ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘เมืองเก่าสงขลา’ ปฐมภูมิแห่งเมืองท่าโบราณอยุธยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/284629

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เมืองเก่าสงขลา’ ปฐมภูมิแห่งเมืองท่าโบราณอยุธยา

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เมืองเก่าสงขลา’ ปฐมภูมิแห่งเมืองท่าโบราณอยุธยา

วันอาทิตย์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ด้วยเส้นทางทะเลโบราณนั้นได้มีการค้าขายติดต่อเชื่อมโยงกันระหว่างอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
และจีน ซึ่งทำให้เกิดเมืองท่า และสถานีพักสินค้า เพื่อถ่ายสินค้า เพิ่มเติมน้ำจืดและอาหาร รวมไปถึงการซ่อมแซมเรือ จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ด้วยต้องอาศัยทิศทางกำลังลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เพื่อเดินทางจากอินเดียไปยังจีน และอาศัยลมมรสุมจากตะวันออกเฉียงเหนือ เดินทางจากจีนไปยังอินเดีย ดังนั้นเมืองท่าชายฝั่งภาคใต้ของไทย ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเส้นศูนย์สูตรจึงเป็นทำเลที่ดีต่อการจอดซ่อมแซมเรือ เติมน้ำจืดและอาหาร รวมถึงขนถ่ายสินค้าข้ามคาบสมุทรกลางทางในรอบปี การขนถ่าย แลกเปลี่ยนสินค้านี่เอง ได้ทำให้เมืองท่าต่างๆ ในคาบสมุทรทางภาคใต้ของไทย มีความเจริญรุดหน้า จากการค้าขายเป็นอันมาก อีกทั้งมีสินค้าสำคัญทำให้ชาวตะวันตกต้องแสวงหาและเดินทางมายังเมืองท่าในคาบสมุทรมลายูคือ เครื่องเทศ เช่น ว่าน กระวาน ขิง ข่า ขมิ้น กระชาย พริกไทย กานพลู อบเชย ดีปลี จันทน์เทศ จนมีชื่อว่าเป็นเส้นทางเครื่องเทศ โดยเฉพาะเมืองสงขลา นั้นเป็นเมืองท่าสำคัญแห่งหนึ่งที่มีประวัติเมืองในสมัยต่างๆ ทั้ง ๓ แห่ง คือเมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดง เมืองสงขลาฝั่งแหลมสน,และเมืองสงขลาฝั่งบ่อยางตามลำดับ กล่าวคือเมื่อ พุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๘ นั้นมีชื่อปรากฏในเอกสารพ่อค้าชาวตะวันตกว่า Singoraบ้าง Singor บ้าง จนเชื่อว่าเมือง สิงขร สิงคะ แปลว่าจอม ที่สูงสุดยอดเขานี้เป็นเมืองสำคัญ คือ เมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดงแห่งนี้มีประวัติว่า ในพ.ศ.๒๑๖๕ ดาโต๊ะโกมอลล์(คือโมกุลผู้นำชาวมุสลิมจากเมืองสาเลย์ ได้อพยพและนำชาวแขกชวา หนีภัยจากโจรสลัดอาละวาดหนักในแถบหมู่เกาะชวาล่องเรือมาขึ้นฝั่งบริเวณฝั่งหัวเขาแดงแล้วสร้างเมืองขึ้น พร้อมกับปรับปรุงพื้นที่บริเวณปากทางเข้าทะเลสาบสงขลาเป็นท่าจอดเรือขนาดใหญ่ ที่มีเรือสำเภา หรือ เรือกำปั่นมาจอดทำการค้าทางทะเล เข้าแวะเข้าจอดเทียบท่าได้ จนเมืองสงขลาที่หัวเขาแดงในสมัยนั้นเป็นเมืองท่าเรือระหว่างประเทศมีชื่อเสียงไปถึงกรุงศรีอยุธยา

ชุมชนเมืองเก่าสงขลา

ทะเลสาบและลำน้ำ

ครั้งนั้นพระเอกาทศรถ (พ.ศ.๒๑๔๘-๒๑๕๓) ได้ แต่งตั้งให้ดาโต๊ะ โกมอลล์  เป็นข้าหลวงใหญ่ของพระเจ้ากรุงสยาม ประจำเมืองพัทลุงอยู่ที่หัวเขาแดง แขวงเมืองสงขลา โดยเมืองท่านี้ได้ทำการค้าขายกับ ฮอลันดา โปรตุเกส อังกฤษ จีน อินเดีย และ ฝรั่งเศส ซึ่งประเทศคู่ค้าประเทศแต่แรกนั้นมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกรุงศรีอยุธยามาตลอดและทำให้ฮอลันดานั้นสามารถขยายความสัมพันธ์ทางการค้ามายังสงขลา โดยเฉพาะระหว่างปี พ.ศ.๒๑๗๑-๒๒๐๑ ฮอลันดา มีความมั่งคั่งจากการผูกขาดเครื่องเทศแต่เพียงผู้เดียว และฮอลันดาสามารถกำจัดคู่แข่งทางการค้าอื่นๆ เช่นโปรตุเกส อังกฤษ และ พ่อค้ามุสลิม จนฮอลันดามีอำนาจขึ้นในยุโรป และ ตะวันออกไกล ครั้นเมื่อชาวดัตช์ยึดเมืองมะละกาซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลที่สำคัญของโปรตุเกสได้ จึงใช้มะละกาเป็นศูนย์กลางการค้าขายกับจีน และญี่ปุ่นโดยตรง ด้วยความเป็นคู่แข่งทางการค้าระหว่างฮอลันดา กับ อังกฤษนั้นจึงนำปัญหามาสู่การคานอำนาจของหัวเมืองต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การปกครองของอยุธยามากมาย จนในที่สุดต่อมา เมืองสงขลาฝั่งหัวเขาแดงได้ถูกกองทัพอยุธยาทำลายจนหมดสิ้น จนต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๒๒๓ ประชาชนชาวสงขลาฝั่งหัวเขาแดงที่เหลืออยู่ได้ย้ายชุมชนไปสร้างเมืองใหม่ที่เมืองสงขลาฝั่งแหลมสนแต่ด้วยเหตุการณ์ขยายตัวเป็นเมืองท่าในอนาคตนั้นมีพื้นที่แนวราบไม่เพียงพอ พ.ศ.๒๓๗๙ เจ้าพระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้งเจ้าเมืองจึงย้ายตั้งเมืองสงขลาใหม่ที่ตำบลบ่อยางในที่ปัจจุบัน โดยยังรักษาความเป็นเมืองท่าไว้อย่างเดิมซึ่งมีการสร้างป้อม กำแพงเมืองยาว ๑,๒๐๐ เมตร มีประตูเมือง สิบประตู และตั้งหลักเมืองไม้ชัยพฤกษ์พระราชทานและสมโภชหลักเมืองในปี พ.ศ. ๒๓๘๕ ปัจจุบันเมืองสงขลายังมีท่าเรือ มีชุมชนเมืองเก่าที่น่าสนใจที่ยังมีถนนอาคารเก่าและความเป็นเมืองเก่าน่าอยู่  ซึ่งทำให้ศูนย์มานุษย์วิทยาสิรินธรและคณะได้ศึกษาดูงานสภาพของชุมชนเมืองที่มีกลุ่มชาติพันธ์ที่น่าสนใจโดยเฉพาะ โรงสี หับ โห้ หิ้น ที่เคยรับข้าวเปลือกจากย่านระโนด หัวไทร และพัทลุง มาสี โดยมีเรือเอี้ยมจุ๊นใช้ใบล่องข้ามทะเลสาบสงขลามาเทียบท่าเรือด้านหลังของโรงสีเพื่อนำข้าวสารไปขายนราธิวาสถึงมาเลเซียแม้จะเลิกกิจการหลังจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไปแล้วก็ยังรักษาเรื่องราวชุมชนและผลักดันชุมชนเก่าจนเป็นตำนานเมืองเก่าสงขลาให้ก้าวสู่ความเป็นมรดกโลกในอนาคต

ท่าจอดเรือสินค้า

ท่าเรือในเมืองเก่าสงขลา

ศิลปบนผนังอาคารเก่า

ถนนแห่งศิลปะ

อาคารเก่ายังรักษาไว้

Leave a comment