แนะยกเครื่องโลจิสติกส์กล้วย สศก.ชี้ส่งออกยังโตอีกไกล ดัน‘เกษตรกร’รวมกลุ่มผลิต จัดการเป็นระบบคลัสเตอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/294313

แนะยกเครื่องโลจิสติกส์กล้วย สศก.ชี้ส่งออกยังโตอีกไกล ดัน‘เกษตรกร’รวมกลุ่มผลิต จัดการเป็นระบบคลัสเตอร์

แนะยกเครื่องโลจิสติกส์กล้วย สศก.ชี้ส่งออกยังโตอีกไกล ดัน‘เกษตรกร’รวมกลุ่มผลิต จัดการเป็นระบบคลัสเตอร์

วันพุธ ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายภูมิศักดิ์ ราศรี ผ.อ.ศูนย์ปฏิบัติการเศรษฐกิจการเกษตร สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยสามารถผลิตกล้วยได้ทั้งปีและส่งออกสร้างรายได้ปีละไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA: JapanThailand Economic Partnership Agreement) ญี่ปุ่นได้ให้โควต้ากล้วยหอมทองจากไทยเข้าประเทศญี่ปุ่นปีละ 8,000 ตัน แต่ที่ผ่านมาไทยยังไม่เคยส่งออกกล้วยหอมทองไปยังญี่ปุ่นได้เต็มโควตา โดยส่งออกได้เพียงปีละ 4,000 ตันเท่านั้น ยังไม่รวมถึงการส่งออกไปประเทศจีน เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ สปป.ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ซึ่งยังมีโอกาสอีกมาก

ทั้งนี้ ประเทศไทยสามารถผลิตกล้วยสำคัญ 3 ชนิด คือ กล้วยหอม กล้าวยไข่ และกล้วยน้ำว้า ซึ่งผลจากการศึกษาตัวชี้วัดด้านประสิทธิภาพการบริหารจัดการโลจิสติกส์สินค้ากล้วยด้านต้นทุน เวลา และความน่าเชื่อถือ พบว่า ต้นทุนโลจิสติกส์ต่อยอดขาย (ร้อยละ) กล้วยหอม 5.96 กล้วยไข่ 4.26 กล้วยน้ำว้า 1.96 ส่วนด้านตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านเวลา (วัน) พบว่า กล้วยหอมใช้เวลาด้านโลจิสติกส์ 15.63 วัน กล้วยไข่ 3.64 วัน กล้วยน้ำว้า 11.01 วัน จะเห็นว่า การใช้เวลาของกล้วยไข่น้อยกว่ากล้วยชนิดอื่นๆ เนื่องจากกล้วยไข่ไม่มีการแปรรูป การใช้เวลาในห่วงโซ่จึงน้อยกว่า และเมื่อวัดประสิทธิภาพด้านความน่าเชื่อถือ (ร้อยละ) กล้วยหอมและกล้วยไข่มีความน่าเชื่อถือใกล้เคียงกัน คือ ร้อยละ 93.62 และ 95.17 ส่วนกล้วยน้ำว้ามีความน่าเชื่อถือร้อยละ 86.87

สศก. จึงเสนอแนวทางการพัฒนาและการบริหารจัดการกล้วยตลอดห่วงโซ่อุปทาน ในปัจจัยต่างๆ ได้แก่ การสนับสนุนและส่งเสริมการรวมกลุ่มผลิตเพื่อการส่งออกอย่างจริงจัง และเป็นระบบตลอดโซ่อุปทานในลักษณะคลัสเตอร์ (Cluster) มีการบริหารจัดการคุณภาพให้ได้มาตรฐานตามความต้องการของแต่ละตลาด เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง สิงคโปร์ รวมถึงส่งเสริมให้เกษตรกรมีการปลูกกล้วยโดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม (GAP) มีการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ให้มีคุณภาพดี มีระบบประกันราคาและประกันภัยสินค้า เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการโลจิสติกส์เพื่อให้กล้วยมีคุณภาพ อบรมให้องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการกล้วยคุณภาพ ให้แก่ เกษตรกรผู้ผลิต ผู้แปรรูปผู้รวบรวม และผู้ประกอบการเน้นการเพิ่มมูลค่าให้กับกล้วย โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต เช่น การผลิตกล้วยอินทรีย์ลักษณะแปลงใหญ่ด้วยระบบทางไกลความแม่นยำสูง การแปรรูปกล้วยให้คงคุณค่าทางอาหารของกล้วยไว้ครบถ้วน และการบรรจุหีบห่อด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ทันสมัยเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น ขนมขบเคี้ยว อาหารหวาน ลักษณะแยกเฉพาะแต่ละห่อ/กล่องพอรับประทานหมดในคราวเดียว รูปลักษณ์ทันสมัย

ทั้งนี้ ควรเพิ่มความเข้มงวดในการอำนวยความสะดวกในการส่งออก ควบคุมตรวจสอบสารตกค้าง และการออกหนังสือรับรองสุขอนามัย รวมทั้งปรับปรุงกรรมวิธี การตรวจสอบอย่างรวดเร็วให้เป็นที่ยอมรับของประเทศผู้นำเข้า ตลอดจนส่งเสริมการค้าและประชาสัมพันธ์สินค้ากล้วยไทยในต่างประเทศมากขึ้น โดยความร่วมมือของภาครัฐและเอกชนในการส่งเสริมการตลาด เช่น นำกล้วยและผลิตภัณฑ์ไปจัดงานแสดงสินค้าร่วมกับสินค้าเกษตรชนิดอื่น หรือมีเอกสารเผยแพร่วิธีบริโภค/สรรพคุณของกล้วย จัดงานแสดงเมนูอาหารต่างๆ ที่ทำจากกล้วยให้ชาวต่างชาติได้ทดลองชิม เป็นต้น

Leave a comment