ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/289351

Rookies : ตัวตนที่น่าค้นหา ของหนุ่มยิ้มเสน่ห์‘สิงโต-ปราชญา’
แม้ว่า “SOTUS The Series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง” ทางช่องวัน 31 จะลาจอไปตั้งแต่เมื่อต้นปี แต่กระแสความฮอตของคู่จิ้นขวัญใจสาววาย “คริส-สิงโต”ก็ยังคงแรงดีไม่มีตก ไม่ว่าจะขยับตัวทำอะไรก็ได้ใจแฟนๆ ไปซะหมด ครั้งก่อนเรามีโอกาสรู้จักกับ หนุ่มคริส พี่ว้ากสุดโหด(ในจอ) กันไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงคิวของ “ก้องภพ” น้องปีหนึ่งอย่าง“สิงโต-ปราชญา เรืองโรจน์” กันบ้าง รับรองว่าแฟนๆ ต้องกรี๊ดไปกับหลากหลายมุมชีวิตของเขา ที่ถ่ายทอดออกมาด้วยรอยยิ้มและสายตาที่ทรงเสน่ห์อย่างแน่นอน


เมื่อครั้งเป็นเด็กชาย
ในวัยเด็กสิงเป็นคนค่อนข้างที่จะเนิร์ดมากเลยครับ ตั้งแต่ประถมปลายๆ จนถึงม.ต้นเลย จะเป็นเด็กที่เนิร์ดมาก ถ้าเปรียบเทียบก็คือจะเป็นเด็กที่นั่งหน้าตลอด แต่ว่าไม่ได้ตั้งใจเรียนนะ ก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นตัวเองต้องการอะไร (ยิ้ม) แต่ว่าต้องนั่งหน้า ต้องทำตัวให้ดีตลอดเวลา และจะโดนเพื่อนแกล้งตลอด ด้วยความที่เราตัวเล็กที่สุด ส่วนเรื่องการเรียนเป็นคนเรียนไม่เก่งมาก แต่ว่าก็ไม่แย่
ว่าด้วยเรื่องความฝัน
ความฝันของสิงจะมีหลายอาชีพมากครับ ไล่มาเลยคือตอนเด็กๆ อยากจะเป็นหมอ เพราะอยากช่วยคน พอโตมาหน่อยก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เก่งขนาดนั้น คือเป็นคนที่ขี้ลืมมากๆ อ่านแป๊บเดียวลืม ก็เลยผันตัวเองว่าอยากเป็นทหาร คืออยากเป็นทหารรักษาพระองค์ ทหารเสือพระราชินี อะไรประมาณนี้ ก็เลยเก็บตัวและสอบเตรียมทหาร 3 ปี แต่ว่าไม่ติดเลย เพราะว่าเตรียมทหารไม่ได้เข้าง่ายๆ ต้องเป็นคนที่เก่งคำนวณ เก่งฟิสิกส์ เคมี ชีวะ แต่ว่าผมถนัดแค่ภาษาอังกฤษ แล้วอ่อนคำนวณมาก เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ผ่าน ความฝันเลยหยุดอยู่ตรงนั้น ความฝันอาจจะสูงนิดหนึ่ง แต่ก็คิดว่าบางทีเราไม่จำเป็นต้องเป็นทหารอย่างเดียว ถึงจะทำหน้าที่ตรงนั้นได้ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไร เราก็สามารถทำหน้าที่ตรงนี้ได้เหมือนกัน ผมก็เลยลองถามใจตัวเองดูว่าจริงๆ แล้วตัวเองชอบอะไร แต่ว่างานด้านบันเทิงไม่มีแววหน้าฉากเลยครับ ต้องบอกว่าผมชอบทางด้านการบริการ คือถัดจากทหาร แทบจะเบนเข็มมาโดยสมบูรณ์เลยคืออยากเป็นสจ๊วต เราถามตัวเองแล้วว่าเราชอบด้านบริการ ชอบท่องเที่ยว ก็เลยคิดว่าสจ๊วตน่าจะโอเคนะ แต่ในขณะเดียวกัน ณ ตอนนั้นก็มีโอกาสได้ทำงานพวกตัดต่อวีดีโอ ถ่ายหนังสั้นให้เพื่อน ก็เลยรู้สึกว่าทางนี้มันก็ใช่เรานะ (ตาวาว) ตอนนี้ก็เลยเหลือแค่สองอาชีพแล้วครับคือสจ๊วต กับทำงานเบื้องหลัง ก็เลยอยากเข้านิเทศศาสตร์ คือถึงจะจบอะไรมา ผมก็สามารถไปสอบเป็นสจ๊วตได้อยู่แล้ว แต่ว่านิเทศศาสตร์อาจจะเรียนสายตรงนิดหนึ่ง ตอนนี้เลยย้ายมาเรียนนิเทศศาสตร์ ถ้าจบปี 4 ผมก็คงต้องดูอีกทีว่าใจจริงแล้วตัวเองอยากทำงานในพาร์ทไหน เบื้องหลังหรือว่าเป็นสจ๊วต

กลับมาเริ่มใหม่อีกครั้งสำหรับ ปี 1
แอบรู้สึกเสียดายเบาๆ เหมือนกัน แต่พอคุณพ่อบอกว่าไม่เป็นไรขอแค่เรียนจบปริญญาตรีตามที่ตัวเองได้ บอกแม่ไว้แค่นี้ก็โอเคแล้ว และสิงรู้สึกว่าถ้าเราเริ่มใหม่ในสิ่งที่ตัวเองชอบมันก็ไม่น่าจะช้าไป เริ่มเรียนปีหนึ่งใหม่ทั้งที่เรียนที่ ม.เกษตรฯ มาจนถึงปี 4 แล้ว จะซิ่วตอนปี 1 ปี 2 ก็ได้ แต่ว่าเราก็ยังดั้นด้นเรียน เพราะว่าตอนนั้นคุณแม่ยังอยู่ เราก็อยากให้คุณแม่เห็น และเชื่อว่าตัวเองทำได้ แต่ว่าพอเรียนแล้ว เรารู้สึกเรารู้ตัวเองว่ามันไม่ไหว แล้วพอช่วงคุณแม่เสียก็พอดีกับว่าเรื่องเรียนมันยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ช่วงนั้นเป็นช่วงที่แย่มาก เลยตัดสินใจไปคุยกับพ่อว่าทำยังไงดี พ่อก็บอกว่าถ้าอยากซิ่วไปเรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบก็ทำเลย พ่อไม่ว่าเลย พ่อเปิดโอกาสให้สิงทำในสิ่งที่ตัวเองรักตั้งแต่แรก เพียงแต่ว่าที่สิงเรียนเศรษฐศาสตร์ เพราะว่าอยากเอาใจแม่นิดหนึ่ง เพราะช่วงนั้นคุณแม่ป่วย

จุดเริ่มต้นมาจากที่สิงเป็นพี่ว้ากตอนปี 3 แล้วมีคนถ่ายรูปตอนที่ว้ากน้องปี 1 คนหนึ่งแล้วน้องร้องไห้ ซึ่งน้องคนนั้นเป็นเดือนคณะ ภาพนี้ก็หลุดไป แล้วมีแฮชแท็กพี่ว้ากตัวร้ายกับนายปี 1 แล้วก็มีทีมงานไปเจอ เขาก็ต้องการที่จะให้เข้าไปแคสดู แล้วเขาก็หาไอจีผมจนเจอ และติดต่อเข้ามาครับ พอได้รับการติดต่อมา ยอมรับว่ากลัวครับ เพราะว่าไม่เคยทำงานด้านนี้มาก่อน กลัวว่าจะโดนหลอกหรือเปล่า ก็เลยไปถาม “พี่เจน” ซึ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัวของสิง คือเราก็กะว่าจะทำงานในวงการอยู่แล้ว เพียงแต่ว่างานนี้มาก่อน ผมคิดไว้ว่าอยากจะลองเดินแบบเฉยๆ เราไม่ได้อยากเป็นนักแสดง พอไปแคสก็ได้แคสกับบทพี่อาทิตย์ แล้วพี่เขาก็บอกว่าให้ลองแคสบทก้องภพดู พอเราแคสก้องภพเสร็จปุ๊บ เขาก็บอกว่าโอเค เราเหมาะกับบทก้องภพมากกว่า แต่ว่าก็ต้องไปแคสอีกรอบโดยเข้าคู่แล้วก็มาเจอ “คริส” (พีรวัส แสงโพธิรัตน์) ตอนแรกเข้าใจว่าน้องมาแคสอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะได้มาเข้าคู่ด้วยกันก็เซอร์ไพรส์ครับ แล้วก็ดีใจด้วย เพราะว่ารู้สึกว่าเราทำงานง่ายขึ้น แต่ต้องขอสารภาพก่อนว่า เมื่อก่อนคุณแม่ก็แอบจะดันเหมือนกัน แต่ว่าคุณพ่อไม่อยากให้เข้าวงการ คือคุณแม่เคยโดนทาบทามขอสิงให้เข้าวงการ แต่คุณพ่อไม่อยากให้เข้า ทุกวันนี้คุณพ่อก็ไม่เชิงว่าสนับสนุนหรือว่าผลักดันแทนคุณแม่นะครับ พ่อบอกว่าทำอะไรที่ตัวเองมีความสุข และสิงก็มีความรู้สึกว่าด้วยความที่ตัวเองอยากไปเรียนอย่างเนี้ยแล้ว เราก็ต้องใช้เงินเยอะแน่ๆ เพราะว่าต้องไปเริ่มต้นใหม่ เราก็เลยอยากจะแบ่งเบาภาระ ตอนนี้พ่อก็อยู่คนเดียวด้วย ก็เลยคิดว่าถ้าเราทำงานได้ มันก็น่าจะดี

ตำแหน่งสูงสุดสำหรับงานเบื้องหลังที่อยากจะทำ
ผู้กำกับครับ (ยิ้ม) อยากกำกับภาพยนตร์ เพราะรู้สึกว่ามุมกล้องของภาพยนตร์และการเล่าเรื่องลำดับภาพมันมีความตื่นเต้น ชวนให้ติดตามครับ เวลาเราไปดูภาพยนตร์แต่ละครั้ง เวลาที่เขาโครสอัพนักแสดงทุกอย่างเขาต้องลำดับภาพออกมาดีจริงๆ และเป็นการเล่าเรื่องที่จบภายในชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง แอบหวังว่าอยากจะมีภาพยนตร์ที่ขึ้นเครดิตชื่อเราเป็นผู้กำกับการแสดง แต่ว่าก็ให้มันเป็นเรื่องของอนาคตดีกว่าครับ
งานเบื้องหน้าเบื้องหลังชอบอะไรมากกว่ากัน
ชอบการแสดงนะครับ ชอบการแสดงมากๆ แต่ว่าก็ยังชอบเบื้องหลังอยู่ อยากทำทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ถ้าให้เลือกก็ไม่อยากอยู่เบื้องหน้ามากนัก อยากจะอยู่เบื้องหลังมากกว่า
กับผลงานล่าสุด Sotus S The Series
ตอนนี้บทกำลังสรุปแล้ว เราก็เริ่มทำเวิร์กช็อปกันแล้ว ผมได้เจอนักแสดงที่เข้ามาร่วมในซีซั่นนี้แล้วครับ สำหรับความเปลี่ยนแปลงของตัวก้องภพมีแน่นอน คือพัฒนาจากเดิมสองปี

รวมเวลาก็เกือบๆ สองปีแล้วครับ แต่ว่ากระแสความนิยมของโซตัสและของเราสองคนก็ยังมีอยู่ ต้องยกความดีความชอบให้กับทีมงานเบื้องหลังต่างๆ ทุกอย่างเป็นองค์ประกอบที่ทำให้งานมันออกมาดีครับ ไม่ใช่แค่ตัวนักแสดงอย่างเดียว แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองมาไกลมากเกินไปแล้ว (ยิ้ม) จากที่คิดว่าขอแค่มีงานให้เราทำแบ่งเบาภาระพ่อเฉยๆ ทุกวันนี้คือเกินกว่าที่คิดมากพอสมควร


ล่าสุดก็จะเป็นงานวันเกิดครับ ซึ่งผมไปทำบุญที่บ้านราชาวดี จริงๆ ก็รู้สึกประทับใจตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เพราะไม่คิดว่าจะมีแฟนๆ
มาร่วมทำบุญ และบินมาจากต่างประเทศเยอะขนาดนี้ คือมันประทับใจมากๆ อย่างน้อยเราได้ทำบุญร่วมกัน และก็หลายๆ อย่างที่เขาทำเซอร์ไพรส์ให้เราในวันเกิดก็ประทับใจแทบจะทุกอย่าง รวมไปถึงการที่ซื้อลิขสิทธิ์ชื่อดาวให้ก็ประทับใจ คือไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้ของขวัญแบบนี้ (ยิ้ม) เป็นของขวัญที่ตัวเองไม่เคยคาดคิดไว้แล้วมันก็น่ารักมาก เวลาเปิดทวิตเตอร์ไปเจอ เช่นวันนี้เขาทำสิ่งนี้ให้เรานะ หรือว่าทำความดีทำบุญให้เราก็ประทับใจแล้วครับ ขอบคุณนะครับที่ฟันฝ่าอุปสรรคมาด้วยกันแล้วก็ยังอยู่ตรงนี้ไม่ต้องรักมากขึ้นนะครับ ขอให้รักเท่าเดิมและไม่เปลี่ยนแปลงก็พอครับ
ก็ฝากบอกคริสว่าถ้าเกิดเราไม่ได้เจอกันในวันนั้น ก็อาจจะไม่มีเราในวันนี้นะ (หัวเราะ) รู้สึกว่าก็ดีนะ และขอบคุณน้องที่ให้ความสบายในการทำงานร่วมกันครับ
สุดท้ายนี้สิงก็อยากจะฝากบอกว่า ในวันอาทิตย์ที่ 3 กันยายนนี้ พวกเราจะมีคอนเสิร์ต Y I LOVE YOU FAN PARTY เป็นปาร์ตี้แฟนมีท ที่นอกจากจะมีคู่เราคริส-สิงโตแล้วก็ยังจะได้พบกับศิลปินอีกมากมาย ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี อยากให้ทุกคนมาเจอกัน แน่นอนว่าเซอร์ไพรส์ต้องเก็บไว้เซอร์ไพรส์ครับ คู่ผมก็ยังเหมือนเดิมคือ คริส-พีรวัส แต่ว่าจะมีอีกคนหนึ่งเพิ่มเข้ามาคือ ก็อต (อิทธิพัทธ์ ฐานิตย์) นะครับ ผมทีมพีรญาเตรียมตัวให้พร้อมนะมาลงเรือไปด้วยกัน