เบรกเกอร์ และ มูลนิธิราชพฤกษ์ นำทีมอาสาสมัครปลูกป่าต้นน้ำม่อนแจ่ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/279328

เบรกเกอร์ และ มูลนิธิราชพฤกษ์ นำทีมอาสาสมัครปลูกป่าต้นน้ำม่อนแจ่ม

เบรกเกอร์ และ มูลนิธิราชพฤกษ์ นำทีมอาสาสมัครปลูกป่าต้นน้ำม่อนแจ่ม

วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ผู้บริหารเบรกเกอร์ วิษณุ วงศ์วีระนนท์ชัย

ผ่านพ้นไปด้วยรอยยิ้มกับภารกิจดีต่อใจและดีต่อโลกกับกิจกรรมปลูกป่า Breaker Save Rainforest ที่มีโต้โผใหญ่ อย่าง บริษัท เอส.ซี.เอส.สปอร์ตสแวร์ จำกัด จากแบรนด์รองเท้าชื่อดัง เบรกเกอร์ ที่จับมือร่วมกับ มูลนิธิราชพฤกษ์ เข้าฟื้นฟูป่าต้นน้ำม่อนแจ่ม ม่อนล่อง จ.เชียงใหม่ โดยยกทีมอาสาสมัครคนรุ่นใหม่กว่า 40 คน เข้าร่วมกิจกรรม มุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกที่ดีของคนเมืองและคนรุ่นใหม่ให้เห็นถึงความสำคัญของป่าไม้ต่อชีวิตและโลกของเรา ด้วยการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกป่าและฟื้นฟูป่าในธรรมชาติที่ถูกต้อง พร้อมตอบแทนอาสาสมัครด้วยการมอบรองเท้ารุ่นพิเศษ Breaker Hornbill ที่ทำขึ้นเฉพาะกิจเพียง 40 คู่ สำหรับอาสาสมัครที่เข้าร่วมกิจกรรมเท่านั้น

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์, ดร.สตีฟ เอลเลียต ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยฟื้นฟูป่า หรือ FORRU จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ ภูเบศวร์ เมืองมูล หัวหน้าโครงการหลวงหนองหอย เข้าร่วมกิจกรรม ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ม่อนแจ่ม-ม่อนล่อง จ.เชียงใหม่

วิษณุ วงศ์วีระนนท์ชัย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส.ซี.เอส. สปอร์ตสแวร์จำกัด กล่าวว่า “บริษัท เอส.ซี.เอส.สปอร์ตสแวร์จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรองเท้าแบรนด์เบรกเกอร์ ซึ่งถือเป็นแบรนด์รองเท้าของคนไทยที่มีอายุกว่า 42 ปี ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราไม่เพียงแต่ทำธุรกิจด้วยความมุ่งมั่น แต่เรายังคงเดินหน้าสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรมต่างๆ มากมาย โดยมุ่งเน้นการรวมพลังของคนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ เพื่อสังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องป่าไม้ เป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและต้องแก้ไขด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง”

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช และ วิษณุ วงศ์วีระนนท์ชัย ร่วมปลูกป่า

สำหรับกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นในโครงการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ม่อนแจ่ม ม่อนล่อง ในเขตอุทยานดอยสุเทพ-ปุย ซึ่งที่ผ่านมาป่าในบริเวณนี้ถูกไฟป่าเผาไหม้เป็นประจำทุกปี ดังนั้น การฟื้นฟูป่าที่นี่จึงเป็นเรื่องจำเป็นและเร่งด่วนมาก จึงเกิดเป็นความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ คืนความหลากหลายทางชีวภาพให้กับพื้นที่แห่งนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการลงมือศึกษาพื้นที่และวิจัยพันธุ์ไม้ที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่มีการติดตามผลเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยมีชาวบ้านในพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการหลักในการตัดหญ้า ใส่ปุ๋ยและเฝ้าระวังไฟ ทั้งนี้ ทางเบรกเกอร์ ได้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้นเพื่อเป็นการปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นความสำคัญของการดูแลรักษาและฟื้นฟูป่าอย่างถูกวิธี ไม่ใช่เพียงการปลูกป่าเพียงคนละต้นสองต้น แล้วก็แยกย้ายกลับบ้าน แต่มองที่การคืนป่าสู่ธรรมชาติอย่างสมบูรณ์และยั่งยืน

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ กล่าวว่ากว่า 30 ปีที่ทางมูลนิธิราชพฤกษ์ ทำหน้าที่ปลูกป่าทั้งป่าบกและป่าชายเลน ซึ่งแม้เราจะเป็นหน่วยงานเล็กๆ แต่เรามาพร้อมภารกิจที่ยิ่งใหญ่ด้วยความตั้งใจที่จะเห็นพื้นที่ป่าในประเทศไทยกลับมาเขียวชะอุ่มอีกครั้ง จนตอนนี้เราได้ทำการปลูกไปแล้วกว่า 20 ล้านต้น สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดความร่วมมือ จากหลายภาคส่วนทั้งบริษัทเอกชนและอาสาสมัคร ทุกคนที่เต็มใจมาทำสิ่งดีๆ เพื่อโลกของเรา

ดร.สตีฟ เอลเลียต ผู้อำนวยการหน่วยวิจัยฟื้นฟูป่า มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่าเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว หน่วยวิจัยการฟื้นฟูป่าแห่งนี้ เกิดขึ้นมาได้ด้วยความเชื่อที่ว่าป่าสามารถฟื้นฟูได้ ไม่ใช่ต้องนำต้นไม้เข้าไปปลูกอย่างเดียว ซึ่งในสมัยนั้นคนรอบตัวทุกคนมีความเชื่อที่ว่าป่าที่นี่ไม่มีทางฟื้นฟูได้ จะทำได้มากที่สุดก็คงเป็นเพียง การนำต้นยูคาลิปตัสหรือต้นสนมาปลูกก็เท่านั้น แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้เราสามารถคืนระบบนิเวศน์และป่าที่สมบูรณ์ ให้ป่าแห่งนี้ได้แล้ว และในวันนี้เราได้มีการขยายพื้นที่และนำต้นกล้ามาปลูกเพิ่มอีกกว่า 3,000 ต้น รวมกว่า 21 สายพันธุ์บนพื้นที่กว่า 6 ไร่ พร้อมด้วยการฟื้นฟูป่าในพื้นที่ใกล้กันด้วยการนำเทคนิคการใช้กระดาษคลุมโคน ต้นไม้มาใช้ในการฟื้นฟูป่าในครั้งนี้ซึ่งเทคนิคนี้กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นเทคนิคที่ช่วยลด วัชพืชรอบๆ โคนต้นที่อาจเป็นอุปสรรคของการเจริญเติบโตของต้นกล้าที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้หญ้าขึ้นสูง ซึ่งการลดจำนวนหญ้าจะช่วยทำให้การเกิดไฟป่าน้อยลงอีกด้วย”

ผู้บริหารและทีมอาสาสมัครคนรุ่นใหม่ ร่วมกิจกรรมปลูกป่า Breaker Save Rainforest

นอกจากนี้ ดร.สตีฟ ได้กล่าวถึงการฟื้นฟูป่า ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญของโลกที่ต้องทำอย่างเร่งด่วนโดยล่าสุด องค์การสหประชาชาติได้ประกาศถึงภาวะวิกฤติของโลกที่ต้องขอความร่วมมือจากประชากรทุกคนในการช่วยฟื้นฟูป่าไม้ โดยจะต้อง ฟื้นฟูป่าอย่างเร่งด่วนด้วยเป้าหมายคือ ขนาด 350,000 ล้านเอเคอร์ หรือ 1,800,000 ล้านไร่ หรือเทียบง่ายๆ คือขนาดของประเทศอินเดียหนึ่งประเทศ ภายในเวลา 13 ปี ซึ่งแน่นอนว่าด้วยภารกิจที่ยิ่งใหญ่นี้ ไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นหน้าที่ของมนุษย์ทุกคน

ธนวัฒน์ สุขสิน ตัวแทนอาสาสมัครที่เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า ผมเป็นหนึ่งในแฟนเพจของเบรกเกอร์และติดตามกิจกรรมดีๆ ของเบรกเกอร์มาโดยตลอด จนมาถึงตอนนี้ได้มีโอกาสมาร่วมกิจกรรมปลูกป่าในครั้งนี้ด้วย รู้สึกประทับใจมาก เพราะได้มีโอกาสมารู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้เกี่ยวกับการดูแลและรักษาป่าที่ถูกต้อง ที่สำคัญวันนี้ได้ชวนเพื่อนสนิท หลายคนมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย เพราะมีความเชื่อที่ว่า ถ้ามาคนเดียว เราก็ได้เห็นภาพพื้นที่ป่าแค่คนเดียว แต่ถ้าเราชวนเพื่อนมาพวกเขาจะได้เห็นภาพแบบเดียวกัน รอบนี้ถ้ากลับบ้านไปจะเอาสิ่งดีๆ เหล่านี้ และเอาความรู้ที่เกี่ยวกับการปลูกป่าที่ถูกวิธีไปบอกเล่าต่อไป”

ทั้งนี้ สามารถติดตามกิจกรรมดีๆ และรองเท้ารุ่นต่อไปจากเบรกเกอร์ได้เร็วๆ นี้

Leave a comment