ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/283876
x
สานต่อพระบรมราโชวาท‘ร.9’ กรมชลเร่งEIAสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมดำเนินโครงการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมแวดล้อม (EIA) การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง จ.ศรีสะเกษ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตร บรรเทาอุทกภัยบริเวณลำน้ำห้วยขะยุงตอนล่าง ใช้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาสร้างรายได้เสริมให้ประชาชนและเป็นแหล่งท่องเที่ยว อีกทั้งยังสนับสนุนนโยบายพัฒนาพื้นที่เพื่อความมั่นคงของชาติ บริเวณเชิงเขาพนมดงเร็ก พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาด้วย
สำหรับโครงการก่อสร้างอ่างฯห้วยขะยุง เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดกลาง หัวงานที่จะสร้างเขื่อนตั้งอยู่ในต.ละลาย อ.กันทรลักษ์ โดยศึกษาไว้ 3 แนวทาง คือ แนวทางที่ 1แนวสันเขื่อนอยู่ห่างหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยขะยุงไปทางใต้ตามถนนบ้านสามเส้า-ช่องพระพะลัย 115 เมตร เก็บกักน้ำได้ 32.00 ล้านลบ.ม. มีพื้นที่ผิวน้ำที่ระดับน้ำสูงสุด 3,750 ไร่แนวทางที่ 2 แนวสันเขื่อนอยู่ห่างหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยขะยุง ไปทางใต้ตามถนนบ้านสามเส้า-ช่องพระพะลัย 350 เมตรเก็บกักน้ำได้ 40.00 ล้านลบ.ม. มีพื้นที่ผิวน้ำที่ระดับน้ำสูงสุด 3,812.50 ไร่ และแนวทางที่ 3 แนวสันเขื่อนอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยขะยุง ไปทางใต้ตามถนนบ้านสามเส้า-ช่องพระพะลัย 655 เมตร เก็บกักน้ำได้ 51.56 ล้านลบ.ม.มีพื้นที่ผิวน้ำที่ระดับน้ำสูงสุด 3,445 ไร่
ดร.สมเกียรติกล่าวด้วยว่า โครงการนี้ยังเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่สืบเนื่องมาจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระบรมราโชวาทเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2528 ที่ทรงเน้นพัฒนาเสริมความมั่นคงพื้นที่ชายแดนเขตอีสานตอนล่าง เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีแหล่งน้ำทำเกษตร ตลอดจนป้องกันแนวชายแดนไทย-กัมพูชา กรมชลประทานจึงศึกษาที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้พื้นที่ดังกล่าว โดยมีพื้นที่บางส่วนในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาพระวิหารและในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าพนมดงรัก ซึ่งขณะนั้นกรมป่าไม้ดูแล
อย่างไรก็ตาม ปี 2545 ได้ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรมใหม่ ได้โอนอำนาจหน้าที่รักษาการณ์ ป่าสงวนแห่งชาติจากกรมป่าไม้ไปกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชดังนั้น เพื่อให้ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบกรมอุทยานแห่งชาติฯ และมีพื้นที่อยู่ในเขตป่าเพื่อการอนุรักษ์ (ป่าโซน C) มากกว่า 500 ไร่ จึงต้องศึกษาทบทวน EIA ใหม่ให้ครอบคลุมทุกด้าน ตลอดจนการมีส่วนร่วมของราษฎรในพื้นที่
“ตอนนี้อยู่ระหว่างศึกษาทบทวนวิเคราะห์ผลอีไอเอ คาดจะแล้วเสร็จเดือนกรกฎาคม 2561 และจะเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณาต่อไป ถ้าไม่มีปัญหาคาดว่าก่อสร้างได้ปี 2563 เมื่อเสร็จจะมีพื้นที่ได้ประโยชน์ถึง 40,000 ไร่ ครอบคลุมอ.กันทรลักษ์ และอ.เบญจลักษ์ จ.ศรีสะเกษ” ดร.สมเกียรติกล่าว