ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/285307

ดุสิตธานี เรียงร้อยภาพจำในใจ
นักวาดภาพสเกตช์ที่มาร่วมสร้างความทรงจำ
หลายคนที่สัญจรไป-มาผ่านบริเวณหัวมุมถนนสีลม ช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา อาจจะอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นบรรดา “สเก็ตเชอร์” หรือนักสเกตช์ภาพจำนวนร่วมร้อยชีวิตมารวมตัวกันตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนที่ต่างคนต่างแยกย้ายกันจับจองมุมถนัด ซึ่งแม้มุมที่เลือกนั่งเลือกยืนจะแตกต่างกัน แต่ทุกสายตามีจุดหมายเดียวกัน นั่นคือ ภาพสะท้อนของโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าโดยภารกิจปลายทางของทุกคนในวันนั้น คือ ร่วมกันสเกตช์ภาพจำของ “โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ” ก่อนที่โรงแรมหรูใจกลางกรุง ที่ยืนหยัดเป็นแลนด์มาร์คของกรุงเทพมหานคร มายาวนานกว่า 48 ปี จะยุติการให้บริการในวันที่ 16 เมษายน 2561
สุกัญญา จันทร์ชู ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ กล่าวว่า กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญที่จัดขึ้นเพื่อส่งท้าย “ดุสิตธานี กรุงเทพฯ” ซึ่งมุ่งหวังที่จะสร้าง “ภาพจำ” ตลอดจนความประทับใจที่ทุกคนมีต่อดุสิตธานี ซึ่งเธอเชื่อว่า ทุกคนจะรู้สึกอบอุ่นใจทุกครั้งเมื่อนึกถึง และพร้อมที่จะเฝ้ารอการกลับมาของดุสิตธานีในอีก 3 ปีข้างหน้า
“เราได้ร่วมกับกลุ่ม Bangkok Sketchers จัดกิจกรรม ‘ดุสิตธานี ความทรงจำ สุขใจ ไม่สิ้นสุด’ หรือ Dusit Thani Bangkok – The Story Never Ends เพื่อที่จะบันทึกเรื่องราวของโรงแรมที่มีเอกลักษณ์สวยงามทั้งภายในและภายนอก ผ่านปลายดินสอและพู่กันของนักสเกตช์ภาพที่ตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 80 ชีวิต ซึ่งต้องบอกว่า ทุกภาพนั้นมีคุณค่าทางใจมาก และเป็นภาพจำที่น่าประทับใจ เป็นความรู้สึกดีๆ ทุกครั้งที่เราได้ย้อนกลับมามอง”

นอกจากนี้ ดุสิตธานี ยังสร้าง “ภาพจำ” ให้กับทุกคู่รัก ด้วยการจัดกิจกรรมให้ทุกคู่รักที่เคยจัดงานที่โรงแรมดุสิตธานี นับตั้งแต่เปิดให้บริการเมื่อปี 2513 จนถึงปัจจุบัน เพียงแค่นำภาพแต่งงานมาแสดง ก็จะได้รับบัตรกำนัลรับประทานอาหารชุดพิเศษฟรี เป็นเซตเมนู 3 คอร์ส สำหรับมื้อกลางวันหรือมื้อค่ำ และยังจะได้รับหนังสือวิธีการปรุงอาหารไทยของดุสิต Thai Way of Life: The Dusit Cookbook และส่วนลดพิเศษ 27% เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารในโรงแรมตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 เมษายน 2561
ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานี ยังได้ย้อนภาพจำในใจ 5 เรื่อง ให้ทุกคนได้ร่วมกันหาคำตอบไปพร้อมกันว่า “คุณรู้หรือไม่” เริ่มต้นจาก หนึ่ง คุณรู้หรือไม่ว่า ชื่อ “ดุสิตธานี” นั้นตั้งชื่อตามเมืองจำลองรูปแบบประชาธิปไตยที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชประสงค์จะสร้างขึ้นและพระราชทานนามว่า “ดุสิตธานี” และยังเป็นชื่อของสรวงสวรรค์ชั้น 4 ซึ่งการออกเสียงไพเราะ และมีความหมายอันเป็นมงคลแก่ผู้ที่เข้าพัก เหมือนได้พักอาศัยอยู่บนสรวงสวรรค์
สอง คุณรู้หรือไม่ว่า ห้องนภาลัย บอลรูม เป็นห้องจัดเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ ในขณะนั้น และเป็นจุดเปลี่ยนแปลงวิถีการจัดงานแต่งงานของคนสมัยใหม่ให้เริ่มมาจัดงานที่โรงแรม แทนสถานที่จัดเลี้ยงอื่นๆ ที่มีอยู่ในขณะนั้น ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจของดุสิตธานีจนถึงวันนี้
สาม คุณรู้หรือไม่ว่า ห้องไลบรารี่ 1918 ที่มาของชื่อ “ไลบรารี่” เป็นห้องจัดเลี้ยงน้ำชา ที่จัดให้คล้ายพระบรมราชานุสรณ์ในรัชกาลที่ 6 ซึ่งมีเอกสารพระราชกรณียกิจ มีภาพถนน บ้านเรือนและอุปกรณ์ที่หาชมได้ยากในยุคนั้น ส่วนเลข 1918 มาจากปีที่พระองค์ทรงสร้างเมืองประชาธิปไตย ในปี พ.ศ.2461 ซึ่งตรงกับปี ค.ศ 1918

สี่ คุณรู้หรือไม่ว่า ห้องอาหารไทยห้องแรกชื่อห้องสุโขทัย เน้นการออกแบบโดยใช้ไม้สัก โดยอาจารย์จากกรมศิลปากร ซึ่งที่นั่งสำหรับรับประทานอาหารนั้น จะเป็นแบบเจาะหลุมนั่งห้อยขา ภายในห้องอาหารมีการแสดงรำไทยให้ชาวต่างชาติได้ชม จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นห้องบุษราคัม และเปลี่ยนเป็นห้องเบญจรงค์ เน้นอาหารไทยแท้แบบชาววังจนปัจจุบัน ได้เปลี่ยนรูปแบบเป็นอาหารแนวร่วมสมัย
ห้า คุณรู้หรือไม่ว่า ห้องอาหารแฮมิลตันส์ สเต็กเฮ้าส์ ได้ถูกตั้งชื่อตามเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยคนแรก คือ แฮมิลตัน คิง ซึ่งต่อมาได้รับการเลื่อนขั้นเป็นเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยผู้มีอำนาจเต็มคนแรก
“ทุกกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนถึงวันสุดท้ายในวันที่ 16 เมษายน 2561 ก็เพื่อให้ทุกคนที่รักและผูกพันกับดุสิตธานี ได้ร่วมกันเก็บภาพความทรงจำที่ดีแบบนี้ไว้ ให้ดุสิตธานีเป็นความสุข เป็นความอบอุ่น และทำให้ยิ้มได้ทุกครั้งเมื่อนึกถึง
ถ้าจะบอกว่า นี่เป็นการนับถอยหลังของดุสิตธานี ก็อาจจะพูดแบบนั้นไม่ได้ทั้งหมด เพราะการนับถอยหลังครั้งนี้ไม่ใช่การสิ้นสุด แต่เป็นการรอเพื่อเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง ดังนั้น พวกเราจึงพยายามอย่างยิ่งที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมในช่วงส่งท้าย ด้วยความตั้งใจที่จะส่งผ่านความรู้สึกที่เป็นภาพจำดีๆ ให้กับทุกคน และช่วงเวลาที่เหลืออยู่หลังจากนี้ ดุสิตธานีมีความยินดีอย่างยิ่งหากหน่วยงานหรือองค์กรใด สนใจที่จะร่วมจัดกิจกรรมเพื่อสร้างภาพจำของดุสิตธานีใน 48 ปีที่ผ่านมาไปด้วยกัน” ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานี กล่าว
ภาพจำที่ไม่ใช่การร่ำลา แต่เป็นการเริ่มต้นรอคอย The New Chapter ไปพร้อมกัน