ส่องเกษตร : จาก 9101…ถึงปฏิรูปข้าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/294314

449007

ส่องเกษตร : จาก 9101…ถึงปฏิรูปข้าว

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

แล้วโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อที่ผมได้รายงานผ่านคอลัมน์นี้ไปเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนว่า มีชาวบ้านในพื้นที่เริ่มร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใสในการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในหลายจังหวัด ก็เป็นเรื่องที่ถึงมือของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องลงมาบัญชาให้สอบสวนข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาลแถลงเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า นายกฯประยุทธ์สั่งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมทั้งมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่มีการร้องเรียน ลงไปติดตามค้นหาความจริงให้เกิดความกระจ่าง และรายงานผลกลับมาที่ส่วนกลางโดยด่วน ทั้งย้ำว่า รัฐบาลและคสช.จะไม่ปล่อยให้เกิดการทุจริตอย่างเด็ดขาด ซึ่งหลักการของโครงการ 9101 เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน แต่หากในทางปฏิบัติพบเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต หรือไม่เข้าใจขั้นตอนการปฏิบัติ เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ หรือเกิดการขัดผลประโยชน์ระหว่างกัน ก็ต้องสืบสวนให้ชัดเจน หากมีความผิดจริง จะต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีข้อยกเว้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับใดก็ตาม

นับเป็นท่าทีที่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะโครงการนี้จัดทำขึ้น เพื่อถวายความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 จะต้องไม่ปล่อยให้เกิดความเสื่อมเสียขึ้น ถ้ามีเจ้าหน้าที่รัฐกระทำมิชอบ ก็ต้องฟันไม่เลี้ยง มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ดังนั้นบทบาทของกระทรวงเกษตรฯในการตรวจสอบเรื่องนี้ ต้องทำอย่างจริงจัง ไม่ลูบหน้าปะจมูก เชื่อว่า สังคมจะติดตามดูอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดที่มีการร้องเรียนกันอยู่

อีกเรื่องหนึ่งที่ขอเขียนถึงวันนี้ เป็นเรื่องของ“การปฏิรูปข้าว”

ทั้งนี้วันจันทร์ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมวิชาการนำเสนอผลการศึกษา โมเดลการปฏิรูประบบและพัฒนาข้าวไทยโดยศาสตราภิชาน ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ในฐานะประธานกรรมการศึกษาแนวทางการปฏิรูประบบและพัฒนาข้าวไทย ของมหาวิทยาลัยรังสิต มีเนื้อหาที่น่าสนใจทีเดียว

ดร.เจิมศักดิ์กล่าวถึงรายงานการปฏิรูประบบข้าวไทยฉบับนี้ว่า มองลึกกว่าแค่ระยะสั้น โดยมองว่า ประเทศไทยจะรักษาสภาพแชมป์
ส่งออกข้าวไว้ได้อย่างไร เมื่อโลกเปลี่ยน โจทย์นี้หนักมากหากมัวแต่ทำเรื่องการตลาดหรือนำเงินแจกชาวนา อนาคตประเทศ เราก็จะสู้กับใคร
ไม่ได้ รวมถึงแข่งกับต่างประเทศระยะยาวก็ไม่ได้

“เราต้องคิดว่า จะเล่นกับของจอมปลอมในประเทศหรือจะเอาเรื่องจริงสู้กับต่างประเทศ นโยบายรัฐบาลต้องลดต้นทุนการผลิตข้าว
ให้ได้ ปัจจุบันนี้ผลผลิตข้าวต่อไร่ของไทยต่ำมากๆ เฉลี่ย 600-700 กก./ไร่ ซึ่งงานวิจัยพบว่า ไทยมีทางออกโดยการเจาะตลาดใหม่ ไม่ใช่ปลูกข้าวแค่กินอิ่ม แต่ต้องเป็นข้าวที่กินอร่อย(Tasty) ปลอดภัย(Safety)และเสริมสุขภาพ(Healthy) จับตลาดสินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น”

ดร.เจิมศักดิ์ย้ำว่า รัฐบาลควรทุ่มเทไปที่ปฏิรูปการผลิต เพื่อจับตลาดมูลค่าสูง อย่าไปเล่นกับสินค้าข้าวแบบโหลๆที่มีดาษดื่นในตลาดโลก ควรเลิกเล่นลิเกด้านการตลาด ขอให้มองตลาดโลกด้วย เราไม่สามารถทำให้ข้าวในตลาดโลกราคาสูงได้ เพราะไทยไม่มีอำนาจขนาดนั้น ฉะนั้น นโยบายที่ยั่งยืน คือการลดต้นทุนการผลิตให้ข้าวไทย เพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น ซึ่งไม่ใช่การนำเงินไปแจกชาวนา

“การนำเงินแจกชาวนา คือการไปลดต้นทุนให้ตัวชาวนา แต่ไม่ได้ลดต้นทุนการผลิตข้าวให้กับประเทศชาติเลย” ทั้งขยายความว่า การลดต้นทุนผลิตข้าว ต้องดู 1.พัฒนาพันธุ์ข้าวพันธุ์ใหม่ที่เน้นเจาะตลาดใหม่ ที่ตรงกับความต้องการ 2.พัฒนาน้ำและดิน ใช้เทคโนโลยี ข้อมูลดาวเทียมเข้ามาช่วย รวมถึงเครื่องวัดความชื้นในดิน การให้น้ำต้องสอดคล้องกับข้อมูล การทำนาแปลงใหญ่ แบบไม่มีคันนาเป็นต้น 3.การขนส่งข้าว 90% ขนส่งทางถนน ขณะที่การขนส่งทางน้ำมีต้นทุนต่ำกว่ามาก แต่มีอุปสรรคที่เรือไม่สามารถลอดบางช่วงของสะพานในบางเวลาได้ และ 4.การบริหารจัดการ…

ข้อคิดเห็นของนักวิชาการที่รอบรู้เรื่องข้าว ได้ศึกษาวิจัยมาเป็นอย่างดี ถือเป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้นำไปต่อยอด วางแนวนโยบายำในทิศทางที่ถูกต้อง ซึ่งผมคิดว่า ที่ดร.เจิมศักดิ์เสนอมา ก็เป็นแนวทางที่รัฐบาลชุดนี้และคสช.มองเห็นอยู่

แต่ที่สำคัญคือจะแปรไปเป็นแผนปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ ให้บรรลุผลสำเร็จในอนาคตอย่างแท้จริงได้ก็ด้วยความตั้งใจจริง และต้องมี
ฝีมือที่แท้จริงด้วย

สาโรช  บุญแสง

Leave a comment