ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/282828

รพ.บำรุงราษฎร์ผนึก 51 พันธมิตร ชูมิติใหม่บริบาลทางการแพทย์
เพื่อให้บริบาลแก่ผู้เข้ารับการดูแลรักษาทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมขยายตลาดทางการแพทย์ร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ “รพ.บำรุงราษฎร์” ผู้ให้บริบาลด้านการแพทย์ภาคเอกชนแห่งใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เดินหน้าขยายความร่วมมือพร้อมเอ็มโอยูโรงพยาบาลพันธมิตร51 แห่งทั่วประเทศ มุ่งสู่ความเป็นเลิศทางการแพทย์ร่วมกันในระดับประเทศและระดับภูมิภาค
“รศ.นพ.สมศักดิ์ เชาว์วิศิษฐ์เสรี”ผอ.ด้านบริหารร่วมและผู้อำนวยการด้านการแพทย์ รพ.บำรุงราษฎร์ กล่าวว่าบำรุงราษฎร์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมกับรพ.พันธมิตรเพิ่มอีก 16 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ต่อจากในปี 2559 ที่มีรพ.พันธมิตรเข้าร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) จำนวน 35 แห่ง ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับให้การดูแลรักษาผู้ป่วยร่วมกันระหว่างรพ.พันธมิตรได้อย่างต่อเนื่องและเต็มไปด้วยประสิทธิภาพแบบไร้รอยต่อ โดยอาศัยจุดแข็งและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของรพ.แต่ละแห่ง ให้สามารถรับช่วงต่อผู้เข้ามาใช้บริบาลทางการแพทย์ระหว่างกันได้โดยไม่สะดุด ซึ่งมาจากการพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านการแพทย์ระหว่างรพ.พันธมิตรร่วมกัน โดยรพ.บำรุงราษฎร์เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดการให้บริบาลทางการแพทย์ดังกล่าว
ขณะเดียวกัน ยังสอดคล้องกับที่ศ.นพ.ชาญวิทย์ ตันติ์พิพัฒน์ ประธานกรรมการ บ.รพ.บำรุงราษฎร์ จก. (มหาชน) ได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้รวมถึงผู้บริหารในฝ่ายปฏิบัติการอีก 4 ท่าน ถือเป็นความภาคภูมิใจต่อระบบสาธารณสุขไทย ที่มีความร่วมมืออย่างสมัครใจจาก 35 โรงพยาบาลพันธมิตรต่อเนื่องจากในปีก่อนที่ดำเนินการร่วมกันเป็นอย่างดี

ปีนี้ รพ.บำรุงราษฎร์ยังได้คิดก้าวไกลไปกว่าเดิมพร้อมยกระดับขีดความสามารถเครือข่ายพันธมิตรร่วมกันกำหนดทิศทางการดำเนินการเห็นได้ว่า ได้เรียนเชิญรพ.ทางสายภาคเหนือ คือ เริ่มที่รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ต่อไปที่รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมเชิญชวนศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ เข้าร่วม รวมกันเป็นวิชั่นการทำงาน เกิดเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยร่วมกัน โดยมุ่งเน้น 4 พันธกิจสำคัญ โดยพันธกิจแรกเป็นรากฐานของการดูแลผู้ป่วย เริ่มจากรพ.ต้นทางซึ่งเป็นการดูแลผู้ป่วยในตั้งแต่แรก และมีการส่งต่อผู้ป่วยเพื่อเข้ารับการรักษา หรือ สเต็ปอัพ (Step up) จนถึงเมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาในระยะหนึ่งแล้ว และต้องการย้ายกลับไปยังรพ.เดิมตั้งแต่แรก (Step down) ก็สามารถดำเนินการต่อได้โดยไม่สะดุด พันธกิจที่ 2.ด้านวิชาการ โดย รพ.บำรุงราษฎร์ มีแนวคิดด้านการสอนให้กับนักศึกษาแพทย์ เชิงวิชาการ ในลักษณะต่อยอดความคิดทางการแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมรับเฟลโลว์ (Fellow) แพทย์เฉพาะทางสาขามาต่อยอดโดยบริบทของ รพ.บำรุงราษฎร์อยู่ที่การฝึกอบรมเฟลโลว์ เพื่อเพิ่มศักยภาพการดูแลผู้ป่วยสูงสุด
ขณะที่พันธกิจที่ 3 ด้านการวิจัย เพื่อให้สอดคล้องกับไทยแลนด์ 4.0 ได้นั้น จะต้องสามารถสร้าง ครีเอชั่น และ นวัตกรรม โดย รพ.บำรุงราษฎร์ มีวิสัยทัศน์ที่พร้อมสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทย โดยเชิญโรงเรียนแพทย์ 3 แห่ง (รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร ศูนย์ศรีพัฒน์ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่) เข้าร่วมงานวิจัยทางการแพทย์ และพันธกิจสำคัญที่ 4 คือ มาตรฐานด้านคุณภาพ รพ.บำรุงราษฎร์ ถือเป็นแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียที่ผ่านการรับรองมาตรฐานคุณภาพรพ.ระดับสากล The Joint Commission International (JCI) ของสหรัฐอเมริกา
ล่าสุดยังผ่านการรับรอง DNV-GL’s MANAGING INFECTION RISK (MIR) STANDARD มาตรฐานที่เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงด้านการติดเชื้อ ซึ่งแห่งที่สามนอกทวีปอเมริกาเหนือและเป็นแห่งแรกของเอเชีย นอกจากนี้ยังได้รับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ระดับสากล จากวิทยาลัยพยาธิแพทย์อเมริกัน College of American Pathologists (CAP) เป็นแห่งแรกของไทย แสดงถึงความพร้อมด้านวิชาการ การวิจัย เพื่อตอบสนองภาวะการเจ็บป่วยที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา การวิจัยที่เข้าถึงพันธมิตรต่างๆ
รวมถึงมิติเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยถือเป็นเสาหลักในการดูแลผู้ป่วยที่สำคัญ เพื่อตอบสนองได้อย่างเหมาะสม และที่สำคัญ คือ รูปแบบความร่วมมือนี้ เปรียบเสมือนเพื่อนช่วยเพื่อน โดยไม่ได้มองเพียงเงินทุน (แคปิทัล) แต่รวมกันเป็นฮิวแมน แคปิทัล ไฟแนนเชียล แคปิทัล เพื่อสร้างธุรกิจร่วมกันในรูปแบบ เนตเวิร์ก แคปิทัลจากแนวทางความร่วมมือระหว่าง 3 ภาคีในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญของบริบาลทางการแพทย์ไทยที่มุ่งมั่นยกระดับงานสาธารณสุขของประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ที่มีความเป็นเลิศด้านการรักษาพยาบาลและนวัตกรรมทางการแพทย์ มีความแข็งแกร่งร่วมกันและเพื่อความยั่งยืนในการบริบาล ดูแลรักษาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ