ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/local/292823

แม่โจ้โพลล์เผยเกษตรกรไทย โอดต้นทุนผลิตสูงแต่ขายได้ราคาต่ำ
แม่โจ้โพลล์เผยเกษตรกรไทย โอดต้นทุนผลิตสูงแต่ขายได้ราคาต่ำ พบกว่าครึ่งยังรอนโยบาย‘จำนำ-ประกัน’จากรัฐ
18 ก.ย. 2560 ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและพยากรณ์ทางการเกษตร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (แม่โจ้โพลล์) เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “เกษตรกรไทยกับการตัดสินใจในการทำการเกษตร” ซึ่งสำรวจความคิดเห็นของเกษตรกรกลุ่มตัวอย่างจำนวน 543 คนจากทั่วประเทศ แบ่งเป็นภาคเหนือ ร้อยละ 26.76 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 20.70 ภาคใต้ ร้อยละ 12.70 ภาคกลางและภาคตะวันออก ร้อยละ 39.84 ระหว่างวันที่ 1 – 15 ก.ย. 2560 ในหลายประเด็น ได้แก่
1.อะไรคือเหตุผลที่เลือกทำการเกษตร (ปลูกพืช – เลี้ยงสัตว์) ในประเภทที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน พบว่าคำตอบ 5 อันดับแรกคือ อันดับ 1 ทำแล้วขายง่าย มีตลาดรองรับ ร้อยละ 84.53 อันดับ 2 สืบทอดมาจากพ่อแม่ ร้อยละ 83.61 อันดับ 3 ทำแล้วได้ปริมาณผลผลิตสูง ร้อยละ 83.24 อันดับ 4 พื้นที่มีความเหมาะสม ร้อยละ 83.06 และอันดับ 5 ผลผลิตที่ทำนั้นขายได้ราคาดี ร้อยละ 83.03
2.ปัจจัยใดบ้างที่ส่งผลกระทบ (ทั้งทางบวกและลบ) ในการทำการเกษตร พบว่าคำตอบ 5 อันดับแรกคือ อันดับ 1 ราคาปัจจัยการผลิต ร้อยละ 86.00 อันดับ 2 ภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ร้อยละ 85.82 อันดับ 3 ราคาน้ำมันและค่าขนส่ง ร้อยละ 83.73 อันดับ 4 นโยบายรัฐบาล ร้อยละ 82.14 และอันดับ 5 ปริมาณน้ำฝน ร้อยละ 81.03
3.เกษตรกรกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ร้อยละ 75.95 ประสบปัญหาในการประกอบอาชีพ โดย 5 อันดับปัญหาสำคัญคือ อันดับ 1 ราคาผลผลิตตกต่ำ ร้อยละ 68.33 อันดับ 2 ต้นทุนการผลิตสูง ร้อยละ 62.34 อันดับ 3 ทำแล้วได้ปริมาณผลผลิตต่ำ ร้อยละ 57.61 อันดับ 4 ไม่มีตลาดรับซื้อ ร้อยละ 27.43 และอันดับ 5 ทำแล้วได้ผลผลิตที่ไม่มีคุณภาพ ร้อยละ 25.19 โดยมีกลุ่มตัวอย่างเพียงร้อยละ 24.05 เท่านั้นที่ตอบว่าไม่มีปัญหาในการทำการเกษตร
4.เมื่อเกิดปัญหาแล้วเกษตรกรมีแนวทางจัดการอย่างไร พบว่าคำตอบ 5 อันดับแรกคือ อันดับ 1 พบว่า รอคอยความช่วยเหลือจากรัฐบาล เช่น การรับจำนำหรือการประกันราคาผลผลิต รวมถึงการพักชำระหนี้ ร้อยละ 55.06 อันดับ 2 ปรับเปลี่ยนการทำเกษตร (เช่น เปลี่ยนพันธุ์พืชที่ปลูกหรือพันธุ์สัตว์ที่เลี้ยง) ให้เหมาะสมกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อาทิ พืชใช้น้ำน้อย ร้อยละ 36.46 อันดับ 3 ปรับเปลี่ยนการทำเกษตร (เช่น เปลี่ยนพันธุ์พืชที่ปลูกหรือพันธุ์สัตว์ที่เลี้ยง) โดยเลือกชนิดที่ให้ผลตอบแทนสูง ร้อยละ 33.70
อันดับ 4 รวมกลุ่มเพื่อระดมทุนหรือหาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ ร้อยละ 32.60 และอันดับ 5 เข้ารับการฝึกอบรมด้านเทคนิคหรือองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้านการเกษตร เช่น เทคนิคการผลิต การปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ชนิดใหม่ๆ กับหน่วยงานของรัฐหรือสถาบันการศึกษา
บทสรุปของผลการสำรวจนี้ พบว่า แม้เกษตรกรกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จะเลือกทำการเกษตรประเภทต่างๆ ด้วยเหตุผลว่ามีตลาดรองรับ แต่ยังต้องเผชิญกับปัญหาสำคัญคือ มีต้นทุนการผลิตที่สูงแต่ผลผลิตที่ได้กลับมีราคาต่ำ โดยเกษตรกรมีข้อกังวลสำคัญคือผลกระทบจากราคาปัจจัยการผลิตและภาวะเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งเมื่อเกิดปัญหาขึ้น เกษตรกรยังต้องรอคอยมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ของรัฐบาล เช่น โครงการรับจำนำหรือประกันราคาผลผลิต
ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งหาทางปรับเปลี่ยนและพัฒนาทั้งประสิทธิภาพในการผลิตและวิธีคิดของเกษตรกร ให้สามารถจัดการและแก้ไขปัญหาบางส่วนได้ด้วยตนเอง มากกว่ารอความช่วยเหลือจากทางรัฐบาลทั้งหมดเพียงอย่างเดียว ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ควรหาวิธีแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเป็นหลัก มากกว่าตามแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ