สัตว์เลี้ยงกับโรคไต (ตอนจบ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/282103

สัตว์เลี้ยงกับโรคไต (ตอนจบ)

สัตว์เลี้ยงกับโรคไต (ตอนจบ)

วันอาทิตย์ ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้คุยกันถึงเรื่องโรคไตในสุนัขและแมวกัน ท่านผู้อ่านคงได้ความรู้พื้นฐานเรื่องโรคไต อาการ และสาเหตุกันไปพอสมควรแล้ว สัปดาห์นี้เรามาคุยกันถึงวิธีการรักษาและการป้องกันโรคนี้กันครับ

การรักษาโรคไตวายนั้น ทั้งในทางทฤษฎีและทางปฏิบัติ ไม่มียาที่ใช้จำเพาะ แต่เราจะพยายามช่วยให้ไตพักการทำงาน ให้ไตทำหน้าที่ได้โดยใช้พลังงานน้อยที่สุด ให้สารหรือฮอร์โมนที่ขาดทดแทน ภาพรวมจะเป็นการรักษาตามอาการ รักษาแบบพยุงและบำรุงร่างกาย ได้แก่

การให้สารน้ำ (น้ำเกลือ) แก่สัตว์ (ทางเส้นเลือดดำหรือทางใต้ผิวหนัง) เนื่องจาก สัตว์ป่วยเป็นโรคไตมีสภาพการขาดนํ้า ดังนั้นจำเป็นต้องทำให้สัตว์ได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอก่อน เพื่อเพิ่มการขับของเสียออกไป แต่การให้น้ำเกลือนี้ สัตวแพทย์จะพิจารณาอย่างละเอียด เพราะในภาวะไตระยะเฉียบพลัน สัตว์อาจปัสสาวะออกมาน้อย หากให้น้ำเกลือไปมากๆ โดยสัตว์ขับปัสสาวะออกมาน้อยหรือไม่ปัสสาวะเลย ก็จะเป็นสาเหตุให้มีน้ำในร่างกายเกิน เกิดอาการบวมน้ำ หรือเกิดอาการนํ้าท่วมปอดได้

การให้ยาอื่นที่จำเป็น เช่น ยาปฎิชีวนะ เพื่อควบคุมการติดเชื้อ ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ยาบำรุงต่างๆ และอาจมีการให้ฮอร์โมน เพราะมีภาวะโลหิตจาง เนื่องจากสุนัข และแมวที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังจะขาดฮอร์โมนที่สร้างจาไต ชื่อ Erythropoietin (Epo) ฮอร์โมนนี้จะมีฤทธิ์ไปกระตุ้นให้ไขกระดูกสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ดังนั้นสัตว์ที่ขาดฮอร์โมนนี้จึงมักจะมีปัญหาเรื่องโรคโลหิตจางร่วมด้วย

การให้นํ้ามันปลา (Fish oil) ก็จะช่วยลดขบวนการอักเสบที่ไต และทำให้สารเคมีที่เกิดจากขบวนการอักเสบ และเป็นพิษต่อไตลดลง

การให้ยาลดความดัน ในกลุ่ม Angiotensin Converting Enzyme (ACE) inhibitor จะช่วยลดความดันในหลอดเลือดที่ไต และช่วยชะลอความรุนแรงของโรคไตวายได้

การให้ยาในกลุ่มแอลฟาคีโทแอซิด เช่น คีโทสเทอริล(Ketosteril)จะช่วยลดการสร้างยูเรียซึ่งเป็นของเสีย ซึ่งเป็นการช่วยทางอ้อม

อาจมีการให้ วิตามิน E และ C ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และการให้ ยาบำรุงเลือด โดยเฉพาะ การจัดการอื่นๆ เช่น ให้อาหารโปรตีนตํ่า เพื่อลดของเสียลง เป็นต้น

สุนัขที่เป็นโรคไต ควรกินอาหารเฉพาะของโรคไต หรืออาหารที่มีโปรตีนตํ่า (โปรตีนที่ได้รับ ผมแนะนำว่าควรเป็นจากไข่ขาวและปลาน้ำจืด)การกินอาหารที่มีโปรตีนสูงจะเร่งการสร้างยูเรีย ทำให้ของเสียในร่างกายยิ่งมีมากขึ้น โดยเฉพาะกรดอะมิโนบางตัวในโปรตีนจะมีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดที่ไต จะเพิ่มอัตราการกรองของไต ทำให้ภาวะไตวายมีอาการรุนแรงขึ้น

เมื่อได้รับการรักษาจนดีขึ้นแล้ว สัตว์ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังอาหารโปรตีน และสภาพน้ำในร่างกาย  และทำการตรวจเลือดเพื่อเช็คสุขภาพเป็นระยะ เพื่อเฝ้าระวังการเสื่อมของไต มีการตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะเป็นระยะ เพื่อดูการทำหน้าที่ของไตและสภาวะน้ำในร่างกาย และที่สำคัญต้องให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการให้อาหารที่มีเกลือต่ำ รวมถึงพิจารณาการให้ยา โดยเฉพาะยาที่ขับออกทางไตอีกด้วย

อยากเรียนย้ำว่า โรคไตวายเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้ หรือโอกาสเป็นปกติค่อนข้างน้อย ดังนั้น การป้องกัน จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด การให้ยาต่างๆ และการเลือกอาหารจึงมีความสำคัญมาก อาหารที่สะดวกต่อเจ้าของและเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เช่น ตับไก่ย่างรสเด็ดและปลาทูรสเลิศที่ขายเป็นเข่งนั้น ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับสุนัขและแมว ผมไม่ได้หมายความว่า ตับไก่ย่าง หรือ ปลาทูนึ่ง จะเป็นของไม่ดี แต่อยากให้พิจารณาว่าสารปรุงรสและของเสียที่ตกค้างอยู่ในอาหารเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ต้องระวัง เรื่องการปรุงอาหารให้มีรสชาติจัดจ้านตามที่เจ้าของชอบนั้นเพราะคิดว่าสุนัขและแมวจะชอบด้วยนั้น ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เนื่องจากสุนัขและแมวเลือกอาหารที่ กลิ่น มากกว่ารสชาติครับ ดังนั้นหากให้อาหารสดแล้ว การอุ่นอาหาร ให้มีอุณหภูมิสูงขึ้นเล็กน้อย จะช่วยให้อาหารมี กลิ่น ที่ชวนให้สุนัขและแมวกินได้ดีขึ้นครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Leave a comment