ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/285830

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พระมหาเศวตฉัตร’ ภูมิพระราชอิสริยยศแห่งพระราชา
พระมหาเศวตฉัตร
เอกลักษณ์สำคัญที่สืบทอดคติความเชื่อเกี่ยวกับการจัดงานพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นการส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยมาแต่โบราณนั้นคือ การจัดริ้วขบวนที่มีเครื่องสูงประกอบพระราชอิสริยยศ อาทิตย์นี้ได้ตามงานศิลปกรรมถึงเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศในริ้วขบวน อันประกอบด้วย ฉัตร เครื่องสูง ราชยาน ราชรถ รูปเทวดา และรูปสัตว์หิมพานต์ ที่จะปรากฏในริ้วขบวนแห่พระบรมศพและใช้ประดับบนชั้นฐานพระเมรุ ณ ท้องสนามหลวง โดยเฉพาะฉัตร ซึ่งเป็นเครื่องสูงที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นผู้มีอำนาจ และเป็นเครื่องหมายมงคลตามคติความเชื่อของอินเดียโบราณว่าด้วยมงคล ๑๐๘ ฉัตรนี้มีรูปร่างคล้ายร่มที่ซ้อนกันขึ้นไปเป็นชั้นๆ โดยชั้นบนนั้นมีขนาดเล็กกว่าชั้นล่าง ด้วยเหตุนี้ความเป็นฉัตร จึงเป็นเครื่องสูงที่ใช้ทั้งสำหรับแขวน ปัก ตั้ง หรือเชิญเข้ากระบวนแห่เป็นพระเกียรติยศจากคติความเชื่อว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระจักรพรรดิ หมายถึงผู้ชนะศึก ทั้ง ๘ ทิศ จึงนำเอาร่มของเมืองขึ้นทั้ง ๘ ทิศ มารวมซ้อนเข้าด้วยกันเป็นชั้นๆ และเพิ่มทิศของตนเองอีก ๑ ทิศ รวมเป็น ๙ ทิศ อีกทั้งยังถือว่า สีขาวเป็นมงคล จึงเรียกว่า ร่มสีขาวหรือเศวตฉัตร ฉัตรสำหรับพระมหากษัตริย์ผู้เป็นจอมทัพหรือพระจักรพรรดิจึงมี ๙ ชั้น จัดเป็นเครื่องสูงที่มีความสำคัญสูงสุด เช่นเดียวกับพระมหามงกุฎ เศวตฉัตร ๙ ชั้นนี้ เรียกว่า นพปฎลมหาเศวตฉัตร
การใช้ฉัตรเป็นเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศสำหรับพระมหากษัตริย์นั้นมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ หรือพระเจ้าอู่ทอง มีระบุในกฎมณเฑียรบาล ฉบับศักราช ๗๒๐ หรือ พ.ศ. ๑๙๐๑ ในครั้งนั้นว่า อภิรม ก็คือฉัตร นั่นเอง ซึ่งกำหนดว่า อภิรม สำหรับเจ้านายที่ดำรงพระยศหรือตำแหน่ง หน่อสมเด็จพระพุทธเจ้าได้อภิรม ๓ ชั้น พระอุปราชได้อภิรม ๒ ชั้น ในสมัยรัตนโกสินทร์นั้นฉัตรมี ๔ ชนิด คือ ฉัตรขาวหรือเศวตฉัตร ฉัตรขาวลายทอง ฉัตรตาด และฉัตรโหมด ซึ่งมีการใช้จำนวนชั้นของฉัตรให้เป็นการแสดงพระราชอิสริยยศด้วย วิธีการใช้มีทั้งการแขวนและการปักตั้งเช่นเดียวกัน

พระมหาเศวตฉัตรในท้องพระโรง
เศวตฉัตร ๙ ชั้นนี้เป็นฉัตรสำหรับพระมหากษัตริย์ที่ทรงรับพระบรมราชาภิเษกตามโบราณขัตติยราชประเพณีแล้ว เรียกว่า พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เรียกย่อว่า พระมหาเศวตฉัตร ลักษณะเป็นฉัตรผ้าขาว ๙ ชั้น แต่ละชั้นมีระบายขลิบทองแผ่ลวดซ้อน ๓ ชั้น ฉัตรชั้นล่างสุดห้อยอุบะจำปาทอง เศวตฉัตรแบบนี้ใช้แขวนหรือปักในสถานที่และโอกาสต่างๆ คือใช้ปักเหนือราชบัลลังก์ในท้องพระโรง พระมหาปราสาทราชมณเฑียรสถาน ใช้ปักเหนือพระที่นั่งภัทรบิฐเมื่อครั้งรัชกาลที่ ๙ ทรงรับพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ใช้แขวนเหนือพระแท่นราชบรรจถรณ์ภายในพระมหามณเฑียร ใช้แขวนเหนือพระบรมโกศทรงพระบรมศพ ณ ที่ประดิษฐานพระบรมศพ ใช้ปักยอดพระเมรุมาศ ใช้ปักบนพระยานมาศสามลำคานในการเชิญพระบรมศพโดยขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ใชัปักเหนือเกรินขณะเชิญพระบรมโกศพระบรมศพขึ้นสู่พระมหาพิชัยราชรถ และเชิญขึ้นประดิษฐานบนพระเมรุมาศ ใช้แขวนเหนือพระจิตกาธานเมื่อสุมเพลิงและเก็บพระบรมอัฐิ นอกจากนี้ยังมีฉัตรพิเศษสำหรับการพระบรมศพอีกคือ ฉัตรที่ใช้สำหรับพระบรมศพ เป็นฉัตรปักประดับยอดพระโกศพระบรมอัฐิ เนื่องจากยอดพระโกศปกติเป็นยอดพุ่มข้าวบิณฑ์ เมื่อเชิญออกจากที่ประดิษฐานจึงถอดพุ่มข้าวบิณฑ์ออก ถวายฉัตรแทน กับฉัตรสำหรับปักพระเบญจา ที่ประดิษฐานพระบรมศพด้วย ซึ่งฉัตรปักประดับยอดพระโกศพระบรมอัฐิเป็นฉัตรทองคำจำลองรูปทรงจากฉัตรที่ใช้ปักหรือแขวนแสดงพระราชอิสริยยศ ลักษณะของฉัตรปักประดับยอดพระโกศสำหรับพระบรมอัฐิพระมหากษัตริย์นั้น มีลักษณะเป็นฉัตรทองคำลงยา ๙ ชั้น องค์ฉัตรเป็นลายสลักโปร่ง ภายในบุผ้าขาว ฉัตรปักพระเบญจา พระเบญจานั้นเป็นพระแท่นสำหรับตั้งเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศพระโกศพระบรมอัฐิ ซึ่งที่มุมพระเบญจาจัดตั้งฉัตรทองทรงกระบอกลายสลักโปร่ง ๕ ชั้น เรียกว่า ฉัตรปักพระเบญจา หนึ่งสำรับ มี ๘ องค์ ตั้งแต่งมุมพระเบญจา ทั้ง ๔ มุม ในพระราชพิธีพระบรมศพฯ ทุกคนจะได้เห็นฉัตร เป็นเครื่องสูงประกอบพระอิสริยยศตามราชประเพณีโบราณ และจะมีพิธีอัญเชิญพระมหาเศวตฉัตรขึ้นประดิษฐานบนยอดพระเมรุมาศเมื่อทุกอย่างนั้นได้สร้างเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว

พระมหาเศวตฉัตรเหนือบัลลังก์

พระมหาเศวตฉัตรเหนือพระที่นั่งฯ

ฉัตรบนพระที่นั่งอัฐทิศ

ฉัตรเหนือโกศพระบรมอัฐิ (2)

ฉัตรเหนือพระโกศจันทน์บนจิตกาธาน


พระมหาเศวตฉัตรเหนือพระบรมโกศ-ร.๙