ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/283290

หนังสือเด่น : เทพบุตรมาเฟีย คำตอบของนวนิยายยุคใหม่
ความวิตกของคนทำหนังสือ ในเวลานี้ที่กำลังทำการวิเคราะห์วิจัยกันอยู่คือ ปริมาณของคนอ่านหนังสือลดน้อยลงไป จึงทำให้มีข่าวการปิดหัวหนังสือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ผลที่ได้พบ ไม่ได้หมายความว่า คนอ่านหนังสือจะลดน้อยลงไปด้วย เพียงแต่ไปขยายตัวมากขึ้นทางสื่อ อินเตอร์เนต ที่เรียกกันว่า สื่อออนไลน์
ดังนั้น ภาวะวิกฤติในเรื่องของการอ่าน จึงไม่ได้กระทบไปถึง “คนเขียน” แต่กระทบไปที่ “สิ่งพิมพ์”เพียงอย่างเดียว
ดังนั้น ทางออกของนักเขียนตอนนี้ คือ การปรับตัวเองให้เข้ากับยุคสมัย และเพิ่มแนวหรือรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปตามค่านิยมของยุคสมัยด้วย
ดังจะเห็นได้จาก นักประพันธ์ของจีน ใครที่เป็นแฟนพันธุ์แท้นิยายจีน จะพบว่า นักเขียนจีน รุ่นใหม่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีหลายคนได้รับการกล่าวขาน และความนิยม ที่เริ่มจากสื่อทางอินเตอร์เนต แล้วก็ถูกนำมา จัดพิมพ์เป็นหนังสืออีกทอดหนึ่ง
“ม่ออู่” คือ หนึ่งในผู้ที่ผมกล่าวถึง เขาเขียนนิยายเรื่อง “เทพบุตรเดินดิน” ที่มียอดคนเข้าชมกว่า 10 ล้านครั้ง จากนั้นผลงานของเขาก็ได้รับการจัดพิมพ์เป็นหนังสือ แพร่หลายไปอีกหลายประเทศ ซึ่งก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กับทางสื่อออนไลน์ จนกระทั่ง เขาต้องเขียน เทพบุตรเดินดิน ภาค 2 ขึ้นมาอีกครั้ง และครั้งนี้ ยอดผู้เข้าอ่านทางออนไลน์ก็ยังติดอยู่ระดับ สิบล้านเหมือนเดิม และถูกทำเป็นหนังสือ ก็มีคนติดตามเช่นเดิม โดยใช้ชื่อว่า “เทพบุตรมาเฟีย”
เทพบุตรมาเฟีย มีความยาวขนาด 7 เล่มจบ ล่าสุดวางตลาดอยู่ตอนนี้คือเล่มที่ 7 เป็น เล่มจบสมบูรณ์ ใครที่อยากจะลองดูแนวการปรับการเขียนนิยายในรูปแบบที่ให้ถูกใจคนยุคสังคมก้มหน้าก็ลองไปหาซื้อมาอ่านกันได้ ทั้ง 7 เล่มบนแผงหนังสือ
ในภาคที่หนึ่ง เนื้อเรียกว่าเกือบจะไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ตามมาตรฐานของ หลักการเขียนนิยาย แต่ในความไม่เหมือนกลับมีความแตกต่างที่ “ไร้สาระ แต่มีเสน่ห์” ชวนให้ติดตาม จนต้องเกิด ภาคที่สอง
พอมาถึงภาคสอง เขาเพิ่มสาระ ที่เป็นแนวสูตรของนิยายเข้ามาให้แน่นนิดหน่อย แต่ก็ยังต้องแฝง ความไร้สาระที่มีเสน่ห์ตามค่านิยมของคนรุ่นใหม่เข้าไปให้คนมองเห็นเป็นยุคสมัยของคนปัจจุบัน ที่ “ไร้สาระแต่เต็มไปด้วยหลักการให้คนได้เก็บมาคิด”
เทพบุตรมาเฟีย เป็นชีวิตในแวดวงของกลุ่มคนมีอิทธิพลที่เชื่อมโยงเรื่องราวกันตั้งแต่ประเทศจีน ไทย เขมร พม่า ลาว เชื่อมเป็นเนื้อเดียวกันหมด อ่านแล้วบอกไม่ถูกว่าเป็นนิยายหรือเรื่องจริง
ใครที่เป็นนักเขียนลองไปหามาอ่าน และใครที่เป็นนักอ่านก็คงถูกใจกับแนวทางที่ป้ำๆ เป๋อๆ แบบนี้

การ์ตูนชาวเกย์ เรตติ้งสำหรับ สิบแปดบวก
เขียนและวาดภาพจากประสบการณ์ของตัวเอง
“BANGKOK G STORY” เป็นหนังสือการ์ตูนสี่สี ที่ขึ้นปกเอาไว้ว่า เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 18 บวก เขียนและวาดภาพโดย “สราวุธ อินทรพรหม” ที่นำมาจากเรื่องและประสบการณ์จริงของตัวเอง โดยบอกเล่าในรูปแบบของนิยาย เริ่มตั้งแต่ การเริ่มเข้าสู่แวดวงของชาวเกย์ ที่ได้พบกับพฤติการณ์ทุกอย่าง ที่พวกเขาทำกันเป็นกิจกรรม โดยควบคู่ไปกับเรื่องราวชีวิตของครอบครัวตนเองที่ต้องผิดหวังกับสิ่งที่คาดเอาไว้ หนังสือเล่มนี้นอกจากจะมีภาพและเนื้อเรื่องที่ไม่เหมาะสำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า สิบแปดปีแล้ว ยังมีเรื่องที่หลายๆ คนอยากรู้ว่า ปัญหาและการเข้าสู่แวดวงของชาวเกย์นั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร จำหน่ายเล่มละ 195 บาท

การ์ตูนเพื่อการพัฒนาความจำสำหรับเด็ก
กลยุทธ์แบบธรรมชาติที่ไม่ต้องจดหรือท่องจำ
“อัจฉริยะนักจำ” เขียนโดย “Eran Katz” หนังสือที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนาความจำ และการรู้จัก จดจำเรื่องราวต่างๆ แบบเป็นธรรมชาติเป็น ซึ่งเหมาะสำหรับเด็กในระดับชั้นประถมถึงมัธยม โดยนำเสนอเป็นแบบการ์ตูน ที่เข้าใจง่าย อ่านสนุกเพราะผูกเรื่องราวให้เป็นเป็นเรื่องที่ มีตัวละครที่เกี่ยวโยงถึงกันและกัน หนังสือเล่มนี้จะทำให้ รู้วิธีการจำโดยไม่ต้องจด ใช้เพียงแค่จินตนาการ ที่ทำให้เกิดการเชื่อมโยงถึงกันและกัน สามารถติดตัวไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างนี้ จำหน่ายเล่มละ 199 บาท

หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกแผ่นดิน เล่มเจ็ด
ความเข้มข้นของแผนรวมแผ่นดินเริ่มปรากฏ
“หมี่เยวี่ย” เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์จีนคนหนึ่งที่ได้ชื่อว่า เป็นผู้หญิงที่มีอิทธิพลมากที่สุดในแผ่นดินจีนยุค ชุนซิวจ้านกั๋ว ซึ่งต่อสู้จากชนชั้นชาวบ้านธรรมดา ก้าวขึ้นสู่บัลลังก์แห่งจอมจักรพรรดิ นิยายอิงประวัติศาสตร์ เรื่องนี้ เขียนโดย “เจี่ยงเซิ่งหนาน” แปลเป็นไทยโดย “ศิรินทิพย์” จำหน่ายเล่มละ 275 บาท ตอนนี้วางตลาดเป็นเล่มที่ 7 ซึ่งเป็นช่วงชีวิตของเธอ ที่ได้รับการแต่งตั้งสถาปนาเข้าสู่แวดวงของบัลลังก์จีน เธอต้องพบกับการชื่นชม และการเกลียดชังของคนสองฝ่าย ที่เธอจะต้องพยายามใช้กลยุทธ์ทุกรูปแบบเพื่อการอยู่รอดและก้าวขึ้นไปข้างหน้าต่อไป

ความรักของคนบ้านนาในสายตาของคนยุคใหม่
สะท้อนภาพความรักที่ยึดถือประเพณีกับคนยุคไอที
“รักนี้เกิดที่บ้านนา” เขียนโดย “Mr.April” เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นในตำบลสมมุติของจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อทายาทของเศรษฐีปลอมตัวเป็นช่างภาพอ้างว่าต้องการมาถ่ายภาพทำสารคดี และที่นี่เองเขาได้พบกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่ยังยึดติดกับความเชื่อแต่ดั้งเดิม ซึ่งเมื่อเขาได้ก้าวเข้าไปพบกับหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เคยคิดว่ามันจะมีอยู่ ทำให้ตัวเองต้องตกไปในหลุมรักของสาวบ้านนา แล้วเรื่องราวความรักของคนเมืองที่ทันสมัยกับสาวน้อยแห่งบ้านนาก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาท่ามกลางอุปสรรคนานาชนิด จำหน่ายเล่มละ 280 บาท