ผู้เชี่ยวชาญแนะเทคนิคเลี้ยงลูกวัย 8-13 ปี พ่อแม่ควรเปิดใจและส่งเสริมความถนัดของลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/280977

ผู้เชี่ยวชาญแนะเทคนิคเลี้ยงลูกวัย 8-13 ปี พ่อแม่ควรเปิดใจและส่งเสริมความถนัดของลูก

ผู้เชี่ยวชาญแนะเทคนิคเลี้ยงลูกวัย 8-13 ปี พ่อแม่ควรเปิดใจและส่งเสริมความถนัดของลูก

วันจันทร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ยุคสมัยเปลี่ยนไป แนวทางการเลี้ยงลูกก็แปรไปตามสภาพสังคมเช่นกัน หากจะบอกว่าการเลี้ยงลูกสมัยนี้ยากกว่าสมัยก่อนมากก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกด้วยสาเหตุของสื่อและสิ่งเร้าต่างๆ ที่มากระตุ้นให้เด็กมีพฤติกรรมเบี่ยงแบนไปจากที่ควรจะเป็น รวมไปถึงวิธีการเลี้ยงลูกของเด็กแต่ละช่วงวัยก็แตกต่างกันไปจนอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่เองก็อาจรับมือไม่ทัน

นานมีบุ๊คส์ ในฐานะผู้ผลิตหนังสือสำหรับคนทุกเพศทุกวัย เข้าใจดีว่าเด็กจะเติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคมได้นั้น ความสำคัญอยู่ที่ความแข็งแรงของสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ที่เป็นผู้บ่มเพาะเลี้ยงดูลูกตั้งแต่เล็กจนโต จึงใช้โอกาสครบรอบ 25 ปี ทำงานร่วมมือกับเครือข่ายครอบครัว โดยจัดกิจกรรม Workshop พร้อมเชิญผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ความรู้กับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกในช่วงวัยตั้งแต่ 0-7 ปี และ 8-13 ปี เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้พ่อแม่ มีวิธีการเลี้ยงลูกแบบของ positiveparenting หรือการเลี้ยงลูกเชิงบวก เพื่อให้เด็กมีบุคลิกภาพที่พึงประสงค์และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

เมื่อเร็วๆ นี้ นานมีบุ๊คส์ ได้จัด Workshop “Positive Parenting ความสำคัญของการเลี้ยงดูสู่การเรียนรู้ของลูกวัย 8-13 ปี” โดยมี ผศ.นพ.พนม เกตุมานประธานชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทาง โดยกล่าวว่า “เด็กวัย 8-13 ปี เป็นวัยที่กำลังเปลี่ยนแปลงจากวัยเด็กสู่วัยรุ่น เด็กในวัยนี้จึงมีการปรับตัวค่อนข้างเยอะ ที่เห็นเด่นชัดคือ เรื่องอารมณ์ และการค้นหาตัวตนของตัวเอง ในด้านอารมณ์ เด็กจะเริ่มแสดงอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง เริ่มเถียง ไม่ฟังมีคิดต่างจากพ่อแม่บ้าง ไม่ชอบถูกสั่งให้ทำ เพราะรู้สึกเสียความเป็นตัวเอง ฉะนั้นแนวทางการเลี้ยงลูกวัยนี้คือ พ่อแม่จะพูดอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้ แต่ต้องเปิดใจฟังลูกเยอะๆ เพื่อให้รู้จักตัวตนเขามากๆ โดยใช้การตั้งคำถาม ว่าลูกคิด รู้สึกอย่างไร เช่น เรื่องที่เราจะสอนเขา ลองใช้คำถามให้เขาคิดเองก่อน หาคำตอบด้วยตัวเอง การที่ลูกคิดเองได้ ก็มีแนวโน้มที่เขาจะทำตามนั้นสิ่งนั้นได้ดี พ่อแม่แค่คอยชมเมื่อเขาคิดหรือทำได้ถูก เด็กก็จะค่อยๆ เติบโต จากภายในพัฒนาไปเป็นวัยรุ่นที่สมบูรณ์ ทำให้ชีวิตวัยรุ่นมีความ
เสี่ยงน้อย”

อีกด้านเด็กจะเริ่มมีความชอบความถนัด เริ่มค้นหาตัวตนของตัวเอง การปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน การทำตามกฎระเบียบของโรงเรียน เรียนรู้การใช้ชีวิตทางสังคมมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรหาให้ได้ว่าลูกจะมีจุดเด่นอะไร และหาทางส่งเสริมให้ถูกทาง ให้ตัวตนของเขาแสดงออกมาชัดเจน โดยไม่เน้นเรื่องเรียนอย่างเดียว แต่ควรเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลอง สัมผัสกับการเรียนรู้รูปแบบต่างๆ สิ่งไหนที่เขาทำได้ดี ก็ส่งเสริมให้เป็นจุดเด่น รวมถึงฝึกความกล้าแสดงออก และกล้าเปิดเผยเรื่องของตัวเองกับพ่อแม่

การ Work shop จึงเน้นเรื่องการสะท้อนความคิดความรู้สึกของเด็กให้พ่อแม่เข้าใจ โดยพ่อแม่ก็ต้องรู้จักสะท้อนความรู้สึกของตัวเองก่อนเช่นกัน เราจะได้เข้าใจเด็กมากขึ้น และไม่เอาตัวเองเป็นตัวตั้ง ไม่เอาความคาดหวังของตัวเองมากดดันกับลูก การสะท้อนคิดจะทำให้เรารู้จักตัวตนของตัวเองและของลูกมากขึ้น เตรียมที่จะพัฒนาไปเป็นบุคลิกภาพของเขา เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นต่อไป”

ภายในการ Work shop คุณหมอ ให้คุณพ่อคุณแม่สะท้อนสิ่งที่ตนเองคาดหวังให้ลูกเป็นเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ หลังจากนั้นจับกลุ่มแบ่งปันสิ่งที่คิดกับพ่อแม่ท่านอื่นๆ พร้อมแชร์ปัญหาที่พบ และแนวทางแก้ไขซึ่งกันและกัน โดยมีคุณหมอคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

ภัทริยา สุพรหมจักร อายุ 42 ปี ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว เปิดเผยว่า ตนเองมีลูกสาว 11 ขวบ และ ลูกชาย 8 ขวบ อยากได้แนวทางเลี้ยงลูกในวัยที่กำลังมีการเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องและเหมาะสม ด้วยวิธีที่นุ่มนวลหลังจากได้ฟังคุณหมอ พฤติกรรมของลูกเป็นไปตามที่คุณหมอบอก คือเดิมลูกจะเชื่อฟัง แต่ช่วงนี้เขามีความคิดของตัวเองและคิดต่างจากเรา เราอยากให้เขาทำในสิ่งที่เราคิดว่าเหมาะสม แต่ก็ไม่อยากบังคับจนเกินไป อย่างเช่นเรื่องเล่น iPad เคยตกลงกันว่าจะเล่นได้เมื่อทำการบ้านเสร็จ แต่หลังๆ มา การบ้านยังไม่เสร็จ ก็ไปเล่นแล้วคงต้องเปิดใจพูดคุยตกลงร่วมกันอีกครั้ง และดูว่าลูกทำได้ไหม ถ้าทำได้ก็ให้รางวัล แต่ถ้าทำไม่ได้ต้องมีวิธีที่ทำให้เขาไม่รู้สึกเสียใจมากนักและยอมรับกับผลตรงนั้น คุณหมอแนะนำว่าให้เป็นวิธีตัดรางวัลที่เขา ควรจะได้ ถือเป็นการทำโทษ แต่ไม่ใช่ไปทำโทษด้วยการลงไม้ลงมือ ว่ากล่าวรุนแรง ดุด่า เป็นวิธีที่ไม่แนะนำให้ใช้ รวมไปถึงจะลองหากิจกรรมทำร่วมกับลูก ใช้เวลาช่วงนั้นในการพูดคุยกับลูก ให้เขาได้เล่าในสิ่งที่เขาไม่กล้าเล่า เราก็ใช้ช่วงนี้คอยสอนไปด้วย จะนำแนวทางไปปรับใช้กับลูก และสังเกตุดูผลว่าจะเป็นไปทิศทางใด และนำกลับมาแชร์ต่อในครั้งต่อไป”

ด้าน ปาริชาต แสงคำ อายุ 46 ปี ประกอบอาชีพแม่บ้าน กล่าวว่า ตนเองมีลูกสาวอายุ 9 ขวบ เห็นว่าการเลี้ยงลูกในปัจจุบันมีอุปสรรคและปัจจัยเสี่ยงเยอะ จะเอาวิธีการเลี้ยงแบบสมัยก่อนมาใช้คงไม่ได้ ฉะนั้นจึงต้องการความรู้เพิ่มเติม แต่สิ่งแรกที่ต้องปรับคือตัวเราก่อนว่าเรามีมุมมองที่มองด้านเดียวหรือไม่ สิ่งที่คุณหมอแนะนำเป็นแนวทางเดียวกับที่เรากำลังตั้งใจจะทำ จะลองไปปรับใช้ เริ่มต้นที่ปรับตัวเองก่อน ว่าจะสามารถเอาแนวความคิดไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากแค่ไหน ถ้าเราปรับได้เยอะ ก็จะส่งผลต่อลูกเยอะเช่นกัน เพราะสิ่งที่ลูกแสดงออกมาคือมีผลมาจากตัวเราทั้งนั้น ฉะนั้นอยากให้ลูกเป็นอย่างไร พ่อแม่ก็ต้องเป็นแบบนั้นก่อน ถ้าภูมิคุ้มกันในบ้านแข็งแรง ปัญหานอกบ้านก็จะน้อยมาก

ทั้งนี้ การเลี้ยงลูกแต่ละวัยมีความแตกต่างกันรวมถึงปัจจัยและความเสี่ยงที่จะต้องพบเจอ หากคุณพ่อคุณแม่ มีความรู้และประสบการณ์ก็จะสามารถรับมือและแก้ปัญหาได้ทันท่วงที เสมือนเป็นเกาะป้องกันให้ลูกเติบโตอย่างเหมาะสมและสมวัยได้ไม่ยาก สำหรับ Work shop Positive Parenting ความสำคัญของการเลี้ยงดูสู่การเรียนรู้ของลูกวัย 8-13 ปี” นี้ เป็นหลักสูตรต่อเนื่องจำนวน 2 ครั้ง ระยะห่างกัน 4 เดือน โดยคุณพ่อคุณแม่ที่มาเข้าร่วมครั้งนี้จะนำคำแนะนำไปปรับใช้ และนำกลับมาแชร์ร่วมกันในครั้งต่อไปในวันเสาร์ที่28 ตุลาคม 2560 ขณะที่ Work shop Positive Parenting ความสำคัญของการเลี้ยงดูสู่การเรียนรู้
ของลูกวัย 0-7 ปี” จะจัดขึ้นอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคมคม 2560 คุณพ่อคุณแม่ที่สนใจยังสามารถสมัครเข้าร่วมได้ที่ โทร.02-6623000 ต่อ 5226, 4425, 4441 หรือ 085-0909162

Leave a comment