‘ดี้-นิติพงษ์’ รวมตัวศิลปินจัดคอนเสิร์ตการกุศล หารายได้ซื้อที่ดินให้หมาแมวจรจัดกว่า 300 ชีวิต‘ดี้-นิติพงษ์’ รวมตัวศิลปินจัดคอนเสิร์ตการกุศล หารายได้ซื้อที่ดินให้หมาแมวจรจัดกว่า 300 ชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279579

‘ดี้-นิติพงษ์’ รวมตัวศิลปินจัดคอนเสิร์ตการกุศล หารายได้ซื้อที่ดินให้หมาแมวจรจัดกว่า 300 ชีวิต

‘ดี้-นิติพงษ์’ รวมตัวศิลปินจัดคอนเสิร์ตการกุศล หารายได้ซื้อที่ดินให้หมาแมวจรจัดกว่า 300 ชีวิต

วันเสาร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ดี้-นิติพงศ์ ห่อนาค และพิธีกรรายการ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย

เป็นนักแต่งเพลงที่มีใจรักและเมตตาสัตว์อีกคนหนึ่ง สำหรับ “ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค” ล่าสุดได้อาสาจัดคอนเสิร์ตเพื่อช่วยเหลือหมา-แมวจรจัดให้มีที่อยู่อาศัย เป็นคอนเสิร์ตการกุศลครั้งประวัติศาสตร์ ที่รวมน้ำใจพี่น้องศิลปินที่รักหมา-แมว กับคอนเสิร์ต
ที่มีชื่อว่า “ทำให้หมา หาให้แมว” นำรายได้ร่วมซื้อที่ดินให้มูลนิธิ ดิ อาร์ค เชียงใหม่ โดยได้เล่าถึงคอนเสิร์ตครั้งนี้ ในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 ว่า

ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค เล่าว่า “ในสังคมไทยเรื่องหมาจรจัดเป็นปัญหาที่จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็เป็นปัญหาที่ยังอยู่ปลายแถวของการพิจารณาของภาครัฐ เพราะว่าภาครัฐมีปัญหาเรื่องคนเยอะมากอยู่แล้ว ก็เลยอาจจะมองเห็นแว่บๆ แต่มันอยู่ตรงโน้นไกลมาก เขาก็สนใจเหมือนกัน แต่อย่างอื่นเขาเยอะ

คืออันนี้เราต้องเห็น เราต้องเข้าใจ แต่ว่าคนในระดับปฏิบัติการภาครัฐ ก็เชื่อว่าน่าจะมีหน่วยงานนี้อยู่ แต่ว่าคนในระดับปฏิบัติการก็ไม่ได้ทำหน้าที่ได้เข้มแข็งเท่าที่ควร ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของเอกชนหรือมนุษย์พลเมืองอย่างเราช่วยกันแบบไม่มีหน้าที่โดยตรง แต่ว่ามีหน้าที่ของความเป็นมนุษย์ที่มีความเมตตา ช่วยเพราะรักเพราะสงสารและก็มีเมตตา คนไทยพื้นฐานจิตใจควรจะเป็นคนทีมีความเมตตา

ส่วนเรื่องที่ว่าหมามีพันธุ์แล้วกลายมาเป็นหมาจรจัดนั้น ต้องเล่าจากประวัติศาสตร์ของหมาก่อน สัตว์เลี้ยงพวกนี้จริงๆ แล้วเขาเป็นสัตว์ป่ามาตั้งแต่เมื่อสมัยบรรพกาลโน้นแล้ว เขาก็อยู่ของเขาได้ ทีนี้คนฉลาดก็เริ่มเอาเขามาใช้งาน จะไปช่วยกันเลี้ยงแกะเลี้ยงอะไรต่างๆ นานา จนมาถึงเมืองไทยเมื่อสมัยไม่กี่สิบปีมานี้เอง คนไทยยังเลี้ยงด้วยเมตตา ไม่ได้เลี้ยงให้เป็นเพื่อน

เลี้ยงเมตตาคืออะไร สังคมเกษตรเลี้ยงหมาไว้ไล่ขโมย ไล่อะไรก็แล้วแต่ เห่า ไว้ใต้ถุน หรือเลี้ยงแมวไว้จับหนู ก็คือปรับจากความเคยชินของสัตว์ให้มาเป็น คนเป็นเครื่องใช้งาน รับใช้ แต่ว่าเลี้ยงด้วยเมตตา ไม่มีหมาจรจัดที่นั่น ไม่มีหมาจรจัดสมัยก่อน เพราะว่าเขาเลี้ยงแล้วเขาอยู่ด้วยกัน เป็นสังคมเกษตร แล้วก็มีลูกหลาน ไม่ได้มีความคิดที่จะเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน เพราะว่าลูกหลานอยู่เต็มบ้าน

ทีนี้พอสังคมเราเป็นสังคมอุตสาหกรรมใหม่แบบตะวันตก ก็เลยเลี้ยงอีกแบบ เลี้ยงเหมือนตะวันตกคือ เลี้ยงเป็นเพื่อน ไม่ได้เลี้ยงไว้ใช้งาน เลี้ยงไว้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของทางจิตใจมากกว่า ทีนี้พอคนที่จิตใจที่ไม่มีเมตตาพอ แล้วเลี้ยงด้วยความเห็นว่าเป็นเรื่องของเล่น คือความน่ารักตั้งแต่เด็ก คล้ายๆ กับเห็นอะไรตัวเล็กๆ ปุยๆ น่ารัก มันน่ารักหมดหมาแมว

พอถึงเวลาที่โตแล้ว เมื่อไม่ชอบก็เอาไปปล่อย ไปปล่อยริมทางด่วน หรืออะไรพวกนี้ ซึ่งมันก็ไม่ได้ดีไปกว่าคนที่คลอดลูกแล้วเอาไปทิ้งที่ถังขยะ เพราะว่าเขาเป็นสิ่งมีชีวิต ที่แย่อย่างหนึ่งคือ หมา-แมวมันพูดไม่ได้ คือคนที่เลี้ยงหมาเลี้ยงแมวต้องเข้าใจเขาด้วย ว่าเขามีความรู้สึก แล้วเขาก็หวังพึ่งแต่มนุษย์ เพราะว่ามนุษย์ดันไปผสมพันธุ์ให้เขากลายเป็นสัตว์ที่ช่วยตัวเองไม่ได้

อย่างหมาจรจัด ที่บอกหมาพันธุ์ไทยหรือหมาอะไร นั่นคือมันเข้าข่ายหมาที่ยังเอาตัวเองพอรอดได้ แต่ว่าบางทีก็รอดบ้างไม่รอดบ้าง แล้วก็สุขภาพเป็นขี้เรื้อน หรือเป็นอะไรต่างๆ นานา แต่อย่างนั้นก็ไม่ควรให้มีอยู่ดี แต่อย่างไรก็ตาม เขายังพอดูแลตัวเองได้ แต่พวกที่เอาหมาเลี้ยงไปปล่อยนี่ อันนี้ถ้าเป็นส่วนตัวแล้วถ้ารู้จักจะไม่คบเลย

มีอยู่ครั้งหนึ่งไปช่วยหมาจรจัด เป็นดำๆ เป็นผ้าขี้ริ้ว เราดูไม่ออกว่าเขาเป็นตัวอะไรเลย แล้วเรารู้ว่าเขาไม่ใช่หมาที่เอาตัวรอดไม่ได้ แต่ก็อยู่ตรงที่แห่งหนึ่งในสนามฟุตบอลสักแห่ง ยามแถวนั้นเขาบอกว่าอยู่มาเป็นปีแล้ว คนเอามาทิ้งไว้ ก็ยังรอดนะ ก็ไปพามา แล้วก็เอามาฉีดยา อาบน้ำ ตัดขนอะไรใหม่หมด ก็พบว่าเป็นหมาพุดเดิ้ล เอาหมาพุดเดิ้ลไปปล่อยริมถนน เราก็โอเค ประกาศหา คือเราก็ไม่ได้มีหน้าที่ ไม่ได้มีความรับผิดชอบพอที่จะเลี้ยงหมาได้เยอะๆ แต่ว่าเป็นคนที่สามารถบอกให้คนที่มีเมตตา หาบ้านให้หมาได้ ก็มีคนรับไป แล้วก็เขาก็รักของเขาอ่ะนะ ในอีกมุมหนึ่งผลพวงของคนที่จิตใจไม่ดี ก็ทำให้เห็นคนจิตใจดีอีกจำพวกหนึ่งเหมือนกัน

ก็ได้ทำได้รู้จักเข้าใกล้ในเรื่องของหมาแมวจรจัดมากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกสะเทือนใจว่า ชีวิตๆ เดียวซึ่งกินก็ไม่เยอะ จะป่วยจะเจ็บก็รักษา โอเคอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายบ้าง แต่คุณก่อนที่จะเอาเขามาเลี้ยง มันคิดไม่ออก คิดไม่เป็นเลยเหรอ หรือว่าจะเอาแค่ตอนตัวเล็กๆ ถ้าจะเอาแค่นี้ไปซื้อตุ๊กตาหมามา คือเขาลืมนึกไปว่าสิ่งเหล่านี้มันต้องโต มันต้องกิน มันต้องมีชีวิต มันต้องการความรัก มันต้องป่วย ต้องเจ็บ มันมีค่าใช้จ่าย ถ้าไม่อยากจะรับค่าใช้จ่าย ก็อย่าแตะตั้งแต่แรก ถ้ารับผิดชอบไม่ได้ก็อย่า อันนี้ไม่ใช่เฉพาะเรื่องหมาเรื่องแมว ทุกเรื่องถ้ารับผิดชอบไม่ได้ อย่ารับผิดชอบ

ถามว่าทำไมรัฐบาลไทย หรือว่าหน่วยงานของรัฐที่จะดูแลตรงนี้ เราจดทะเบียนคนที่จะเลี้ยงหมาได้ไหม จริงๆ แล้วเรื่องทุกอย่างไม่เฉพาะเรื่องหมาจรหมาไม่จร คือภาครัฐในเชิงปฏิบัติการณ์ก็ได้ไปพบมาหลายหน่วยงานแล้ว เราก็รู้ว่าเขาไม่ได้ทำงานเต็มที่เท่าที่เขาควรจะทำ แต่บางหน่วยงานทำงานดีมากๆ เลยเช่น กรมสรรพากร อันนี้ทำงานดีมาก ขยันมาก

กับหลายๆ หน่วยงานคือ เหมือนกับเขาไม่ได้ทำหน้าที่ของเขาเต็มที่เท่าไหร่ ด้วยอะไรก็ไม่รู้ ด้วยค่านิยม หรือด้วยเพราะเงินเดือน หรืออะไรเราก็ไม่ทราบนะ เพราะฉะนั้นเชื่อว่าหน่วยงานที่ดูแลเฉพาะเรื่องนี้ในภาครัฐคงมี แต่คิดว่าดูไม่ค่อยมีแอ๊กชั่น
เท่าไหร่ จริงๆ แล้วเขาก็คงทำในระดับหนึ่ง แต่จริงๆ แล้วเป็นหน้าที่ที่เขาน่าจะต้องดิ้นรน และก็ต่อสู้ด้วยความเมตตามากกว่านี้ ในขณะที่ภาคเอกชนอย่างที่ผมกำลังพยายามทำคอนเสิร์ตให้กับมูลนิธิบางมูลนิธิที่ทุ่มเทหมดเนื้อหมดตัว

คือมูลนิธินี้กำลังถูกเชิญออกจากพื้นที่เดิมที่มีหมาอยู่ประมาณ 300 ตัว และเป็นหมาที่เจ็บป่วยด้วย เขาดูแล เขาเสียสละ เสียทรัพย์สินของเขาเองแทบหมดเนื้อหมดตัว แล้วอยู่มาวันหนึ่งเขาก็ถูกเชิญออกจากพื้นที่เดิม ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะว่าเจ้าเดิมเขาก็ให้อยู่ฟรีมาหลายปีแล้ว แต่ตอนนี้มันมีราคาขึ้นมา ก็เลยจำเป็นที่จะต้องขอคืน เขาก็ต้องหาที่ใหม่ ซึ่งเขาก็ไม่มี เพราะเงินบริจาคก็ไม่ได้มากพอ เลี้ยงหมาขนาดนั้นมันต้องมีที่เป็นไร่ๆ เหมือนกัน

เราก็เห็นเพราะว่าเราเคยอยู่ดีๆ ก็อยากไปยุ่งกับเรื่องนี้ขึ้นมา แต่เราทำไม่เป็น แล้วเราก็วิ่งตามหมาไม่ทันหรอก ไปจับหมาจรจัดอะไรที่จะไปทำอะไร หาบ้านให้ เขาก็ลงมาช่วยโดยที่ไม่คิดมูลค่าอะไร เขาอยู่เมืองเชียงใหม่ เขามาทำให้ ดูการทุ่มเท ดูการวิ่งสู้ฟัด กระโดดเข้าไปในรูเล็กๆ เพื่อจับลูกหมาออกมา เนื้อตัวมอมแมม ถลอกปอกเปิด เขาก็ยิ้มๆ แล้วเขาก็ไม่รับอะไร ขอบคุณยังไม่ทันเลย กลับไปแล้ว

ซึ่งเห็นหลายๆ ครั้งที่เขามาช่วย แต่ถึงวันหนึ่งเขาเดือดร้อน แล้วเขาแทบไม่รู้จะพึ่งใคร เขาได้แต่เขียนในเฟซบุ๊คว่าเขาเริ่มหมดกำลังใจ ท้อ และเราก็เห็นว่าเออไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็ตาม ถ้าเกิดเราเห็นคนดีๆ ที่เขาทำของดีๆ อยู่ แล้วไม่มีใครช่วยเหลือ แล้วปล่อยทิ้งให้เขาเดียวดาย รู้สึกว่าใจเรามันไม่ดี สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ ก็เป็นคอนเสิร์ตเชิงปาร์ตี้นะครับ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ก็ได้เจอศิลปินที่หลากหลายมาก ตั้งแต่ รัดเกล้าอามระดิษ ร้องเพลงเพราะๆ ไปจนถึงฮิปฮอป มีเพื่อนๆ เฉลียงไปอะไรต่างๆ เยอะมาก

จุดประสงค์เพื่อหาเงินเพื่อเป้าหมายที่จะซื้อที่ดินให้กับมูลนิธิ ดิ อาร์ค ให้หมาแมว 300 ตัว ได้มีที่อยู่ ส่วนจะได้เท่าเป้าไหมก็แล้วแต่ ก็ถือว่าช่วยกันก่อนแล้วกัน ส่วนที่เหลือก็เดี๋ยวว่ากันทีหลังครับ นี่คือเป็นคอนเสิร์ตเฉพาะกิจ และคอนเสิร์ตฉับพลัน ไม่ได้คิดวางแผนล่วงหน้าอะไรมาก่อนเลย คิดปุ๊บ ทุกคนสมัครอาสามาเลย ได้เห็นมิติของจิตใจของคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งรักหมารักแมว ซึ่งเป็นศิลปิน

โดยที่ไม่ได้รู้ว่าจะจัดเมื่อไหร่ ไม่ได้รู้ว่าเล่นที่ไหน อะไร อย่างไร ผมขออาสาด้วย หนูขออาสาด้วยซึ่งก็เป็นอีกอันหนึ่งที่ได้ประสบการณ์ที่น่ารักมาก และก็รวมทั้งหลายๆ ฝ่าย ทุกฝ่าย สถานที่ ผู้มาร่วมจัด หรือสปอนเซอร์ต่างๆ นานา น่ารักมาก ก็ได้เกิดขึ้นมา ก็เป็นปาร์ตี้นะครับ อย่าไปคิดว่าเป็นคอนเสิร์ตที่จะไปนั่งดูกัน มาสังสรรค์ ถ่ายรูปกับศิลปินที่ชอบอะไรก็ได้ บรรยากาศจะเป็นกันเองมาก ก็โอเคนี่คือ คอนเสิร์ตที่จัด”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิตัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน

Leave a comment