โวยจับที่ไหนก็เจอทุจริต ซัดกระทรวงเกษตรฯยัดเยียดถลุงงบฯ’9101′

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/295651

โวยจับที่ไหนก็เจอทุจริต ซัดกระทรวงเกษตรฯยัดเยียดถลุงงบฯ'9101'

โวยจับที่ไหนก็เจอทุจริต ซัดกระทรวงเกษตรฯยัดเยียดถลุงงบฯ’9101′

วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 20.20 น.

ความคืบหน้ากรณีชาวบ้านหลายอำเภอที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เรียกร้องให้ตรวจสอบความโปร่งใสในการดำเนินโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากเห็นว่ามีการดำเนินการหลายส่วนที่ส่อไปในทางทุจริต ไม่โปร่งใส โดย จ.กาฬสินธุ์ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 220 โครงการ เป็นเงิน 422,493,549 บาท

โดยเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดกาฬสินธุ์ รายงานว่า หลังมีการร้องเรียนเรื่องดังกล่าว นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มอบหมายให้ นายสนั่น พงษ์อักษร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายธนูสินธุ์ ไชยสิริ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ นางสาวชุลีพร ภูสมศรี ผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์  นายไชยา เครือหงส์ หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.กาฬสินธุ์ ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ และได้ทำหนังสือเป็นวิทยุด่วนแจ้งให้นายอำเภอทุกอำเภอและศูนย์ดำรงธรรมอำเภอที่ได้รับการร้องเรียน ให้ทำการตรวจสอบทุกโครงการที่เกิดขึ้นในพื้นที่

นอกจากนี้ นายสนั่น ยังได้นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่บ้านนากุดสิม หมู่ที่ 3 ตำบลสายนาวัง อำเภอนาคู เพื่อทำการสุ่มตรวจ โดยมี นายบำรุง คะโยธา อดีตสมัชชาคนจน และกรรมการศูนย์ชาวนาเอเชีย เฝ้าสังเกตการณ์ ซึ่งที่ตำบลนี้ได้รับงบประมาณจัดทำโครงการปุ๋ยอินทรีย์ 2.5 ล้านบาท และปรากฏปัญหาการร้องเรียนว่าไม่โปร่งใส มีการสวมชื่อแรงงานเกษตรกรในชุมชนทั้งที่ไม่มีจริง และมีการหักหัวคิวเป็นค่าสมัครในการเข้าร่วมโครงการคนละ 120 บาทจากค่าแรงงาน ซึ่งคล้ายกับชุมชนอื่นในเขตอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ และอำเภอยางตลาด

นายสนั่น กล่าวว่า การสุ่มตรวจชุมชนต่างๆ ถือเป็นการเริ่มต้นในการตรวจสอบตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 18 อำเภอ ทำการตรวจสอบทุกโครงการแบบปูพรม ซึ่งเบื้องต้นพื้นที่นี้ก็เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริง และยังไม่สรุปว่าผิดหรือถูกแต่มารับฟัง ซึ่งก็มีทั้งหน่วยงานทหารเข้ามาร่วมติดตาม แต่ในกรณีนี้หากมีการพบทุจริต ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเรียกเงินคืนหรือต้องดำเนินคดีอาญา

ด้าน นายบำรุง คะโยธา กล่าวว่า เงิน 2.5 ล้านบาทต่อชุมชน เชื่อว่าเป็นเงินที่มีประโยชน์จริง ถ้ามีเวลาในการทำงาน ให้ชาวบ้านได้คิดและมีการทำประชาคมให้เกิดความรักหวงแหนในงบประมาณแผ่นดิน แต่ลักษณะที่มาของ โครงการ 9101 เป็นโครงการที่ยัดเยียดลงมาให้กับชาวบ้านผ่านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นโครงการเร่งด่วนที่ชาวบ้านรับรู้แต่ว่า จะต้องใช้งบประมาณให้หมดเท่านั้น เรื่องนี้จริงๆสงสารเจ้าหน้าที่ เพราะถูกสั่งให้ใช้เงิน ในแต่ละพื้นที่คิดง่ายๆว่า จะทำอย่างไรให้ได้ใช้งบประมาณตามเป้าหมาย สุดท้ายส่วนใหญ่ก็ออกมาเป็นปุ๋ย คราวนี้เมื่อเป็นปุ๋ยก็เกิดช่องว่าง เพราะในช่วงนั้นก็จะมีผู้รับเหมาเร่งจัดส่ง ยูเรีย ที่เป็นส่วนผสม บางแห่งเป็นแกลบ บางแห่งเป็นขี้ไก่  ก็บอกว่าทำปุ๋ย

“ตรงนี้คือช่องโหว่ จะว่าทุจริตได้หรือไม่นั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับการตรวจสอบ เพราะในบางหมู่บ้านบางแห่ง ที่ทำปุ๋ยเสร็จ เงินใช้ไม่หมดแต่เพื่อให้เงินหมดก็เอาชื่อญาติพี่น้องของตนเองเข้ามาเบิกเงิน หรือในบางแห่งเจ้าหน้าที่ก็จะรู้กันกับผู้รับเหมา เรื่องนี้ตรวจสอบได้ ถ้าตรวจจริงๆ ทั่วประเทศจะพบว่ามีการทุจริตในทุกจังหวัดอย่างแน่นอน” นายบำรุงกล่าว

นายบำรุง กล่าวต่อว่า สิ่งสุดท้ายนั้นจากนี้ในยุคข้าวยากหมากแพง โครงการนี้ที่คิดแบบทหารมีความผิดพลาดชัดเจน เพราะรูปแบบ โครงการ 9101 ตามรอยพ่อฯ เริ่มต้นและ ครม.อนุมัติ ใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์แถมประกาศให้ทำโครงการเพียงเดือนเศษ จึงขอให้รัฐบาล หากจะจัดสรรงบประมาณลงพื้นที่ควรให้เวลาในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ มีคุณธรรม เพราะหากยังคงเทงบประมาณลงพื้นที่ในรูปแบบนี้ คงจะเป็นการสอนให้ชาวบ้านโกงมากกว่าที่จะเป็นการทำเกษตรพอเพียงตามรอยพ่อ

Leave a comment