รพ.ราชวิถีชวนรักษ์สุขภาพดวงตาแม่ แนะวัย 40 อัพตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยทุก 2 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/285990

รพ.ราชวิถีชวนรักษ์สุขภาพดวงตาแม่ แนะวัย 40 อัพตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยทุก 2 ปี

รพ.ราชวิถีชวนรักษ์สุขภาพดวงตาแม่ แนะวัย 40 อัพตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยทุก 2 ปี

วันจันทร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

(ซ้าย) นพ.สุขุม ศิลปอาชา, นพ.บุญส่ง วนิชเวชารุ่งเรือง และนพ.ธีรวีร์ หงษ์หยก

“โรคตา” เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยใน “ผู้สูงวัย” ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักคิดว่าเกิดจากความเสื่อมตามวัยจึงละเลยและมองข้าม ครั้นเมื่อมาพบแพทย์ก็มีอาการรุนแรง ซึ่งอาจถึงขั้นสูญเสียดวงตาได้เพื่อกระตุ้นเตือนให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพดวงตาก่อนสายเกินแก้โรงพยาบาลราชวิถี จัดกิจกรรมรณรงค์ “โรงพยาบาลราชวิถีร่วม รักแม่…รักษ์สุขภาพ (ดวงตา) แม่” เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ภายในงานมีนิทรรศการ พร้อมบริการตรวจสุขภาพตา เช่น ตรวจวัดความดันตาเพื่อคัดกรองต้อหิน ถ่ายรูปดูจอประสาทตา เพื่อตรวจหาความเสี่ยงจอประสาทตาเสื่อม ต้อหิน เบาหวานขึ้นจอตา และการเสวนาเคล็ดลับการดูแลและถนอมดวงตา โดยนายแพทย์ธีรวีร์ หงษ์หยก นายแพทย์บุญส่งวนิชเวชารุ่งเรือง และนายแพทย์สุขุม ศิลปอาชาโดยมี แพทย์หญิงสุดสวาท เลาหวินิจ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี เป็นประธานกล่าวเปิดงานนอกจากนี้ ยังมีเซเลบริตี้ หญิงแม้น-ม.ร.ว.แม้นนฤมาสยุคล และ จินนี่-เขริกา โชติวิจิตร ร่วมรณรงค์ พร้อม ณ OPD ชั้น 10 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลราชวิถี

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี  ให้ข้อมูลว่า โรคตาในผู้สูงอายุเป็นปัญหาที่ทุกคนควรตระหนัก เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยในปี 2568 คาดว่าจำนวนผู้สูงอายุจะมีประมาณ 14.4 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด และพบว่าส่วนใหญ่ผู้สูงวัยเหล่านี้มักมีปัญหาสายตาเลือนราง มองเห็นไม่ชัดเจน หรืออาจตาบอดถ้าไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่แรก ได้แก่ ต้อกระจกซึ่งผู้ที่เป็นต้อกระจกส่วนใหญ่ยังไม่เข้าถึงการรักษา รองลงมาคือ เบาหวานขึ้นจอตา ต้อหิน และโรคจอตาอื่นๆ ทั้งนี้ กว่า 90% ของโรคทางตาเป็นสาเหตุที่ป้องกันได้ หรือรักษาให้ดีขึ้นได้ หากได้รับการตรวจแต่เนิ่นๆ โดยผู้ที่อยู่วัย 40 ปีขึ้นไป แม้ไม่มีโรคก็ควรได้รับตรวจตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ทุก 2 ปี และผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไป ควรตรวจตาปีละ 1 ครั้ง รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไทรอยด์ จำเป็นต้องทำการรักษาแบบควบคู่กันไป และตรวจตาตามแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด

“ในแต่ละปีศูนย์จักษุ โรงพยาบาลราชวิถีได้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้ป่วยที่ประสบปัญหาสุขภาพทางตามากกว่า 100,000 ราย ซึ่งศูนย์จักษุแพทย์ โรงพยาบาลราชวิถี เป็นสถาบันฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดของกระทรวงสาธารณสุข เปิดดำเนินการมานานกว่า 35 ปี อบรมสร้างจักษุแพทย์ไปช่วยดูแลสุขภาพตาประชาชนทั่วประเทศ และยังเป็นศูนย์รักษาโรคตาที่ทันสมัย โดยมีอาจารย์แพทย์ที่เชี่ยวชาญทางจักษุวิทยาครบทุกสาขา เป็นศูนย์ความเป็นเลิศ (Excellent center) ทางจอประสาทตา และเป็นศูนย์รับ-ส่งต่อสำหรับโรคตาที่มีความยากซับซ้อน ของกระทรวงสาธารณสุขมีอุปกรณ์ทันสมัยครบครัน ทั้งการตรวจ และการผ่าตัดรักษา อาทิ ผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาทุกชั้น หรือเฉพาะชั้น ต้อเนื้อ ผ่าตัดสลายต้อกระจกแผลเล็กด้วย อัลตร้าซาวนด์ (Ultrasound) รักษาต้อหินแบบธรรมดา หรือวางท่อระบายลดความดันตา ผ่าเปลือกตา ผ่าตัดเนื้องอกในเบ้าตา หรือโรคตาจากไทรอยด์ สามารถทำการผ่าตัดที่ยากจำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญทางจักษุวิทยาขั้นสูงได้เกือบทุกอย่าง เช่น การผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาเฉพาะส่วน ซึ่งทำได้เป็นที่แรกๆ ของประเทศ”

นายแพทย์ธีรวีร์ หงษ์หยก จักษุแพทย์โรงพยาบาลราชวิถี เผยว่า ปัญหาโรคทางตาที่น่าวิตกของผู้สูงอายุ คือส่วนใหญ่มักคิดว่าเกิดจากความเสื่อมถอยของร่างกายตามวัย และไม่คิดว่าเป็นโรคร้ายที่ต้องระวัง หรือต้องรีบมาพบแพทย์ ทำให้ส่วนใหญ่เมื่อมาพบแพทย์ก็มักมีอาการที่รุนแรง และยากต่อการรักษา ซึ่งบางรายอาจต้องสูญเสียดวงตา หรือสูญเสียการมองเห็นแบบถาวรไปในที่สุด โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคตาคือ อายุที่มากขึ้นตาถูกแสงแดดจัด ขาดวิตามินเอ กรรมพันธุ์ มีโรคเรื้อรังต่างๆ โดยเฉพาะเบาหวาน และบุหรี่ ทั้งนี้ เมื่อเป็นโรคตา โอกาสสูญเสียการมองเห็นขึ้นอยู่กับสาเหตุและการพบแพทย์หรือจักษุแพทย์ได้ทันการหรือไม่ ซึ่งอาจเกิดเพียงชั่วคราว หรือถาวรตลอดไป อาจเป็นการสูญเสียการมองเห็นชนิดพอมองเห็นบ้าง หรือในลักษณะตาบอดถาวรก็ได้ ดังนั้นหากสังเกตเห็นความผิดปกติ เช่น มองเห็นภาพไม่ชัด เป็นหมอกเบลอๆ มองเห็นเป็นจุดดำๆ หรือมองเห็นภาพบิดเบี้ยว หรือการมองเห็นแคบลง หรือมีอาการปวด เคือง แดง ควรรีบพบจักษุแพทย์

นอกจากนี้ ควรหมั่นสังเกตการมองเห็นของตัวเองทีละข้าง ควรหลับตา หรือปิดตาดูทีละข้าง เพื่อดูว่าตาแต่ละข้างมองเห็นผิดปกติหรือไม่ เช่น มัวเป็นส่วนๆ (ตรงกลาง หรือด้านข้าง) หรือหมอกฝ้าไปทั่ว อ่านหนังสือไม่ชัดทั้งที่ใส่แว่นตาเหมาะสมแล้ว ภาพบิดเบี้ยว มีจุดดำๆลอยไป-มา หรือแสงแว่บเหมือนฟ้าแลบ ภาพซ้อน เป็นต้น หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบไปตรวจรักษา อย่างไรก็ตาม แม้จะไม่มีอาการหรือเป็นโรค ก็ควรตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์เป็นระยะ โดยเฉพาะผู้ที่อายุเกิน 40 ปี ควรจะตรวจตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ทุก 2 ปี เพราะโรคตาหลายๆ อย่าง เช่น ต้อหิน ระยะแรกจะไม่มีอาการอะไรเลยถ้าไม่ตรวจก็ไม่ทราบ ถ้าถึงระยะที่มีอาการก็มักจะเป็นระยะหลังที่เส้นประสาทเสียไปมาก เอากลับคืนมาไม่ได้ ส่วนผู้ที่เป็นเบาหวาน ต้องควบคุมโรคประจำตัวให้ดี โดยเฉพาะเบาหวาน ควรตรวจขยายม่านตาดูจอประสาทตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อเฝ้าระวังและดูแลรักษาภาวะแทรกซ้อน

นอกจากนี้ 2 เซเลบริตี้สาวคนดัง ยังร่วมเชิญชวน“โรงพยาบาลราชวิถีร่วม รักแม่…รักษ์สุขภาพ (ดวงตา) แม่”โดย หญิงแม้น-ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล บอกว่า เมื่อก่อนเป็นคนที่สายตาดีมาก อ่านการ์ตูน หรือหนังสือต่างๆ ก็เป็นปกติดี แต่พอหลังๆ ติดโซเชียลหนักมาก เล่นมือถือเยอะ ทำให้ตาเริ่มมัวๆ เบลอๆ ทั้งที่อายุยังไม่ถึง 30 ปี สายตาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว เลยไปตรวจก็พบว่าสายตาสั้นและเอียงด้วย ส่วนหนึ่งเพราะเรามีพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคตาและที่ไม่ค่อยดูแลดวงตาตัวเอง หากในอนาคตถ้าในวันหนึ่งเราเป็นโรคตา ไม่ว่าจะเป็นต้อกระจก ต้อหิน หรือตาบอด มันจะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ยิ่งกว่าสายตาสั้นอีกต้องพยายามรักษาสุขภาพดวงตาให้ดีที่สุด รวมไปถึงคนรอบข้างของเราด้วย ทั้งท่านแม่ ท่านพ่อ รวมไปถึงผู้สูงวัยในบ้านเรา ฉะนั้น อย่ามองข้ามเรื่องสุขภาพดวงตาคุณแม่หรือคุณพ่อ พาท่านไปตรวจสุขภาพตาบ่อยๆ เพื่อให้ท่านมีดวงตาที่สดใส มองเห็นได้ชัดเจนไปนานๆ ใช้เวลาแค่ปีละ 1 ชั่วโมง พาท่านไปตรวจคัดกรอง ตรวจ 10 นาทีก็เสร็จ ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย”

จินนี่-เขริกา โชติวิจิตร บอกว่า “ปกติจินนี่เองก็สายตาสั้น และต้องใส่คอนเทคเลนส์ หรือแว่นตาเพื่อจะได้มองเห็นให้ชัดเจนขึ้น ต้องดูแลดวงตาเป็นพิเศษโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสะอาด เพราะไม่อยากให้ตาติดเชื้อหรืออักเสบ จากที่มองไม่ค่อยเห็นอยู่แล้ว ถ้าไม่ดูแลสุขภาพดวงตาก็อาจจะยิ่งมองไม่เห็นอีกเลยในอนาคต แล้วคิดดูว่าผู้ใหญ่ อย่างคุณแม่ คุณพ่อคุณย่า คุณยายทั้งหลายที่อายุมากแล้ว จะมีปัญหาสายตามากขนาดไหน เราก็ต้องสนใจและพาท่านมาตรวจคัดกรองสายตาทุกปีด้วย ถ้ามีปัญหาอะไรจะได้ดูแลและรักษาได้อย่างทันท่วงที ท่านจะได้มีสายตาที่สามารถมองได้ชัดเจนไม่พล่า เบลอ หรือมัว พวกเราลูกหลาน ต้องช่วยดูแลท่านให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขค่ะ”

Leave a comment