อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาฯ มิติใหม่แห่งการให้การรักษาเพื่อทุกชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/283803

อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาฯ มิติใหม่แห่งการให้การรักษาเพื่อทุกชีวิต

อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาฯ มิติใหม่แห่งการให้การรักษาเพื่อทุกชีวิต

วันพุธ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ พร้อมด้วย ศ.นพ.รื่นเริง ลีลานุกรม, รศ.นพ.ธีระ วัชรปรีชานนท์,
ผศ.(พิเศษ) นพ.สุรินทร์ อัศววิทูรทิพย์ และ พรทิพย์ ควรคิด

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย พร้อมเปิดให้บริการ “อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์” อาคารรักษาพยาบาลรวมอาคารใหม่ขนาด 29 ชั้นที่จัดสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9และศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ที่มีความเพียบพร้อมด้วยบริการทางการแพทย์ตามมาตรฐานสากลที่ทันสมัยและครบวงจรแบบเบ็ดเสร็จ ด้วยการบริการรักษาพยาบาลที่สะดวกรวดเร็ว และเข้าถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ดียิ่งขึ้น โดยจัดงานแถลงข่าว ณ ห้องประชุม โซนบีชั้น 12 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ไปเมื่อเร็วๆ นี้

ศ.นายแพทย์สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เนื่องจากปัญหาทางกายภาพของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในด้านความไม่เป็นหมวดหมู่และปัญหาอาคารรักษาพยาบาลที่กระจัดกระจาย ไม่เป็นบริการแบบเบ็ดเสร็จ ทำให้ไม่สามารถให้บริการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ห้องพักสำหรับผู้ป่วยไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้รับบริการ รวมทั้งข้อจำกัดในการรองรับผู้ป่วยสาธารณภัยพิบัติ อุบัติภัยต่างๆ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย จึงได้สร้างอาคารที่มีขนาดใหญ่สองหลังเชื่อมต่อกันซึ่งเป็นอาคารรักษาพยาบาลรวม เพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โดยได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ใช้ชื่ออาคารว่า “อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์” ซึ่งมีความหมายว่า “อนุสรณ์ที่เป็นมงคลของสองพระองค์”

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ

สำหรับอาคาร “ภูมิสิริมังคลานุสรณ์” ได้เปิดให้บริการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการรักษาของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ แล้ว 6 ศูนย์ ได้แก่ 1.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร2.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ด้านโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจร 3.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคไตในภาวะวิกฤติ 4.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ โรคลมชักครบวงจร 5.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ และ 6.ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านสเต็มเซลล์และเซลล์บำบัด และจะเริ่มทยอยเปิดบริการด้านอื่นๆ ในลำดับต่อๆ ไป ซึ่งศูนย์ความเป็นเลิศด้านต่างๆ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ได้เปิดให้บริการแล้วรวมทั้งหมด 21 ศูนย์

นอกจากนี้ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ยังรวมบริการต่างๆ ที่กระจายอยู่ตามอาคารต่างๆ มาไว้ในอาคารเดียวกัน ทำให้ไม่ต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปหลายอาคารเหมือนเมื่อก่อน เช่น การย้ายผู้ป่วยที่กระจัดกระจายตามตึกต่างๆ เข้ามาพักที่หอผู้ป่วยในอาคารนี้ที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 1,250 เตียง มีส่วนสนับสนุนการให้บริการผู้ป่วยใน แบบครบวงจร ตั้งแต่ ชั้น 5-28 มีห้องผ่าตัดรวม62 ห้อง สำหรับทุกสาขาวิชา, ชั้น 2 ห้องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็ก (MRI) ห้องตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan)

ศูนย์การวินิจฉัยด้วยภาพ (Imaging center), MRI-เวชศาสตร์นิวเคลียร์

รวมถึงการปรับห้องผ่าตัดระบบประสาทสมอง ให้มีเครื่องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็กพร้อมขณะผ่าตัด เพื่อตรวจดูรอยโรคที่อยู่ในเนื้อสมองว่าผ่าออกได้หมดและไม่มากเกินไปห้องผ่าตัด Integrated ที่มีอุปกรณ์ควบคุมเทคโนโลยีต่างๆ ในห้องสามารถถ่ายทอดและสอนไปยังห้องประชุมในโรงพยาบาลและต่างประเทศได้ ห้องผ่าตัด Hybrid ที่สามารถผ่าตัดหลอดเลือดใหญ่หรือผ่าตัดสอดสายเพื่อการรักษา ห้องผ่าตัด Robotic เป็นการผ่าตัดที่ใช้แขนหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดทำให้มีความเที่ยงตรงแม่นยำและสงวนเนื้อเยื่อที่ไม่จำเป็นต้องตัดหรือตัดแล้วเกิดผลเสียกับผู้ป่วย

ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร

ด้าน ศ.นพ.รื่นเริง ลีลานุกรมรองผู้อำนวยการฯ ฝ่ายบริการกล่าวว่า มิติใหม่ของการให้ด้านบริการ ของอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์หมายถึงการให้บริการ แบบครบวงจรแบบเบ็ดเสร็จ เป็นการปรับการให้บริการผู้ป่วยในจากเดิมอยู่ในพื้นราบ ซึ่งจะมีอาคารต่างๆ กระจายอยู่ทั่วไปเป็นจำนวนมาก เมื่อสร้างอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์แล้วงานบริการได้เปลี่ยนไปเป็นแบบแนวดิ่ง ก็จะรวมงานบริการต่างๆ มาไว้ในอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ได้แก่ห้องพักผู้ป่วยจำนวน 1,250 เตียง ห้องไอซียู จำนวน 58 เตียงห้องผ่าตัดจำนวน 62 ห้อง ฝ่ายรังสีวิทยาที่มีเครื่องมือทางรังสีรักษามากที่สุดในประเทศไทย เฉพาะในอาคารภูมิสิริฯ เครื่องวินิจฉัยด้วยคลื่นสะท้อนในสนามแม่เหล็ก (MRI) จำนวน 4 เครื่อง เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scanner) จำนวน 4 เครื่อง ห้องเอกซเรย์ ห้องเจาะเลือด ธนาคารเลือด มารวมไว้ที่อาคารแห่งนี้ ซึ่งจะสะดวกต่อการดูแลรักษาพยาบาลและติดตามผลของผู้ป่วยแบบเบ็ดเสร็จจบภายในอาคารเดียว การดำเนินการด้านการบริการจะดำเนินงานภายใต้นโยบาย 4 ด้านเป็นสำคัญ คือ ความปลอดภัย ความสะอาด ความรวดเร็ว และความสะดวกสบาย นอกจากนี้ ที่ชั้น 14 ของอาคารยังได้จัด พื้นที่สำหรับผู้ป่วยที่สามารถปฏิบัติศาสนกิจตามความเชื่อของตนถึง 3 ศาสนา คือ ศาสนาพุทธ อิสลาม และคริสต์

หอผู้ป่วย

Leave a comment