทางการแก้ไขปัญหา ว่า ขอทำความเข้าใจภาพรวมในเรื่องราคาขึ้นลงเป็นวัฐจักรทางธุรกิจ ซึ่งไทยส่งออกยางรายใหญ่ของโลก ทำให้มีผลกระทบต่อเกษตรกรค่อนข้างมากได้รับปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจโลก ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามแก้ไขในหลายมาตรการลงสู่เกษตรกรสวนยาง เชื่อว่าสัปดาห์หน้าราคายางปรับตัวดีขึ้น เมื่อมาตรการทั้งหมดเดินหน้าเต็มที่ส่งผลกระตุ้นให้กลไกตลาดปรับตัวดีขึ้น ในส่วนราคาน้ำยางสด ลดต่ำลงตอนนี้ 40 บาทต่อกิโลกรัม

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (11 ก.ค.) กยท.หาดใหญ่ จ.สงขลา จะเรียกสมาคมน้ำยางข้น ผู้ประกอบการ เครือข่ายเกษตรกร มาพูดคุยให้เพิ่มจุดรับซื้อมากขึ้น หลังจากได้รับการสนับสนุนสินเชื่อจากรัฐบาลไปแล้ว 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มเงินหมุนเวียนสภาพคล่องให้ผู้ประกอบ เพื่อเข้าไปรับซื้อพยุงราคา ไม่ให้ตกกว่านี้โดยใช้ราคาฐานไม่ต่ำกว่า 40 บาท ให้เร่งเข้าไปแก้ไขปัญหาราคาน้ำยางตก เนื่องจากปริมาณยางออกมาพร้อมๆ ในเดือน มิ.ย. – ส.ค.เป็นช่วงปริมาณยางออกมาก ไม่ต่ำกว่า 3 แสนตัน คาดว่าเกษตรกรน่าจะอยู่ได้ โดยต้นทุนยางแผ่นรมควัน อยู่ที่ 53 บาท ตอนนี้ ราคาในตลาด 53.20 บาท จะดันราคาขึ้นไป 60 – 70 บาทต่อกิโลกรัม

รวมทั้งผลักดันมาตรการแก้ไขระยะสั้นส่งเสริมการใช้ยางในประเทศ ได้รวบรวมความต้องการใช้ยาง เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา จาก 9 หน่วยงานราชการ มีปริมาณใช้น้ำยาง 1 หมื่นตัน ยางแห้ง 1.2 หมื่นตัน และใช้ยางในอนาคต 1.2 หมื่นตัน น้ำยางข้น ซี่งในวันที่ 13 ก.ค.นี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะเชิญหน่วยงานรัฐมาประชุมขอตัวเลขการใช้ยางเพิ่มเติมจากที่เสนอมาแล้ว

นายธีธัช กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้สนับสนุนสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาท แก่สถาบันเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร 510 แห่ง เสนอขอสินเชื่อ 5.5 พันล้านบาท อนุมัติวงเงินไปแล้ว เบิกเงินกว่า 367 แห่ง พร้อมเร่งจ่ายช่วยเหลือรายได้ให้ครัวเรือนๆ ละไม่เกิน15 ไร่ๆ ละ 1,500 บาท ยังตกค้างอีกกว่า 1 แสนราย จะจ่ายให้เสร็จโดยเร็ว และเงินสินเชื่อเพื่อการแปรรูป วงเงิน 1.5 หมื่นล้าน แก้ไขอุปทานยางพาราล้นตลาด เร่งรัดการใช้ยางในประเทศ ขณะนี้มีผู้ประกอบการแปรรูป ขอกู้ 29 ราย วงเงิน 8.8 พันล้านบาท ใช้ยางในประเทศปีละ 3 หมื่นตันต่อปี และจัดตั้งกองทุนรักษาเสถียรภาพราคายาง ร่วมกับบริษัทส่งออกยางรายใหญ่ 5 เสือ วงเงิน 1,200 ล้านบาท อยู่ในขั้นตอนการจดทะเบียน โดยสัปดาห์หน้าเข้าซื้อขายในตลาดได้ อย่างไรก็ตาม กองทุนนี้เป็นกองทุนเฉพาะกิจ เมื่อราคายางเป็นปกติจะหยุดดำเนินการ นอกจากนี้ กยท.ได้อนุมัติวงเงินการซื้อในตลาดยางแต่ละแห่ง ทั้งตลาดท้องถิ่น 100 กว่าแห่ง และตลาลกลาง 6 แห่งทั่วประเทศ เพื่อดูดซับปริมาณได้มากที่สุด

ผู้ว่าฯ กยท.กล่าวอีกว่า ได้จัดหาความร่วมมือในตลาดต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยตนไปประชุมสภาไตรภาคียาง 3 ชาติ หารือสถานกาณ์ราคายาง เห็นชอบเร่งรัดจัดประชุมระดับรัฐมนตรี เร็วๆ นี้ ยังมีมติร่วมกันลดพื้นที่ปลูกและควบคุมปริมาณส่งออก เพื่อให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้น โดยคณะอนุไตรภาคีจะหารือเพื่อดำเนินการให้เป็นตามข้อตกลงได้อย่างไร โดยเข้าที่ประชุมระดับรัฐมนตรี ในเดือน ก.ย.นี้

“ราคายางปรับลงขณะนี้เพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น เมื่อดำเนินการไปทุกอย่างพร้อมกันสถานการณ์ปรับเป็นปกติ ด้วยปัจจัยพื้นที่ฐานตรวจสอบ ความต้องการใช้ยางพาราเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น การขยายตัวในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศจีน สหรัฐฯ ดีขึ้น ทำให้การใช้มากขึ้น สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคายางแผ่นดิบอยู่ที่ 50 กว่าบาท ปรับลดลงเพียง 80 สตางค์ เมื่อเทียบจาก 2 – 3 สัปดาห์ที่ผานมา เห็นว่าฐานราคาเริ่มแน่น ทั้งนี้ ในข้อเรียกร้องแกนนำและเกษตรกรสวนยาง รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ ได้รับฟังแนวทางจากเกษตรกร อดีตนักการเมือง ในแต่ละพื้นที่มาปรับวิธีการทำงาน นำยางในสต็อกมาใช้ในประเทศมากขึ้น นำ พ.ร.บ.ควบคุมยาง มาใช้ อยากให้ทุกภาคส่วนร่วมมือ ความขัดแย้งใดๆ ไม่ส่ผลดีต่อตลาด การเคลื่อนไหวของเกษตรกรยิ่งทำให้ราคายางปรับตัวลง ต่างชาติจับตามองสถานการณ์ในประเทศ ไปกดดันราคาในตลาดโลก ควรช่วยกันสร้างบรรยากาศที่ดี คาดว่าปีนี้จัดเก็บเงินเซส ค่าธรรมเนียมส่งออกยางได้ 6 –  7 พันล้านบาท ส่วนปัญหาขาดแรงงานกรีดยาง และแรงงานในโรงรมยาง เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องปรับตัว” นายธีธัช กล่าว

Leave a comment