ส่องเกษตร : กาฬสินธุ์ต้นแบบเมืองข้าว(1)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/280135

449007

ส่องเกษตร : กาฬสินธุ์ต้นแบบเมืองข้าว(1)

วันพุธ ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มีการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหมเป็นประธาน พิจารณาเรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปด้านการเกษตรโดยเฉพาะข้าว โดยเสนอให้กาฬสินธุ์เป็นจังหวัดต้นแบบ ในการศึกษาความเป็นไปได้เพื่อจัดตั้ง“เขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองข้าว”

คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินหรือ กขป.นั้น รัฐบาลตั้งขึ้นมา 6 คณะด้วยกัน เพื่อเร่งรัดปฏิรูปประเทศในด้านต่างๆ ซึ่งคณะที่ 5 ที่“บิ๊กป้อม” เป็นประธาน ดูแลการปฏิรูปหลายด้าน ทั้งเรื่องความมั่นคง,ลดความเหลื่อมล้ำ, การเกษตร,ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเรื่องที่เป็นวาระเร่งด่วนและการแก้ไขปัญหาการดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศ

ข้อเสนอให้กาฬสินธุ์เป็นจังหวัดต้นแบบ “เมืองข้าว” นี้ มีวัตถุประสงค์ผลิตข้าวเชิงอุตสาหกรรมครบวงจรตามแนวทางที่สปท.-สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ได้เสนอยุทธศาสตร์การปฏิรูปข้าวตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง และสนับสนุนการผลิตข้าวแปลงใหญ่ ใช้แนวทางสหกรณ์

เรื่องนี้นับเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจยิ่ง ผมจึงขออนุญาตนำรายงานของสปท.ดังกล่าวมาเผยแพร่ โดยเป็นรายงานชื่อว่า“นำร่องเมืองข้าว : จังหวัดกาฬสินธุ์..Rice City Pilot Project : Kalasin Province” ในฉบับสรุปสำหรับผู้บริหาร ซึ่งคงจะต้องกินเนื้อที่คอลัมน์นี้ต่อเนื่องสัก 2-3 ตอน…

มาเริ่มดูรายงานชิ้นนี้กันเลยครับ

……………………………….

การแก้ปัญหาข้าวของประเทศเกี่ยวข้องกับเกษตรกร 3.5 ล้านครัวเรือน ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพยากจน เกี่ยวข้องกับขีดความสามารถในการแข่งขันที่ลดน้อยถอยลงเมื่อเทียบกับประเทศซึ่งเป็น ผู้ส่งออกข้าว อีกทั้งด้านปัจจัยการผลิตของไทยมีต้นทุนสูง แรงงานขาดแคลน ปัญหาดินเสื่อมโทรม การเข้าถึงแหล่งน้ำ โดยกว่าร้อยละ 75 ของพื้นที่เกษตรไม่สามารถเข้าถึงระบบชลประทาน

จากสภาวะดังกล่าวอนาคตข้าวไทยในลักษณะเกษตรกรรมพื้นฐาน 1.0 อาจไม่สามารถดำรงอยู่ได้ จำเป็นที่จะต้องมีการขับเคลื่อนปฏิรูปข้าว ทั้งโครงสร้างในลักษณะองค์รวม ด้วยการเชื่อมโยงตั้งแต่การผลิตข้าวด้วยการส่งเสริมการทำนาเกษตรแปลงใหญ่เชิงภาคอุตสาหกรรม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกร อีกทั้งจะต้องมีการส่งเสริมโรงสีข้าวสมัยใหม่ที่เป็นอุตสาหกรรม 4.0 อุตสาหกรรมแปรรูปข้าว การเพิ่มมูลค่าด้วยนวัตกรรมการผลิตสมัยใหม่ การต่อยอดกับงานวิจัยเชิงพาณิชย์ โดยต้องนำเกษตรกรชาวนาเข้ามาเป็นศูนย์กลางของการปฏิรูปตลอดห่วงโซ่คุณค่าข้าว ซึ่งจะท้าให้เกิดการขับเคลื่อนแก้ปัญหาข้าวอย่างบูรณาการในลักษณะ “Farm to Table”

บนบริบทแห่งการเปลี่ยนแปลง อนาคตข้าวไทยอาจต้องเผชิญกับการแข่งขันด้านราคา เนื่องจากการเพิ่มพื้นที่และอุปทานข้าวทั้งของประเทศไทยและประเทศต่างๆที่นับวันจะสูงขึ้น ในช่วงที่ ผ่านมาปริมาณข้าวส่วนเกินของโลกเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.20 แต่ปริมาณการส่งออกข้าวของโลกกลับเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 9.53 ทั้งนี้ ในช่วงตั้งแต่ปี 2554 ขีดความสามารถการแข่งขันข้าวไทย ในตลาดโลกลดลงอย่างชัดเจน มีประเทศส่งออกทั้งจากภูมิภาคและนอกภูมิภาคเข้ามาแข่งขันด้านราคา เช่น อินเดียซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลก ขณะที่เวียดนามมีศักยภาพทั้งด้านราคาและคุณภาพที่จะเข้ามาเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดส่งออกของไทย นอกจากนี้ประเทศที่เป็นผู้ส่งออกสำคัญ เช่น ปากีสถาน สหรัฐอเมริกา เมียนมาร์ กัมพูชาซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้ส่วนแบ่งการตลาดของไทยลดลงจากร้อยละ 30 เหลือร้อยละ 20

จากการศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจด้านการเกษตร ใน คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ พบว่า การแข่งขันข้าวในอนาคตจะทวีความรุนแรงขึ้น ขณะที่ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยจะลดน้อยถอยลง

การขับเคลื่อนปฏิรูปข้าวจะต้องมีการ เชื่อมโยงห่วงโซ่ข้าวตลอดทั้งระบบ (Rice Value Chain) หลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา ทิศทางข้าวต้องมุ่งไปสู่การผลิตข้าวคุณภาพ เช่น ข้าวเพื่อสุขภาพ ข้าววิตามิน ข้าวอินทรีย์ ข้าวปลอดสารพิษ ข้าวสำเร็จรูป ฯลฯ เกี่ยวข้องกับกระบวนการควบคุมการผลิต และการมีมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งหมด เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปโครงสร้างข้าวไปสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

หมดสัมปทานพื้นที่คอลัมน์ตอนนี้แค่นี้ก่อน สัปดาห์หน้าว่ากันต่อครับ

สาโรช บุญแสง

Leave a comment