แตกใบอ่อน : เรื่องดีๆไม่รีบทำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/280330

807934531

แตกใบอ่อน : เรื่องดีๆไม่รีบทำ

วันพฤหัสบดี ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เคยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าครับว่าตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาทุกครั้งเวลาที่พูดถึงวิกฤติพลังงานในบ้านเราทีไร ทั้งรัฐบาลกระทรวงพลังงาน หรือแม้แต่การไฟฟ้า ก็มักจะมาบ่นๆๆ ให้ประชาชนคนทั่วไปอย่างเราๆ ท่านๆ ฟังอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า อนาคตวิกฤติพลังงานในบ้านเราน่าเป็นห่วงสักแค่ไหน ราคาน้ำมัน ราคาก๊าซ รวมถึงค่าไฟฟ้า จะพุ่งขึ้นไปสูงยังไง ก่อนจะตบตูดต่อท้ายบอกให้เราทุกคนช่วยกันประหยัด

แต่พอจะมีใครสังเกตบ้างหรือเปล่าครับว่า ประโยคคำพูดเหล่านี้ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีๆ ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม เมื่อก่อนเคยถาม เคยบ่น กันยังไงเดี๋ยวนี้ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นเหมือนเดิมอยู่อย่างนั้น

สถานการณ์ที่ผ่านมา มันเหมือนกับว่า ทั้งรัฐ ทั้งเรา ต่างคนต่างรู้ถึงปัญหาดี แต่ก็ไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมอะไรกันสักอย่าง โดยเฉพาะในระดับนโยบาย ไม่ว่าจะผ่านมากี่รัฐบาลก็ร้อบแบะๆ กันมาตลอด “พลังงานทางเลือก” บ้านเรามันถึงไม่โตกันเสียที

แล้วก็ไม่ใช่แค่ไม่โตกันเปล่าๆ ทุกวันนี้ยังต้องมานั่งเถียง นั่งสู้กันอีกกับ“โรงไฟฟ้าถ่านหิน” จนผมเองก็อดสงสัยและแอบคิดในใจว่า รัฐาลในบ้านเราเขามีอะไรซ่อนไว้อยู่ข้างหลังกันบ้างหรือเปล่าเพราะไม่เห็นจะยอมสนับสนุนพลังงานทางเลือกกันจริงๆ จังๆ เสียที

ไม่ต้องดูที่ไหนไกลครับ เอาแค่เรื่อง “โซลาร์รูฟท็อป” หรือระบบเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์มาเป็นพลังงานไฟฟ้าบนหลังคา ถ้าดูกันดีๆ ก็จะเห็นว่า คนที่กุมนโยบายเรื่องนี้ในบ้านเรามีอาการอิดๆ ออดๆ กันขนาดไหนกับการสนับสนุนเรื่องนี้ ทั้งที่ชาวบ้านและใครๆ ต่อใครก็พากันออกมาร้องแรกแหกกระเชอให้รัฐช่วยสนับสนุนเรื่องนี้กันให้เต็มสูบ เพราะมันคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม และมีความเหมาะสมจริงๆ กับสภาพอากาศอย่างบ้านเราที่ร้อนจนแดดเผากันเปรี้ยงๆๆอยู่แทบทุกวี่ทุกวันขณะที่ต้นทุนราคาอุปกรณ์ติดตั้ง ก็ยิ่งมีแต่จะลดลงเรื่อยๆ ก็ยิ่งทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์หรือคุ้มทุนได้มากขึ้นเร็วขึ้น

ดังนั้นจึงทำให้ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าแล้วแบบนี้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเราจะไปมัวกลัวอะไรอยู่

ยิ่งถ้ารัฐบาลออกมาประกาศปาวๆๆว่า จะเข็นประเทศไทยให้เป็น “Thailand 4.0” จะผลงานวิจัย นวัตกรรม และการคิดค้นเทคโนโลยี นำพาบ้านเมืองให้กลายเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วภายใน 20 ปี ก็ยิ่งต้องบอกว่า รัฐบาลต้องรีบตื่นลืมตาขึ้นมาลงมือปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริงๆ ได้แล้ว เพราะถ้ามัวแต่นั่งนึก นอนฝัน เอาแต่พูดอยู่อย่างนี้ก็ไร้ประโยชน์ครับ

ดูอย่างประเทศอินเดียโน่นสิ พัฒนาพลังงานทางเลือกเสียจนสามารถสร้างโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ระดับโลกไปแล้ว

ที่วันนี้ผมต้องมาเขียนเรื่องนี้ ไม่ใช่อะไรนะครับ มันทนไม่ไหวแล้วจริงๆ ผู้ใหญ่ในรัฐบาลก็มัวแต่มะงุมมะงาหราคิดอะไรทำอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้ ดึงเกมกันไปดึงเกมกันมา เหมือนมองไม่เห็นปัญหา ทีจะซื้อเรือดำน้ำ เครื่องบิน รถถัง นี่ไวจัง…3 ปีมานี่ ล่อเข้าไปกี่หมื่นล้านแล้ว ได้นับบ้างหรือเปล่า

แต่พอมาถึงเรื่องพลังงาน ซึ่งถ้าจะให้พูดแบบกำปั้นทุบดินก็ต้องบอกว่า เรื่องนี้มันก็เรื่องความมั่นคงของคนไทยเหมือนกัน กลับเหมือนแกล้งโยนให้ชาวบ้านมานั่งเถียงกับการไฟฟ้า เถียงกับกระทรวงพลังงานอยู่นั่นแหละว่าจะเอา-ไม่เอา “ถ่านหิน” ทั้งที่ก็รู้ก็เห็นกันอยู่แล้วว่า จริงๆ บ้านเรายังมีพลังงานทางเลือกอะไรอีกบ้างที่ทำได้

อยากจะโปร อยากจะศึกษา “ถ่านหิน” ก็ศึกษาไปสิครับ ทำไปเลย และทำให้รู้แน่ว่าไอ้ที่จะไปสร้างที่แถบ “อันดามัน” หรือที่อื่นๆ น่ะมันดีจริงหรือเปล่า มันได้ความคุ้มค่ามากกว่าที่จะเสียไปหรือเปล่า

แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเปิดประตู“ทางเลือก” อื่นๆ ให้กับประชาชนเขาด้วย

อย่าคิดเอาแต่จูงจมูกหรือชี้นิ้วสั่งให้ซ้ายหันขวาหัน เหมือนคนไทยไม่มีสมองอย่างเด็ดขาด

เรื่องดีๆ ไม่รีบทำ ระวังเดี๋ยวชาวบ้านเขาจะคิดบ้างว่า ที่หวงก้างกันอยู่ทุกวันนี้ เพราะกลัวค่าไฟถูกแล้วผลประโยชน์ของใครมันจะหายไปนะครับ

มะลิลา

Leave a comment