ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/280131

สมเด็จพระเทพรัตนฯ เสด็จฯ ทรงเปิดนิทรรศการ ‘อนุสรณ์ 40 ปี วิภาวดีรังสิต’ นิทรรศการเทิดพระเกียรติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต ทรงเสกสมรส กับ หม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต เมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2489
ทรงเป็นคู่สมรสคู่เดียวที่ได้รับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์จาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
เนื่องในโอกาสที่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต สิ้นพระชนม์ครบ 40 ปี มูลนิธิวิภาวดีรังสิต จัดนิทรรศการ “อนุสรณ์ 40 ปี วิภาวดีรังสิต” เพื่อเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระประวัติและผลงานของพระองค์หญิงทั้งในด้านวรรณกรรมและการรับราชการสนองพระเดชพระคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จนกระทั่งถึงวาระสุดท้ายของพระชนม์ชีพในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดนิทรรศการ โดยมี ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ประธานกรรมการมูลนิธิวิภาวดีรังสิต,ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล กรรมการและเลขานุการมูลนิธิฯ, ท่านผู้หญิงทัศนีย์บุณยคุปต์ และ ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รวมถึงคณะกรรมการมูลนิธิฯ แขกผู้มีเกียรติเฝ้าฯ รับเสด็จ ณ ไลฟ์สไตล์ ฮอลล์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 กรกฎาคม 2560
พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต พระนามเดิม หม่อมเจ้าวิภาวดี (รัชนี)รังสิต ทรงเป็นธิดาในพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ (พระองค์เจ้ารัชนี แจ่มจรัสต้นราชสกุล รัชนี) และหม่อมเจ้าพรพิมลพรรณ (วรวรรณ) รัชนี ประสูติเมื่อวันเสาร์ที่20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2463 เสกสมรสกับหม่อมเจ้าปิยะรังสิต รังสิต เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2489 โดยทรงเป็นคู่สมรสคู่เดียว ที่ได้รับพระราชทานน้ำพระมหาสังข์จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ทรงมีธิดาด้วยกัน 2 คน คือ ม.ร.ว.วิภานันท์- ม.ร.ว.ปรียนันทนารังสิต ทรงเข้ารับราชการสนองพระเดชพระคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรภาคต่างๆ พระองค์หญิงทรงเสียสละความสุขส่วนพระองค์เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้นแม้ในเขตที่มีผู้ก่อการร้ายปฏิบัติการอย่างรุนแรง แต่ก็ยังทรงพระอุตสาหะเสด็จไปให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่ถึงแนวหน้า จนกระทั่งวันที่16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2520 ระหว่างทางเสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อปฏิบัติภารกิจแทนพระองค์ ในการเยี่ยมบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ และประชาชนใน จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ก่อการร้ายได้ระดมยิงเฮลิคอปเตอร์จนกระสุนทะลุเข้ามาถูกพระองค์หญิง ทรงได้รับบาดเจ็บสาหัสและสิ้นพระชนม์ ณ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจึงทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้สถาปนาหม่อมเจ้าวิภาวดีรังสิต เป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2520และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์มหาจักรีบรมราชวงศ์และประถมาภรณ์ช้างเผือกเพื่อเป็นพระเกียรติคุณสืบต่อไป

ทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณในการตามเสด็จฯ ทรงเยี่ยมราษฎรทุกภาคทั่วประเทศไทย ตั้งแต่ พ.ศ.2498
มูลนิธิวิภาวดีรังสิต ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2520 มี ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต เป็นประธานกรรมการมูลนิธิฯ เพื่อเป็นอนุสรณ์และสืบทอดงานของพระองค์หญิงต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนในท้องถิ่นทุรกันดารที่ขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือบุคคลที่ประสบภัยส่งเสริมการศึกษาและให้ความรู้แก่เยาวชนส่งเสริมพระพุทธศาสนาและช่วยเหลือกิจการสงฆ์ ให้การช่วยเหลือในด้านการพัฒนาชุมชน และวางแผนครอบครัว ส่งเสริมและฟื้นฟูหัตถกรรมพื้นบ้าน สนับสนุนกิจการพิพิธภัณฑ์และเผยแพร่ความรู้ในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานของมูลนิธิ จำกัดอยู่ในเขตภาคใต้เท่านั้น เนื่องจากเป็นท้องถิ่นที่พระองค์หญิงทรงปฏิบัติภารกิจเมื่อยังทรงมีพระชนม์อยู่ มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญต่อการศึกษาของเยาวชนจึงได้สร้างห้องสมุดโรงเรียนและมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนเรียนดีแต่ครอบครัวมีฐานะขาดแคลน 5,000 กว่าทุน และมีความประสงค์ที่จะเพิ่มจำนวนทุนการศึกษาให้กว้างขวางมากขึ้นทุกปี
นิทรรศการในครั้งนี้ นอกจากจะได้ร่วมชื่นชมพระประวัติของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต แล้ว ยังได้พบกับต้นฉบับลายพระหัตถ์ของผลงานประพันธ์ เอกสาร และภาพถ่ายหายากที่ทรงสะสมจากเมื่อครั้งโดยเสด็จฯ ทรงเยือนต่างประเทศ รวมทั้งของใช้ส่วนพระองค์ต่างๆ ที่ไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน รวมทั้งในด้านวรรณกรรม อาทิ ปริศนา รัตนาวดี เจ้าสาวของอานนท์ ซึ่งทรงนิพนธ์ โดยใช้นามปากกาว่า ว.ณ ประมวญมารค และที่มาของชื่อ “ถนนวิภาวดีรังสิต” ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 31 (ดินแดง-ดอนเมือง) เป็นทางหลวงพิเศษหรือซูเปอร์ไฮเวย์ เชื่อมต่อในถนนกรุงเทพฯ กับถนนพหลโยธินสู่ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย รัฐบาล ธานินทร์กรัยวิเชียร ได้นำพระนามมาตั้งชื่อถนน เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งคุณงามความดีของพระองค์หญิง

เมื่อครั้งโดยเสด็จฯ ทรงเยือนนครรัฐวาติกัน พ.ศ.2503

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทอดพระเนตรนิทรรศการ “อนุสรณ์ 40 ปี วิภาวดีรังสิต”

พระราชทานฉายพระรูปกับ คณะ กก. มูลนิธิวิภาวดีรังสิต ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ประธาน กก.มูลนิธิฯ, ปานศักดิ์ รังสิพราหมกุล,ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ, ดร.ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุญยคุปต์, ม.ร.ว.ดัจฉราพิมล รัชนี, วัลลิยา ปังศรีวงศ์, ลลิตยา รังสิต, ม.ร.ว.อดิศรเดช สุขสวัสดิ์, ม.ร.ว.ภัทรชัย รัชนี และ ชูมาน ถิระกิจ

พระราชทานฉายพระรูปกับ “ครอบครัวรังสิต” ม.ร.ว.วิภานันท์ รังสิต, ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล-ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต, ด.ญ.ดารยา-ลลิตยา รังสิต จาติกวณิช-ปณัยกร จาติกวณิช, เทพราช รังสิต, นิตินันท์- ปิณิดา-อานนท์-จฏา คงสิริ

ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล-หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา, องคมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์-พ.อ.หญิง ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์, ศ. (พิเศษ) ธานินทร์ กรัยวิเชียร และ อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ

สองธิดา ม.ร.ว.วิภานันท์ รังสิต, ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต-ปานศักดิ์ รังสิพราหมณกุล ต้อนรับ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล-หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา, ม.ร.ว.เบญจวรรณ(วรวรรณ) จักรพันธุ์, ม.ร.ว.ภัทรชัย รัชนี, ม.ร.ว.ธีรเดช รัชนี

สามท่านผู้หญิง ท่านผู้หญิงรวิจิตร์ สุวรรณบุบผา, ดร.ท่านผู้หญิงทัศนีย์ บุณยคุปต์, ท่านผู้หญิงฉัตรแก้ว นันทาภิวัฒน์, ม.ร.ว.ดัจฉราพิมล รัชนีและ ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี

ดร.ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร

พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร และ น้องสาว กรรณิการ์ บุญตานนท์

คุณหญิงขวัญตา เทวกุลฯ และ ม.ร.ว.วิภานันท์ รังสิต

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ และ สรวิช ภิรมย์ภักดี

สันติพันธ์-ดารกา จาติกวณิช

ม.ล.รดีเทพ เทวกุล, ทิพวรรณ เตชะวิจิตร์

ท่านผู้หญิงสุมาลีจาติกวณิช กับบุตรสาวและเขย ดร. คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา-รศ.ม.ร.ว.ชาญวุฒิ วรวรรณ

สวนิต คงสิริ, วิทยา-อรสา เวชชาชีวะ

ธีรวัลคุ์ ปังศรีวงศ์, ละออทิพย์ ณ บางช้าง และ ณัฐวรรณทีปสุวรรณ

ลลิตยา-ด.ญ.ดารยา รังสิต จาติกวณิช-ปณัยกร จาติกวณิช



ส่วนหนึ่งในนิทรรศการ “อนุสรณ์ 40 ปี วิภาวดีรังสิต”