ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/293021

รายงานพิเศษ : การพัฒนาศักยภาพผลิตลองกองคุณภาพ ของสหกรณ์ในจังหวัดยะลา
จากปัญหาเกษตรกรทำสวนลองกองในพื้นที่จังหวัดยะลา ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากราคาผลผลิตตกต่ำ ที่ผ่านมาหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ และเอกชนของจังหวัดยะลา ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดมาตรการให้ความช่วยเหลือในการแก้ปัญหา ซึ่งจำเป็นต้องสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกรในการจัดการพื้นที่การผลิตอย่างเป็นรูปธรรม และเข้าถึงตัวเกษตรกร โดยได้วางแนวคิดการพัฒนาและสร้างเกษตรกรต้นแบบให้เป็นฐานการผลิตลองกองอย่างมีคุณภาพ (Premium) พัฒนาศักยภาพการผลิตให้สามารถเข้าสู่ระบบตลาด Modern Trade ซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าสินค้าเกษตร อีกทั้งส่งเสริมสถาบันเกษตรกรในพื้นที่ ให้สามารถทำหน้าที่สนับสนุนและเชื่อมโยงผลผลิตของเกษตรกรที่เป็นผู้ผลิต หรือกลุ่มเกษตรกรไปสู่ตลาดผู้บริโภคปลายทางโดยเฉพาะตลาดผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง อย่างเช่นตลาด Modern Trade เป็นต้น
นายชาตรี เกตุเรน สหกรณ์จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า จากปัญหาดังกล่าว สำนักงานสหกรณ์จังหวัดยะลา จึงได้ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรยะลา โดยมีการบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการเกษตร จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตลองกองคุณภาพ (PREMIUM) ในกลุ่มสมาชิกสหกรณ์ สกต.ยะลา จำกัด โดยในปี พ.ศ.2558 ได้มีการนำร่องจัดทำแปลงต้นแบบ ลองกองพรีเมียม ในพื้นที่บ้านป่าหวัง ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา และบ้านลือมุ อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการ 49 ราย พื้นที่ดำเนินงาน 120 ไร่เศษ ในการดำเนินการได้มีการบูรณาการทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้องนับตั้งแต่การรวมกลุ่มสมาชิก การประชุมกลุ่ม การเตรียมการ การฝึกอบรมเกษตรกรเป้าหมายด้านการเกษตรควบคู่กับการใช้ภูมิปัญญา และมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ในการดำเนินงานส่วนใหญ่ได้รับเงินงบประมาณจาก ธ.ก.ส.ยะลา และสำนักงานสหกรณ์จังหวัดยะลา เป้าหมายผลผลิตลองกองคุณภาพ ประมาณ 500 ตัน
ปี พ.ศ. 2559 ได้ขยายผลการดำเนินงานภายใต้โครงการลองกองพรีเมียม โดยขยายเครือข่ายผู้ผลิตลองกองคุณภาพ (PREMIUM) อีก 200 ครอบครัว พื้นที่ดำเนินงาน 650 ไร่ ขยายแปลงต้นแบบในพื้นที่อำเภอรามัน และอำเภอธารโต โดยได้รับเงินสนับสนุนจาก ธ.ก.ส.ยะลา เพื่อจัดอบรมเกษตรกรเป้าหมายอย่างต่อเนื่องและมีการพัฒนาศักยภาพของผู้นำสหกรณ์ในด้านการผลิตและการตลาด ไปศึกษาดูงานด้านการผลิตและด้านการตลาดในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี, จังหวัดตราด, นครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นต้น เป้าหมายผลผลิต ประมาณ 700 ตัน และในปี 2560 ได้กำหนดแผนการขยายเครือข่ายการผลิตลองกองพรีเมียม เพื่อพัฒนาเกษตรกรผู้ผลิตลองกองและได้จัดทำโครงการพัฒนาทายาทเกษตรกร ภายใต้แนวคิด จากรุ่นสู่รุ่น ภายใต้ความร่วมมือด้านวิชาการ จากศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ ที่ 18 สำหรับการขยายพื้นที่แปลงต้นแบบลองกองพรีเมียมในปี 2560 อีกจำนวน 600 พื้นที่ดำเนินการประมาณ 1,950 อำเภอบันนังสะตา ให้ศูนย์คัดแยกบ้านป่าหวัง ของ สกต. ยะลา เป็นเจ้าภาพ มีเป้าหมาย 200 ครอบครัว อำเภอรามัน กำหนดให้ สหกรณ์อิสลามซอฮาบะห์ จำกัด เป็นเจ้าภาพ เป้าหมาย 100 ครอบครัว อำเภอยะหา ให้สหกรณ์การเกษตรยะหา จำกัด เป็นเจ้าภาพ เป้าหมาย 100 ครอบครัว อำเภอกรงปินัง ให้สหกรณ์ผู้เลี้ยงสัตว์กรงปินัง จำกัด เป็นเจ้าภาพ เป้าหมาย 100 ครอบครัว และอำเภอกาบัง ให้วิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกไม้ผลกาบัง เป็นเจ้าภาพ มีเป้าหมาย 100 ครอบครัว
สำหรับการตลาดและช่องทางจำหน่าย สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.ยะลา จำกัด ได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ การปล่อยคาราวานลองกองเพื่อมาจำหน่ายในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยรวบรวมลองกองจากเกษตรกรส่งให้ห้างสรรพสินค้า
ประกอบด้วย ห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส จำกัด ห้างสรรพสินค้าท็อปส์ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ส่งให้กับไปรษณีย์ไทย จำกัด ผ่านช่องทางอร่อยทั่วไทย คอลล์เซ็นเตอร์ 1545 ปล่อยขบวนคาราวานลองกอง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าสู่ กทม. เพื่อจำหน่ายที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และกระจายลองกองผ่าน สกต.ทั่วประเทศ เปิดจุดจำหน่ายในหัวเมืองหลักเช่น เชียงใหม่ ขอนแก่น นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา ราชบุรี ตามโครงการเพื่อนช่วยเพื่อน คาดว่าจะช่วยทำให้เกษตรกร และชุมชนมีความเข้มแข็งจากการได้เรียนรู้การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการระบบตลาดของลองกอง อย่างครบวงจร ซึ่งผลของการดำเนินการจะทำให้เกิดการส่งเสริมความเข้มแข็งของกลไกการเชื่อมโยงการผลิต และการตลาดลองกอง ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) และสามารถสร้างรายได้ในส่วนมูลค่าเพิ่มให้แก่เกษตรกรลูกค้า กลุ่มวิสาหกิจ ชุมชนผู้ปลูกลองกองอย่างมั่นคง และยั่งยืนต่อไป
นอกจากนี้ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรยะลา จำกัด ยังได้จัดจำหน่ายโดยมุ่งเน้นกระจายลองกองจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคโดยตรง ผ่านเครือข่ายศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ทั่วประเทศ และเครือข่ายสหกรณ์ทุกภูมิภาค มีการซื้อขายทั้งรูปแบบปกติทั่วไป และการแลกเปลี่ยนสินค้า เช่น ในภาคอีสาน มีการแลกเปลี่ยนกับข้าวสารหอมมะลิ มาจำหน่ายในพื้นที่เป็นต้น สำหรับปี 2560 สหกรณ์ไม่ได้รวบรวมผลผลิตลองกอง เนื่องจากผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนมากเกินความจำเป็น ส่งผลให้ผลไม้ทุกชนิดในจังหวัดยะลา เช่น ทุเรียน ลองกอง มีผลผลิตเพียงเล็กน้อย
