ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/280292

ครอบครัวเซเลบฯ แชร์เคล็ดลับ เสริมสร้างการเรียนรู้ของลูกผ่านการเล่น
แสนสิริ เติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกๆ ด้านบนความเชื่อที่ว่าดีไซน์ที่สวยงามต้องมาพร้อมกับประโยชน์การใช้งานได้จริง ถ่ายทอดสู่แคมเปญ “Fill your life with good” หรือ “ใช้ชีวิตแต่กับสิ่งดีๆ” เปิดตัวด้วยไฮไลต์เด่น “EducationalPlayground มากกว่าสนามเด็กเล่น” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในวงการที่อยู่อาศัยไทยที่มีสนามเด็กเล่นเพื่อการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ครอบครัวรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง โดยในงานเปิดตัวแคมเปญได้รับเกียรติจาก พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก จากโรงพยาบาลเด็กสมิติเวชพร้อมด้วยคุณพ่อคุณแม่คนดัง อาทิ คุณหมอโอ๊คนพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล ที่ควงแขนมากับครอบครัว โอปอล์ – ปาณิสรา และลูกแฝด น้องอลัน-น้องอลิน และ คุณหญิงแอร์ – ม.ร.ว. จันทรลัดดา ยุคล มาร่วมแชร์เคล็ดลับในการเลี้ยงลูกและการส่งเสริมพัฒนาการผ่านการเล่น ณ แสนสิริ เลนจ์ สยามพารากอน
อุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ (จำกัด) มหาชน กล่าวว่า “แสนสิริ ในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์เติมเต็มการใช้ชีวิตในทุกๆ ด้านของลูกบ้าน จึงได้ร่วมกับทีม แสนสิริ ดีไซน์ โซลูชั่น ดีพาร์ทเมนท์ (DSD) ฉีกกรอบแนวคิดเดิมของสนามเด็กเล่นภายในโครงการที่อยู่อาศัยให้เป็น “มากกว่าสนามเด็กเล่น” ประกอบกับแรงบันดาลใจจากสนามเด็กเล่นในโครงการที่อยู่อาศัยในต่างประเทศที่มีการผนวกเอากิจกรรมต่างๆลงไปไม่ได้มีเฉพาะแต่เครื่องเล่นเท่านั้น จึงนับว่าเป็นครั้งแรกในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทยที่มีสนามเด็กเล่นฝึกทักษะและพัฒนาการเด็กทั้งร่างกาย การตัดสินใจ และการแก้ปัญหาในลักษณะนี้ตั้งอยู่ในโครงการที่พักอาศัย ในรูปแบบ Educational Playground โดยมีโรงพยาบาลเด็กสมิติเวชเป็นที่ปรึกษาในการออกแบบและแนะนำเรื่องการใช้วัสดุให้ปลอดภัยซึ่งปัจจุบันมีโครงการนำร่องอยู่ที่ โครงการคณาสิริ รังสิตคลองสอง, โครงการ เศรษฐสิริ ปิ่นเกล้ากาญจนา และโครงการ เศรษฐสิริ กรุงเทพกรีฑารวมถึงโครงการอื่นๆ ที่จะตามมาอีกในอนาคต”

พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม จากโรงพยาบาลเด็กสมิติเวช กล่าวว่า “การส่งเสริมให้เด็กได้ทำกิจกรรมต่างๆ ตามช่วงวัยที่มีความต้องการในด้านพัฒนาการที่แตกต่างกันเป็นเรื่องสำคัญโดยต้องคำนึงถึงพัฒนาการ 4 ด้าน คือกล้ามเนื้อมัดใหญ่ มัดเล็ก ภาษา และการเข้าสังคม เช่น วัย 1-2 ขวบ ที่เริ่มเดินได้เองแล้ว ควรเน้นพัฒนาด้านการเคลื่อนไหวให้เดินเยอะๆ หรือขึ้นลงบันไดด้วยการจับราวและพักเท้าทีละขั้น ช่วง 2-3 ขวบจะเป็นวัยที่ยืนด้วยขาข้างเดียวได้ ก็สามารถกระโดดอยู่กับที่ เดินขึ้นลงบันไดสลับเท้าได้ ตอบคำถามได้ และโยนหรือเตะบอลได้แล้ว พอมาถึงวัย 3-4 ขวบ ให้เริ่มเล่นอะไรแบบคู่ขนานและเล่าเรื่องได้เป็นประโยคสั้นๆพอโตขึ้นมาเป็นวัย 5-6 ขวบ ให้ลองกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางเตี้ยๆ ได้ จำแนกหมวดหมู่สิ่งของได้ และการเล่นที่มีกติกา พอเป็นวัย 6-10 ขวบ ให้เรียนรู้เรื่องตำแหน่งและทิศทาง รู้จักแก้ปัญหาและไตร่ตรองอย่างมีเหตุมีผลมากขึ้น”
ด้าน หมอโอ๊ค-นพ.สมิทธิ์ อารยะสกุล เผยว่า “พ่อแม่ย่อมคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก แต่คำว่าดีที่สุดของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันแต่ก่อนเราสกรีนทุกอย่าง เพราะน้องอลัน น้องอลินคลอดก่อนกำหนด แต่หลังจากนั้นเราหยุดอ่านหนังสือหรือเพจเกี่ยวกับการเลี้ยงลูกทั้งหมด แล้วหยุดมีข้อจำกัดด้านการเล่นของลูก ทำให้พบว่าการให้ลูกเรียนรู้ผ่านการเล่นเป็นทางที่ทำให้พัฒนาการของลูกก้าวไปได้เร็วกว่าวัย จากเดิมที่เคยติดลบ เพราะเขาได้เรียนรู้ผ่านการเล่นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งพอเห็นแสนสิริพัฒนาสนามเด็กเล่นเสริมสร้างพัฒนาการเด็กรอบด้านในโครงการ ก็ดีใจมาก เพราะเหมาะกับไลฟ์สไตล์พ่อแม่ที่ไม่มีเวลามาก จะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีตามวัยในช่วงเวลาแห่งความสนุกสนานทั้งยังวางใจถึงเรื่องความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังช่วยให้ลูกได้รู้จักกับเพื่อนบ้านที่อยู่ในโครงการเดียวกันอีกด้วย ฝึกการเรียนรู้ด้านการเข้าสังคมและรู้จักการแบ่งปัน ซึ่งช่วยพัฒนาในด้านอารมณ์และจิตใจไปได้อีกทาง”
ปิดท้ายที่ คุณหญิงแอร์-ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล เผยถึงสไตล์การเลี้ยงลูกว่า “ตอนนี้น้องพร้อมกำลังอยู่ในวัยชอบเล่นซน จึงเน้นให้ได้ออกกำลังกายกลางแจ้ง เพื่อช่วยเสริมพัฒนาการด้านร่างกายให้แข็งแรงและอยากให้ลูกได้สัมผัสธรรมชาติ ไม่ได้เน้นการเรียนวิชาการอย่างเดียว รวมถึงให้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมอีกด้วย การที่แสนสิริร่วมมือกับสมิติเวช เปิดตัว Educational Playground จึงตอบโจทย์ทั้งพ่อแม่ เพราะได้ทั้งออกกำลังกายและพัฒนาสมองไปกับเกมส์ต่างๆ ที่สอดแทรกไปในสนามเด็กเล่นแห่งนี้ด้วย”
รับชมเรื่องราวที่บอกเล่าผ่านความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยจากประสบการณ์จริง พร้อมร่วมสร้างสรรค์แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตบนที่อยู่อาศัยได้ที่ http://www.sansiri.com
