ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/286309

กระเป๋าหนังวิจิตรงดงามผสานกับผ้าไหมมัดหมี่ ผลงานการดีไซน์ล่าสุดของ ‘พญา’ (PHYA)
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีพระราชดำริให้มีการส่งเสริมอาชีพและอนุรักษ์การทอผ้าไหม หัตถศิลป์อันวิจิตรของไทยไว้ และเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 85 พรรษาในวันที่ 12 สิงหาคม 2560 นี้ จิรยง อนุมานราชธน ในฐานะครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แห่งแบรนด์ “พญา” (PHYA) ผู้สร้างสรรค์ผลงานการดีไซน์กระเป๋าหนังคุณภาพเยี่ยม จึงได้หยิบเอาผ้าไหมมัดหมี่ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ มาผสมผสานเข้ากับผืนหนังวัวที่นำเข้าจากประเทศอิตาลี ถ่ายทอดเป็นกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นรุ่น“มาตา” (Mata) และ “นัดดา” (Nadda) ซึ่งได้จัดแฟชั่นโชว์เปิดตัวไป เมื่อเร็วๆ นี้ ณ บริเวณพญา ป๊อปอัพสโตร์ (ล็อบบี้เลาจน์) ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลม

จิรยง อนุมานราชธน และเหล่านางแบบโชว์กระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น
จิรยง อนุมานราชธน กล่าวถึงการออกแบบกระเป๋าดีไซน์พิเศษครั้งนี้ “แรงบันดาลใจหลักของการทำกระเป๋าสองรุ่นนี้มาจากการที่ดิฉันได้เห็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงให้การสนับสนุนงานหัตถศิลป์ไทยอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างให้คนไทยได้ตระหนักถึงการทำหน้าที่สืบทอดมรดกไทย ดิฉันจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งในการสานต่องานช่างและรักษาความวิจิตรที่ปรากฏบนงานศิลปะไทยเอาไว้ จึงเกิดเป็นไอเดียในการออกแบบกระเป๋ารุ่นมาตา ที่มีความหมายว่าแม่ และรุ่นนัดดา ที่มีความหมายว่าหลาน โดยสร้างสรรค์ขึ้นจากการผสมผสานระหว่างผ้าไหมมัดหมี่ ผลงานหัตถกรรมอันเลื่องชื่อของไทย และผืนหนังวัวจากคุณภาพเยี่ยมจากประเทศอิตาลี ให้ออกมาเป็นกระเป๋าดีไซน์หรูที่สามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน”
สำหรับการออกแบบกระเป๋ารุ่น “มาตา”(Mata) และ “นัดดา” (Nadda) ทางทีมดีไซน์ได้ใช้เทคนิคการตัดเย็บขั้นสูงและประณีตในทุกขั้นตอน เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างผ้าไหมมัดหมี่ จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ที่มีความเบาและอ่อนนุ่ม นำมาตัดเย็บเข้ากับโครงของกระเป๋าที่ทำจากหนังวัว ดังนั้นการวางลวดลายและแพทเทิร์นของผ้า จึงต้องใช้ทักษะความเชี่ยวชาญของทีมช่างฝีมือ การคำนวณและตัดเนื้อผ้ามาเย็บเข้ากับกระเป๋า เช่นกัน เพื่อให้ผ้าไม่ตึงหรือหย่อนจนเกินไป กระเป๋าจึงจะคงรูปความงดงามตามแบบงานหัตถศิลป์ของไทยและความทันสมัยของสากลนิยม

ชิดชนก หอสัจจกุล, บุศรา ซอโสตถิกุล, จารุวรรณ โชติเทวัญ, จิรยง อนุมานราชธน,
สิริยส เทพหัสดิน ณ อยุธยา, ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร
“มาตา“ (Mata) กระเป๋าที่ใช้เทคนิคการผลิตขึ้นตามแบบโครงของกระเป๋ารุ่นนาตาลี กระเป๋าหนังแกะลายควิลท์ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่มีแรงบันดาลใจจากลวดลายผ้าไทยรูปทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นที่ขายดีของทางแบรนด์ โดยการใช้ผ้าไหมมัดหมี่ในโทนสีม่วงอมชมพู ที่ลวดลายมีความทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์ ประดับด้วยสายสะพายโซ่สีเงิน ที่สามารถใช้เป็นกระเป๋าถือ หรือสะพายข้างหรือจะสะพายแล่งได้ตามความต้องการของผู้ใช้
“นัดดา” (Nadda) กระเป๋าใบเล็ก ดีไซน์กะทัดรัด ที่ใช้เทคนิคการออกแบบตามโครงกระเป๋ารุ่นลิฟ กระเป๋ารุ่นล่าสุดจากแบรนด์ “พญา” (PHYA) ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยการเย็บประกบหนังสองชิ้นเข้าด้วยกัน ซึ่งในรุ่นนัดดานี้ทางทีมออกแบบได้นำผ้าไหมมัดหมี่ที่มีลวดลายสีม่วงตัดกับสีฟ้ามาเย็บประกบลงบนแผ่นหนังด้านบน จากนั้นจึงเย็บตัดขอบด้วยหนังสีฟ้า กลายเป็นกระเป๋าถือทรงบ๊อกซี่ที่มีดีไซน์หรูหราและสง่างามอย่างลงตัว
ซึ่งกระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น “มาตา” (Mata) และ “นัดดา” (Nadda) ทางแบรนด์ “พญา” (PHYA) ได้ผลิตขึ้นมาเพียงไม่กี่ใบเท่านั้น และรายได้ส่วนหนึ่งจากการจำหน่ายกระเป๋าทั้งสองรุ่นทางแบรนด์จะมอบให้กับมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาและอนุรักษ์งานหัตถศิลป์อันเป็นมรดกของไทยสืบไป

ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร
ภายในงาน ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร บุตรสาวของ ท่านผู้หญิงพึงจิตต์ ศุภมิตร คุณข้าหลวงผู้ใหญ่ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาร่วมพูดคุยถึงจุดเริ่มต้นของการส่งเสริมการทอผ้าไหม หนึ่งในงานหัตถศิลป์ของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ว่า “ตั้งแต่จำความได้คุณแม่ (ท่านผู้หญิงพึงจิตต์ ศุภมิตร) จะเล่าให้ฟังตลอดว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ถึงแม้พระองค์จะทรงเจริญพระชันษาในต่างประเทศ แต่พระองค์ทรงรักความเป็นไทยมาก ทรงฉลองพระองค์ด้วยชุดผ้าไหมไทยมาตั้งแต่ยังเป็น ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร แล้วหลังเข้าพระราชพิธีอภิเษกสมรสกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และได้รับสถาปนาขึ้นเป็น “สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์” ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเยือนต่างประเทศเป็นครั้งแรก พระองค์ทรงออกแบบฉลองพระองค์ต่างๆ ด้วยพระองค์เอง โดยทรงศึกษาจากพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และทรงใช้ชื่อพระตำหนักต่างๆ ในวังมาตั้งเป็นชื่อฉลองพระองค์ที่ทรงออกแบบด้วย และทุกครั้งเวลาตามเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่างๆ พระองค์ทอดพระเนตรเห็นว่าชาวบ้านแต่งตัวด้วยผ้าไหมที่ทอขึ้นเองอย่างสวยงามมาเฝ้าฯรับเสด็จ ซึ่งแต่ละท้องถิ่นมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันทรงมีพระราชดำริให้ส่งเสริมและอนุรักษ์การทอผ้าไทยของแต่ละชุมชนเอาไว้ จึงเป็นที่มาของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถและมีการสืบสานศิลปะการทอผ้าไทยมาจนถึงทุกวันนี้”
