ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/287301

ของสะสมงานศิลปหัตถกรรมลํ้าค่าจากบรรพชน
เครื่องเงินราชสำนัก ของ กฤษณ์ โรจนเสนา
ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT เปิดเวทียิ่งใหญ่ดึงนักสะสม ชั้นนำของเมืองไทย นำของรัก ของหวง ของสะสมงานศิลปหัตถกรรมบรรพชนล้ำค่า เผยแพร่ให้ร่วมชื่นชม ในงานเสวนา “หัตถกรรมของบรรพชน ของรักของหวง รักษาไว้ให้ถึง ลูกหลาน” มุ่งหวังถ่ายทอดประสบการณ์ในงานสะสม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจกลุ่มนักสะสม และผู้รักงานศิลปหัตถกรรม ณ โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล
อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า SACICT มีบทบาท ในด้านการส่งเสริมเพื่อการอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาในงานศิลปหัตถกรรม และส่งเสริมการสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์สู่ความร่วมสมัย และเชิงพาณิชย์ เห็นถึงความสำคัญการเผยแพร่องค์ความรู้งานศิลปหัตถกรรมแห่งบรรพชนที่สะท้อนถึงซึ่งภูมิปัญญาทั้งศาสตร์และศิลป์เชิงช่างที่มีการสะสมไว้เป็นสมบัติล้ำค่าของผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการนักสะสมแห่งสยาม จึงได้จัดกิจกรรมเสวนา “หัตถกรรมของบรรพชน ของรัก ของหวง รักษาไว้ให้ถึง ลูกหลาน” ขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการนักสะสม ผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปหัตถกรรมได้มีโอกาสพบปะ แลกเปลี่ยนมุมมอง ถ่ายทอดแรงบันดาลใจ และแบ่งปันประสบการณ์ ซึ่งผลงานบางชิ้นมีอายุเกินกว่า 200 ปี และบางชิ้นเป็นงานระดับชิ้นเอก ของนักสะสมที่อาจไม่เคยนำมาเผยแพร่ที่ใดมาก่อน
ในโอกาสนี้ SACICT ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญ นักสะสมที่เป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม มาถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมา ความสำคัญ รวมถึงความแตกต่างของงานศิลปหัตถกรรมในแต่ละยุคสมัย จำนวน 6 ท่าน ได้แก่ ครูเสน่ห์แจ่มจิรารักษ์ ครูศิลป์ของแผ่นดินงานเครื่องมุก, ครูวีรธรรม ตระกูลเงินไทย ครูศิลป์ของแผ่นดิน งานผ้ายก-ศิลปะสมัยอยุธยา, ครูมีชัย แต้สุจริยา ครูศิลป์แห่งแผ่นดินงานผ้าทอ,ครูวิรัช ปิ่นสุวรรณ ครูศิลป์แห่งแผ่นดินงานเครื่องเบญจรงค์,ครูดิเรก สร้อยสีดา ครูช่างศิลปหัตถกรรมงานสลักดุน ครูอุทัย เจียรศิริ ครูช่างหัตถกรรมงานเครื่องถม-คร่ำ

อาจารย์เผ่าทอง ทองเจือ, กุลรัศมิ์ ปัทมสูต หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมคุณค่า SACICT, ครูอุทัย เจียรศิริ ครูช่างงานเครื่องถม-คร่ำ, อัมพวัน พิชาลัย ผอ. SACICT, ครูเสน่ห์ แจ่มจิรารักษ์ คุณครูศิลป์งานเครื่องมุก, ครูวีรธรรม ตระกูลเงินไทย ครูศิลป์งานผ้ายก-ศิลปะสมัยอยุธยา, ครูดิเรก สร้อยสีดา ครูช่างศิลป์งานสลักดุน
นอกจากนี้ ยังได้เชิญนักสะสมชื่อดังของเมืองไทย มาถ่ายทอดเรื่องราวความน่าสนใจ เสน่ห์ที่ดึงดูดของงานศิลปหัตถกรรมตั้งแต่รุ่นปู่ย่ามาจนถึงรุ่นปัจจุบัน อีกกว่า 10 ท่าน ได้แก่ กฤษณ์ โรจนเสนา นักสะสมงานเครื่องเงิน – สลักดุน แบบราชสำนัก ที่มีการใช้งานนับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาและกรุงรัตนโกสินทร์ ศักดิ์ชัย กาย นักสะสมงานเครื่องดนตรีประเภทซอที่แกะสลักจากกะลามะพร้าว อาจารย์บุญชัย ทองเจริญบัวงามงานสะสมงานหัตถกรรมโบราณ –เครื่องเงิน ผ้าทอและจักสานปัญญา พูนศิลป์ นักสะสม ผ้าโบราณและของใช้โบราณวัตถุของภาคใต้ ศิริลักษณ์ ภัทรประสิทธิ์ ไม้ไทย นักสะสมเครื่องกระเบื้องและเครื่องเงินจากทั่วโลก เนธิชัย ปานสุวรรณ นักสะสมชิ้นงานกระเบื้องประเภทจานเชิงเขียนลายสีน้ำเงินบนพื้นขาว (กระเบื้องลายคราม) พิพัฒน์พงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา นักสะสมเครื่องมุกโบราณ สมคิด เจริญธุระยนต์ นักสะสมงานเครื่องแก้วเจียระไนทั้งของโบราณของไทย และจากนานาประเทศ รศ.นพ.มนัทสูงประสิทธิ์ นักสะสมงานเครื่องถมโบราณสมัยกรุงศรีอยุธยากรุงรัตนโกสินทร์ ชาย มีจำรัส นักสะสมงานกริชโบราณ ทุกยุคทุกสมัย เป็นผู้ที่สะสม กริช มากที่สุดรายหนึ่งของประเทศไทย
อัมพวัน กล่าวเสริมว่าการจัดงานในครั้งนี้ มิได้เป็นเพียงการสร้างความตื่นตา ตื่นใจในผลงานที่เป็นของรัก ของหวง เป็นสมบัติอันล้ำค่าของนักสะสมทุกท่านเท่านั้น แต่เป็นโอกาสให้นักสะสม หรือผู้ที่กำลังจะผันตัวเองมาเป็นนักสะสม ทุกรุ่น ได้มีโอกาสแบ่งปันประสบการณ์การสะสมระหว่างกัน เป็นแรงผลักดันให้เกิดความนิยมของกลุ่มผู้ริเริ่มสะสมงานศิลปหัตถกรรม เสมือนเป็นการสืบสานต่อเส้นทางงานศิลปหัตถกรรมให้คงอยู่ และที่สำคัญอีกประการหนึ่งทำให้ได้มีโอกาสเห็นฝีมือ เทคนิคการสร้างสรรค์ผลงานของบรรพชนที่มีมาแต่โบราณ ก่อเกิดเป็นแรงบันดาลใจหรือแนวคิดผ่านชิ้นงานเหล่านี้ของผู้ที่มีทักษะฝีมือเชิงช่าง เกิดการนำไปพัฒนาเป็นผลงานMasterpiece หรือปรับประยุกต์เป็นผลงานเชิงสร้างสรรค์พัฒนาต่อยอดขยายผลองค์ความรู้เชิงนวัตศิลป์ต่อไป

เครื่องถมทองจาก รศ.นพ.มนัท สูงประสิทธิ์

งานสะสมของ ปัญญา พูลศิลป์ นักสะสมผ้าและเครื่องแต่งกายภาคใต้