ปัดยื้อแบน‘พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส’ เกษตรแจงต้องถกผู้เชี่ยวชาญ ผ่าผลงาน‘บิ๊กฉัตร’พัฒนาแหล่งน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/292637

x

ปัดยื้อแบน‘พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส’ เกษตรแจงต้องถกผู้เชี่ยวชาญ ผ่าผลงาน‘บิ๊กฉัตร’พัฒนาแหล่งน้ำ

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กรมวิชาการเกษตร ยันขาดความเชี่ยวชาญด้านอันตรายต่อมนุษย์ ต้องส่งเรื่องพาราควอต และ คลอร์ไพริฟอส ให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายชี้ชะตา ดีเดย์พร้อมส่งข้อมูลภายในสัปดาห์นี้

นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยกรณีข่าวกรมวิชาการเกษตรยื้อเวลายกเลิกการใช้วัตถุอันตราย 2 ชนิด ได้แก่ พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส โดยส่งเรื่องให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณาก่อนว่า ไม่เป็นความจริง เพราะคณะกรรมการวัตถุอันตราย มิใช่คณะกรรมการที่กรมวิชาการเกษตรตั้งขึ้น แต่เป็นคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการดำเนินการตามหน้าที่ของคณะอนุกรรมการพิจารณาเพื่อขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตรที่ระบุว่า หากจะดำเนินการเพิกถอนทะเบียนด้วยเหตุผลที่วัตถุอันตรายนั้นอาจจะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ สิ่งมีชีวิตโดยไม่มีวิธีการปกติในการที่จะป้องกันได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการโดยคำแนะนำของคณะกรรมการวัตถุอันตรายก่อน

ประกอบกับในกรณีนี้ข้อมูลด้านสุขอนามัยโดยเฉพาะอันตรายต่อมนุษย์นั้น คณะอนุกรรมการฯเห็นว่า ยังขาดผู้เชี่ยวชาญที่จะพิจารณา จึงเห็นสมควรส่งเรื่องดังกล่าวไปขอคำปรึกษาจากคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ (มาตรา 7) ที่จะให้คำปรึกษาเรื่องใดๆ เกี่ยวกับวัตถุอันตราย นอกจากนี้ในการที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายจะพิจารณาตัดสินใจประกาศเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 คือ ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย และมีไว้ในครอบครอง ก็จำเป็นต้องพิจารณาข้อมูลทั้งหมดก่อน หรือถ้าข้อมูลยังไม่เพียงพอและสมควรที่จะให้มีใช้ต่อไป ก็จะยังคงจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 คือสามารถผลิต นำเข้า ส่งออกและมีไว้ในครอบครองได้ต่อไป โดยมีคำแนะนำจากคณะกรรมการวัตถุอันตรายให้กรมวิชาการเกษตรมีมาตรการเพื่อลดความเสี่ยง และจำกัดการใช้วัตถุอันตรายทั้ง 2 ชนิด

“กรมวิชาการเกษตรขอยืนยันว่าการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับวัตถุอันตรายทุกชนิด ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ให้ความสำคัญในการลดใช้สารเคมี และการที่จะผลิตสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยจากสารตกค้างทั้งในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม และพร้อมที่จะสนับสนุนการลด ละ เลิก การใช้ เมื่อมีความจำเป็น โดยคำนึงถึงความเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น กระทรวงเกษตรฯ จะศึกษาและเร่งรัดหาวิธีการที่เหมาะสมเพื่อเป็นทางเลือกทดแทนการใช้สารดังกล่าวต่อไป” อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าว

Leave a comment