งานวิจัยใกล้ตัวเพื่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิตคนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286472

งานวิจัยใกล้ตัวเพื่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิตคนไทย

งานวิจัยใกล้ตัวเพื่อสุขภาพ และคุณภาพชีวิตคนไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เมื่อพูดถึงงานวิจัย หลายคนคงนึกถึงเรื่องเทคโนโลยี นวัตกรรมไกลตัว แต่แท้จริงแล้วงานวิจัยมีหลากหลายรูปแบบการนำไปใช้งาน และทั้งหมดเกี่ยวข้องกับสุขภาพและชีวิตประจำวันของเราแทบทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น 3 ผลงานวิจัยที่จะทำให้คุณรู้ว่างานวิจัยใกล้กับเราแค่ไหน

ในแต่ละปีมีคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคไข้เลือดออกจำนวนไม่น้อย และไวรัสต้นเหตุของโรคก็มีการพัฒนาอย่างน่ากลัวขึ้นทุกวัน ซึ่งเราสามารถป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจากไข้เลือดออกด้วยการกำจัดลูกน้ำยุงลาย “LeO-Trap นวัตกรรมดักยุงพร้อมกำจัดลูกน้ำยุงลาย” คิดค้นโดยสองนักวิจัย ดร.อุษาวดี ถาวระ และ ดร.อภิวัฏ ธวัชสิน จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ลักษณะมีรูปร่างคล้ายโอ่งน้ำขนาดจิ๋ว ผลิตจากพลาสติกสีดำ ฝาสูง มีช่องว่างให้ยุงเข้าไปวางไข่ภายในได้ โดย ดร.อุษาวดี อธิบายถึงนวัตกรรมจิ๋วแต่แจ๋วตัวนี้ว่า

“ภายใน LeO-Trap มีการเคลือบสารสกัดที่มีกลิ่นดึงดูดเฉพาะยุงลายให้เข้ามาวางไข่ เพียงแค่เติมน้ำที่ผสมสารกำจัดลูกน้ำยุงซีโอไลท์ไว้ ก็จะช่วยกำจัดลูกน้ำยุงได้แล้ว ซึ่งความพิเศษของสารดึงดูดยุงนั้นเป็นสารสกัดจากหอยลายที่เราค้นพบได้โดยบังเอิญ เนื่องจากซื้อหอยลายเตรียมไว้ทำอาหารมื้อเย็น จึงได้นำไปแช่น้ำเพื่อรักษาความสดของหอยลาย แต่เราพบว่ามียุงที่เลี้ยงไว้เพื่อการทดลองที่หลุดลอดออกมาไปลอยตายอยู่ในอ่างที่แช่หอยลาย จึงได้นำหอยลายมาทำการวิจัยพบว่า หอยลายที่แช่น้ำจะปล่อยเมือกที่เป็นกรดอะมิโนหลายชนิดออกมาซึ่งมีกลิ่นที่สามารถดึงดูดยุงให้เข้ามาตอมได้

แต่การจะนำน้ำที่แช่หอยลายมาใช้งานเลยก็จะทำให้เกิดกลิ่นเน่าเสียซึ่งไม่เป็นผลดีกับคน จึงได้นำน้ำแช่หอยลายนั้นให้อยู่ในรูปของไมโครแคปซูลแล้วนำไปเคลือบในภาชนะ LeO-Trap แล้วนำไปตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ของบ้าน พบว่าภายในหนึ่งสัปดาห์สามารถกำจัดลูกน้ำยุง และยุงได้อย่างน้อย 500 ตัว ซึ่ง LeO-Trap 1 ชิ้นใช้งานได้ 3 เดือนสารดึงดูดที่เคลือบไว้ก็จะหมดอายุ แต่สามารถใช้งานต่อได้ด้วยการติดแผ่นสติกเกอร์ที่เคลือบสารดึงดูดยุงให้ใช้งานได้ต่อ”

“เจลลี่พร้อมดื่มเพื่อสุขภาพ” ผลงานของ อ.อลิสา สุนทรวัฒน์ อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ที่ต้องการหาผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัยโดยเฉพาะผู้สูงอายุ และต้องการคิดค้นวิธีการเพิ่มมูลค่าและต่อยอดวัตถุดิบทางการเกษตรของไทยโดยเฉพาะ คือ ผลหม่อน และมะม่วงน้ำดอกไม้

“ผลไม้สองชนิดนี้ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง และมีสารอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งในปัจจุบันจะมีผลิตภัณฑ์ในรูปแบบน้ำผลไม้ ผลไม้แปรรูป และอยู่ในรูปแบบรสปรุงแต่งในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งผลผลิตดังกล่าวมีคุณค่าทางอาหารน้อย จึงได้ทำการวิจัยพบว่าการนำน้ำผลไม้ 100% มาทำเจลลี่นั้นร่างกายได้รับสารอาหารต่างๆไม่มากพอ เนื่องจากสารอาหารนั้นอาจจะระเหยไประหว่างการแปรรูปวัตถุดิบมาเป็นน้ำผลไม้ จึงคิดให้มีการใช้สารสกัดลูกหม่อนและมะม่วงน้ำดอกไม้เข้ามาเพิ่ม และเลือก คาราจิแนน ซึ่งเป็นสารสกัดจากสาหร่ายทะเล ที่นิยมนำมาใช้ผิวของอาหารเป็นเจลลี่ที่มีความเหลวกว่าการใช้เจลาตินแบบในท้องตลาดทั่วไป เป็นตัวช่วยให้มีเนื้อสัมผัสนุ่มเหลว และเติมจุลินทรีย์โปรไบโอติก เข้าไปเพื่อส่งเสริมระบบกระเพาะและลำไส้ทำงานได้ดีทำให้เจลลี่สูตรนี้ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ชอบกินโยเกิร์ต หรือการกินเจลลี่ที่ต้องเคี้ยว ในอนาคต มีจะศึกษาเพิ่มเติมเพื่อต่อยอดอีกว่า เมื่อกินเจลลี่พร้อมดื่มนี้แล้ว จะมีสารอาหารต่างๆ ที่ร่างกายจะดูดซึมไปใช้งานได้จริงอยู่ในปริมาณมากน้อยเท่าใด เพื่อนำไปปรับปรุงสูตรให้ดียิ่งขึ้น”

“ผ้ากลีบบัว” ผลงานของนักวิจัยแดนอีสาน ผู้ไม่เคยละทิ้งบ้านเกิด ผศ.ดร.สิทธิชัย สมานชาติ คณะศิลปประยุกต์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นผลงานในซีรี่ส์ผ้าทออุบล ที่ต้องการพัฒนา “ผ้ากาบบัว” ซึ่งเป็นผ้าทอประจำจังหวัดอุบลราชธานีให้มีเนื้อสัมผัสเหมือนกลีบบัวจริงๆ โดยเลือก “บัวอุบลสีชมพู” มาเป็นต้นแบบแรงบันดาลใจ

“การวิจัยจึงเริ่มตั้งแต่การศึกษาวิธีการย้อมสีธรรมชาติอย่างไรให้ได้เหมือนสีดอกบัวชมพู ที่มีความอ่อน แก่ เหลือบ ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งคณะวิจัยกับชาวบ้านกลุ่มทอผ้าร่วมกันลองผิดลองถูกหลายครั้งจนประสบความสำเร็จ เมื่อสัมผัสเนื้อผ้าจะให้ความรู้สึกละมุนละไม อ่อนหวานดุจสัมผัสกลีบบัวธรรมชาติจริง จึงให้ชื่อว่าผลงานใหม่ว่าผ้ากลีบบัว สามารถดึงดูดให้ชาวบ้านที่เคยทิ้งการทอผ้ากาบบัว หันกลับมาสนใจทอผ้ากลีบบัวแบบใหม่นี้มากขึ้น เนื่องจากจำหน่ายได้ราคาดี และกลุ่มผู้บริโภคก็ชื่นชอบ ราคาจำหน่ายผ้ากลีบบัวสามารถจำหน่ายได้ในราคาประมาณ 8,000 บาท ต่อความยาว 2 เมตร”

จากผลงานวิจัยทั้งสามนี้ คงแสดงให้เห็นแล้วว่า งานวิจัย ไม่ได้ไกลตัวเรา แต่มันคือสิ่งที่เราใช้สอยกันอยู่ในชีวิตประจำวัน ที่นอกจากมีส่วนช่วยเสริมสร้างสุขภาพและคุณภาพชีวิตคนไทยแล้ว ยังมีส่วนช่วยสร้างความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศอีกด้วย ซึ่งยังมีงานวิจัยของคนไทยเพื่อคนไทยอีกมากมายที่น่าสนใจและยังช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆ ซึ่ง สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ได้รวบรวมนำมาให้เราได้สัมผัสในงาน Thailand Research Week : มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2560 ระหว่างวันที่ 23-27 สิงหาคม 2560 ที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอกคอนเวนชั่น แอทเซ็นทรัลเวิลด์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.reseachexpo.nrct.go.th หรือโทร.02-5612445 ต่อ 517-9

Leave a comment