ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/282638

ติวเข้มเฟ้นหานักออกแบบหน้าใหม่ก้าวสู่เวที ‘อเมซอน แฟชั่น วีค โตเกียว’
นิสา แก้วเรือน ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอนพร้อมด้วยผู้บริหารจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมฯ วิจักขณ์ รัตนสุวรรณ และ เยาวนิจ แซ่ตัง
เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยแบบ 360 องศา อีกทั้งสร้างการเติบโตของธุรกิจแฟชั่นทั้งในไทยและต่างประเทศอย่างยั่งยืน กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับศูนย์การค้าสยามพารากอนจัดโครงการ Thai Touch Season 3มุ่งเน้นที่จะผลิตนักออกแบบไทยหน้าใหม่ที่มีคุณภาพ และพัฒนานักออกแบบไทยรุ่นใหม่ให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างโอกาสในการนำเสนอผลงานในระดับสากล
ทั้งนี้นักออกแบบหน้าใหม่ที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 24 คน ต้องพัฒนาทักษะและความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ การค้นหาแรงบันดาลใจ การสร้างแบรนด์ รวมถึงเรียนรู้และแก้ปัญหาเหตุการณ์เฉพาะหน้า ตลอดจนได้รับความรู้ในเชิงการตลาดเพิ่มมากขึ้น วิจักขณ์ รัตนสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม จึงจับมือกับ ชนิสา แก้วเรือน ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามพารากอน จัดกิจกรรมอบรมอย่างเข้มข้นตลอด 3 วัน 2 คืน โดยมีกลุ่มดีไซเนอร์ชั้นนำของเมืองไทยในนาม “สมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ” หรือ Bangkok Fashion Society (BFS) เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ในการอบรมทั้งด้านทฤษฎีและปฏิบัติ อาทิ ภาณุ อิงคะวัต Executives Creative Director Greyhound Group, จิตต์สิงห์ สมบุญ Creative Consultant, ผศ.ดร.อโนทัย ชลชาติภิญโญ ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, ดีไซเนอร์แถวหน้าพลพัฒน์ อัศวะประภา ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Asava และ ASV

เหล่าดีไซเนอร์มืออาชีพ อาทิ ภาณุ อิงคะวัต,พลพัฒน์ อัศวะประภา พร้อมใจมาให้ความรู้แก่นักออกแบบหน้าใหม่ที่เข้าร่วมโครงการ
ภาณุ อิงคะวัต เผยถึง Key Success หรือสิ่งที่จะทำให้ดีไซเนอร์หน้าใหม่ก้าวสู่คำว่าประสบความสำเร็จนั้นประกอบด้วยปัจจัยหลักๆ ได้แก่ DNA หรือความสามารถของแต่ละคน นั่นหมายถึงความคิดในการสร้างสรรค์งานให้โดดเด่น มีความน่าสนใจ ทั้งในแง่การออกแบบและคุณภาพ ถัดมาคือ ต้องมีความสมดุล ระหว่างคำว่านักธุรกิจกับนักสร้างสรรค์ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่นักออกแบบต้องเข้าใจการตลาด มีกลยุทธ์ที่ชัดเจน สามารถออกแบบสินค้าให้สนองความต้องการของตลาดได้และตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้อย่างถูกต้องรวมถึงเข้าใจการบริหารงาน บริหารองค์กรอย่างเป็นระบบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบสำคัญนั่นคือ เงินลงทุน หรือเงินหมุนเวียน เนื่องจากการทำธุรกิจจำเป็นต้องใช้เงินหมุนเวียนระยะยาว
และถัดมาคือการมีผู้สนับสนุนในด้านขององค์ความรู้โดยเฉพาะการก้าวสู่ตลาดต่างประเทศ โดยแบรนด์ต้องพร้อมในการไปได้จริง ซึ่งหากมีหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนและผลักดันอย่างจริงจังก็จะทำให้ดีไซเนอร์ไทยมีโอกาสเติบโตในตลาดต่างประเทศมากยิ่งขึ้น และท้ายสุดคือเรื่องของความทุ่มเท มุ่งมั่นที่จะก้าวสู่ดีไซเนอร์มืออาชีพอย่างแท้จริง

นักออกแบบหน้าใหม่ผู้ผ่านเข้ารอบทั้ง 10 คน
ด้าน พลพัฒน์ อัศวะประภา ในฐานะนายกสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ และผู้ก่อตั้งแบรนด์ Asavaและ ASV กล่าวว่า “การจะเป็นนักออกแบบที่จะประสบความสำเร็จได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีตัวตนของตัวเองที่ชัดเจนหลังจากนั้นจึงจะพัฒนาให้เป็นที่ต้องการของตลาด และเข้าใจตลาดก็ไม่ง่าย เพราะฉะนั้นการพัฒนาให้เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างสม่ำเสมอ และต่อยอด การอบรมตรงนี้จะช่วยแนะแนววิธีคิดให้กับนักออกแบบหน้าใหม่ได้นอกจากนี้คือความมีวินัย และความเพียรของนักออกแบบ รวมถึงความกระหายที่อยากจะประสบความสำเร็จ”
ทั้งนี้หลังจากนักออกแบบหน้าใหม่ผ่านการติวเข้มจากดีไซเนอร์ตัวจริงแล้ว คณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกผู้ผ่านเข้ารอบเพียง 10 คน เพื่อผลิตชิ้นงานจริงและเฟ้นหาผู้เข้ารอบสุดท้าย นำผลงานไปร่วมแสดงแฟชั่นโชว์ระดับโลกภายใต้ชื่อ อเมซอน แฟชั่น วีค โตเกียว (Amazon Fashion Week TOKYO) ประเทศญี่ปุ่นในช่วงระหว่างวันที่ 16-21 ตุลาคมนี้

ติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวของกิจกรรม Thai Touch Season 3 พร้อมรายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบได้ที่www.thaitouchproject.com