ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/279614

ปรียาภรณ์ วีระคงสุวรรณ วางแผนเกษียณ สร้างชีวิตอิสระ
“สวยและรวยมาก” เป็นคำนิยามของผู้หญิงยุคใหม่ เหมาะกับแขกรับเชิญของเราในวันนี้ ปรียาภรณ์ วีระคงสุวรรณ แม้จะมีหน้าที่การงานที่ดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับเป้าหมายของชีวิตที่อยากเกษียณตัวเองจากวัยทำงานไปสู่ชีวิตอิสระก่อนอายุ 60 ปี
ปรียาภรณ์ หรือ ชะเอม พีอาร์สาว วัย 29 ปี เล่าว่า นอกเหนือจากงานประจำในตำแหน่ง เจ้าหน้าที่อาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กรและธุรกิจสัมพันธ์ บริษัท บัตรเครดิตกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เธอยังมีอาชีพเสริมที่ทำร่วมกับพี่สาวอีก 2 คน คือขายเครื่องประดับเพชรแบรนด์ Issara Percious Dianonds ซึ่งส่งขายตามเคาน์เตอร์เพชรในห้างสรรพสินค้า และผ่านช่องทางออนไลน์
“แบรนด์ Issara Percious Dianondsเกิดจากการต่อยอดธุรกิจของคุณแม่ ที่ท่านขายเพชรร่วงให้กับร้านเพชร ร้านทองมานานแล้ว วันหนึ่งก็มีเพื่อนเอมที่อยากได้แหวนเพชรมาขอคำปรึกษา เอมก็แนะนำให้ซื้อเพชรร่วงของแม่ แนะนำร้านที่ทำตัวเรือนให้ ทำให้เพื่อนได้แหวนเพชรที่ถูกใจในราคาไม่แพง ก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นว่าเรามีวัตถุดิบคุณภาพอยู่ในมือแล้ว การทำเครื่องประดับเพชรที่ดีไซน์เรียบๆ ชิ้นเล็กๆ ที่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าเริ่มต้นทำงาน หรือรายได้ปานกลาง หรือในวัยผู้ใหญ่แต่ชอบอะไรที่กระจุ๋มกระจิ๋ม น่าจะเป็นธุรกิจเล็กๆ ที่ทำได้”

ในระยะเวลาปีกว่าๆ ที่ทำแบรนด์เครื่องประดับเพชร Issara Percious Dianonds ปรียาภรณ์ บอกว่า ได้รับผลตอบรับที่ดีทั้งการขายส่งและขายปลีก และกำลังเปิดตลาดเล็กๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน
“ด้วยความที่ต้นทุนเราไม่สูง ทำให้สินค้าไม่แพง สนนราคาที่หลักพันปลายๆ ไปจนถึงหลักหมื่น ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจซื้อ สำหรับลูกค้าแรกๆ ก็เป็นคนรู้จักที่สนิทคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ก็ช่วยโฆษณาแบบปากต่อปากในเพจและไอจี ก็อัพความเคลื่อนไหว สินค้าใหม่ๆก็จะมีลูกค้าเข้ามาคอมเม้นท์ รวมทั้งรีวิวสินค้าที่ซื้อไปด้วย ซึ่งสินค้าเราทุกชิ้นมีใบรับประกัน ที่จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ส่วนตลาดประเทศเพื่อนบ้าน เป็นเพราะคุณแม่ได้รับเชิญให้ไปออกบูธแสดงสินค้า เราก็เอาเครื่องประดับไปวางด้วย ก็ได้ลูกค้ากลับมา ถึงแม้จะไม่ได้กำไรโอเวอร์แต่ก็ไม่ขาดทุน”
นอกเหนือจากแบรนด์เครื่องประดับเพชร Issara Percious Dianonds แล้วปรียาภรณ์ ยังมีอีกหนึ่งธุรกิจเล็กๆ จำหน่ายแบรนด์ผลไม้แปรรูป Uncle Jorn ซึ่งเกิดจากการชอบกินผลไม้แปรรูปของครอบครัว
“เอมว่ากำไรของคนขายส่วนหนึ่งมาจากบ้านเอมนี่แหละ ชอบกินกันทั้งบ้าน แล้ววันหนึ่งคุณแม่ก็จุดประกายว่าซื้อเขากินมานานแล้ว ทำไมไม่ขายบ้างล่ะ จากประสบการณ์ที่เราได้ชิมมาหลายเจ้า เราก็เลือกแหล่งผลิตในรสชาติที่เราคิดว่าอร่อย น่าจะถูกปากลูกค้าของเราเช่นกัน แล้วเอาใส่แพ็กเกจจิ้งดีๆ ตอนนี้ที่ขายอยู่ก็มีทั้ง มะม่วงห้ารส มะขามคลุกแกนสับปะรด บ๊วยเค็ม บ๊วยหวาน ยอดขายไม่ได้ถล่มทลายอะไร แต่ก็เป็นรายได้เสริมที่ดีค่ะ”

มีทั้งงานประจำ อาชีพเสริม ไหนจะเล่นหุ้น ที่เจ้าตัวบอกว่า มีรายได้พอกรุบกริบ ทำให้เราอยากรู้ว่าเธอทำงานหลากหลายอย่างไปเพื่ออะไร
“เอมอยากเกษียณตัวเองก่อนอายุ 60 ปีค่ะ อยากใช้ชีวิตในแบบที่เราต้องการ มีอิสระ ถ้าเป็นไปได้เอมก็อยากเกษียณก่อนอายุ 50 ปีนะคะ ซึ่งการที่เราจะทำอย่างนั้นได้ เราจำเป็นต้องมีความมั่นคงทางการเงินก่อนไม่ได้หมายความต้องร่ำรวย เราต้องวางแผนให้ดีเพื่อที่เกษียณแล้วเราจะอยู่ได้อย่างสบายในระดับหนึ่ง หรือมีธุรกิจเล็กๆ ที่ทำให้เราอยู่ได้อย่างพอเพียง ดังนั้น วันนี้เอมจึงเลือกที่จะทำอะไรหลายอย่างเพื่อให้มีความมั่นคงทางการเงินก่อน ซึ่งสิ่งที่เอมทำไม่ใช่อะไรที่เกินตัว แต่เรามองแล้วว่าอยู่ในระดับที่เราลงทุนได้ ทำแล้วมีผลตอบแทนที่น่าพอใจ”
ส่วนหนึ่งที่ทำอะไรได้หลากหลายแบบนี้พีอาร์สาวแห่ง KTC บอกว่า ต้องยกเครดิตให้กับครอบครัว
“ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์เครื่องประดับเพชร Issara Percious Dianonds หรือผลไม้แปรรูป Uncle Jorn มันไม่ใช่ของเอมคนเดียว แต่เป็นของเราสามคนพี่น้องที่ช่วยกันคิด ช่วยกันขาย เพราะพวกเรามีความคิดคล้ายๆ กันว่าอยากเกษียณอายุงานเร็วๆ แต่พวกเราก็ทำงานประจำกันทุกคน ก็ได้คุณพ่อคุณแม่มาช่วยสนับสนุน ช่วยแพ็กของ ส่งของเหมือนให้ท่านมีงานอดิเรกทำเล่นๆ อยู่บ้านไปด้วย”
แต่ถึงแม้จะวางแผนเกษียณตั้งแต่อายุเพียงแค่นี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหยุดนิ่งอยู่กับที่
“สำหรับเอม การตื่นเช้ามาในแต่ละวันคือโอกาสที่เราจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ดังนั้นถ้ามีโอกาสที่ท้าทายความสามารถเข้ามาหา เอมก็พร้อมที่จะลงมือทำหรือเรียนรู้สิ่งต่างๆ ถ้าสิ่งนั้นไม่ได้เกินความสามารถที่เราจะทำ เช่นในอนาคตหลายคนถามว่าแบรนด์ Issara Percious Dianonds จะมีหน้าร้านหรือเปล่า อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งแผนที่มองไว้อยู่ แต่การมีหน้าร้านจะทำให้ต้นทุนเราเพิ่มขึ้น ลูกค้าก็ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปด้วย ก็อาจจะไม่ทำ เพราะมันผิดไปจากคอนเซ็ปต์ในการทำแบรนด์ของเรา ตอนนี้เอมก็เรียนต่อปริญญาโท สาขานิเทศศาสตร์และสารสนเทศ ที่มหาวิทยาลัยเกษตร เพื่อต่อยอดความรู้และนำมาใช้กับการทำงาน”

ส่วนเป้าหมายชีวิตหลังเกษียณของเธอไม่มีอะไรมาก แค่อยากมีธุรกิจโฮมสเตย์เล็กๆ ในต่างจังหวัดที่มีอากาศดีๆ ได้ใช้ชีวิตแบบสโลไลฟ์ และออกไปท่องเที่ยวเปิดโลก เพียงแค่นั้นก็มีความสุขแล้ว
คงไม่ใช่แค่ “สวย” และ “รวยมาก” แต่ต้องบอกว่า เธอเป็นผู้หญิงยุคใหม่ที่มี “สมอง” และ “สตรอง” ในการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง