รวมพลังโรงเรียนสร้างเด็กไทยเป็น Active Citizen มุ่งหลักคิดประชาธิปไตย ใส่จิตวิญญาณรับผิดชอบ ไม่หวั่นเทคโนโลยีล้ำยุค

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/286865

รวมพลังโรงเรียนสร้างเด็กไทยเป็น Active Citizen มุ่งหลักคิดประชาธิปไตย ใส่จิตวิญญาณรับผิดชอบ ไม่หวั่นเทคโนโลยีล้ำยุค

รวมพลังโรงเรียนสร้างเด็กไทยเป็น Active Citizen มุ่งหลักคิดประชาธิปไตย ใส่จิตวิญญาณรับผิดชอบ ไม่หวั่นเทคโนโลยีล้ำยุค

วันเสาร์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พอกันทีกับการสร้างเด็กให้เป็นอัจฉริยะแต่ไม่สามารถอยู่รอดและรับผิดชอบต่อสังคมได้ เพราะโลกกำลังหมุนไปกับการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้แข็งแกร่ง โดยมุ่งส่งเสริมให้เด็กเป็น “Active Citizen คนเก่ง คนดี รับผิดชอบต่อตนเอง ต่อสังคม” ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ประเทศมหาอำนาจทางการศึกษาทั่วโลกต่างให้ความสำคัญและเรียนรู้ที่จะนำมาปรับใช้ และตอนนี้ในเมืองไทย ใครๆ ก็เริ่มขวนขวายและทำความเข้าใจ Active Citizen ให้มากขึ้นลึกซึ้งขึ้น และทำให้เกิดเป็นรูปธรรมขึ้นสำหรับประเทศไทย หลายภาคส่วนเริ่มหลงเสน่ห์กระบวนการเพาะพันธุ์ดีเอ็นเอคนรุ่นใหม่ให้เป็น Active Citizen

โดยเฉพาะ นานมีบุ๊คส์ องค์กรเอกชนที่มีอุดมการณ์แรงกล้า หวังสรรค์สร้างให้สังคมตระหนักถึงผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมของการ
ผลิตเด็กไทยให้เป็น “พลเมืองทรงพลัง” และพร้อมสนับสนุนแนวทางนี้อย่างชัดเจน ถือโอกาสดีครบรอบ 25 ปี จัดงานสัมมนาพิเศษ โดยนำทัพหลักคิดสำคัญระดับโลก อย่างโรงเรียนประชาธิปไตยแห่งแรกของอิสราเอลที่สามารถเพิ่มมูลค่าชีวิตในรั้วโรงเรียนให้เป็นของขวัญล้ำค่า รวมทั้งผู้บริหารจากเคลตต์กรุ๊ป เยอรมนี ที่สนุกกับการถ่ายทอดกรณีศึกษาทรงคุณค่า โดยแนวคิดนี้สามารถเปลี่ยนชีวิตเด็กหลายๆ คน ให้รู้จักนิยามของความรับผิดชอบอย่างถึงแก่น และแน่นอนว่าเราไม่อาจหลีกหนีความก้าวล้ำของโลกไปได้ จึงหวังให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน Education Technology มาเผยเคล็ดลับที่จะทำให้ Active Citizen มีความสมบูรณ์รอบด้าน

คิม จงสถิตย์วัฒนา กก.ผจก.บจ.นานมีบุ๊คส์

คิม จงสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการบริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด องค์กรส่งเสริมการอ่าน และการเรียนรู้ที่ดำเนินธุรกิจด้วยความเชื่อมั่นมายาวนานถึง 25 ปี ผู้สร้างสรรค์เวทีรวมพลบุคลากรครูและผู้บริหารโรงเรียนไทยเข้าสู่งานสัมมนา “บทบาทของโรงเรียนในการจัดการเรียนรู้ที่มีความหมาย ได้ผลจริง เพื่อสร้าง Active Citizen คนเก่ง คนดีรับผิดชอบต่อสังคม” กล่าวถึงเหตุผลที่การสร้าง Active Citizen จำเป็นต้องเริ่มปลูกฝังภายในรั้วโรงเรียน ยกตัวอย่างประสบการณ์ในวัยเรียนที่หล่อหลอมให้ผู้บริหารสาวคนนี้ประสบความสำเร็จและตระหนักในคุณค่าของชีวิต “สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัด นอกเหนือจากการเป็นคนชอบตั้งคำถาม และได้รับโอกาสให้ได้ศึกษาในสิ่งที่ตัวเองสนใจแล้ว การปลูกฝังทัศนคติการช่วยสังคมของคิมเองก็เกิดขึ้นจากประสบการณ์ในโรงเรียนเป็นส่วนใหญ่ โรงเรียนเป็นหน่วยงานที่มีความหมายกับชีวิต สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตเราให้เป็นคนมีพลัง มีสิทธิที่จะค้นพบตัวเอง คิดสิ่งที่ได้เรียนรู้ เปิดโอกาสให้ลงมือทำ ได้รับผิดชอบและสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับตัวเอง ซึ่งนี่เองก็เป็นหลักคิดและทิศทางของการจะเป็น Active Citizen ด้วยเช่นกัน ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะสรรค์สร้างแนวทางอันหลากหลายเพื่อจะกระตุกต่อมคิด ให้เด็กไทยไม่ใช่แค่เก่งและดี แต่ต้องสามารถรับผิดชอบตัวเองและสังคมได้”

วิทยากรทั้ง 3 Mr.Avshalom Kimissar, Dr.David Klett, Mr.Raymond Douse และ คิม จงสถิตย์วัฒนา

แนวทางแรกที่หลายคนเชื่อมั่นว่าจะเปลี่ยนพันธุกรรมเด็กไทยไปสู่พลเมืองทรงพลังได้ ก็คือ หลักคิดของโรงเรียนประชาธิปไตยแห่งแรกของอิสราเอล และอยู่ในเครือข่ายโรงเรียนประชาธิปไตยของโลก โดยมี Mr.Avshalom Komissar
ผู้อำนวยการโรงเรียน Hadera Democratic ประเทศอิสราเอล มาเผยถึงนิยามและแลกเปลี่ยนแนวทางสร้างสังคมไทยให้เข้าใจพื้นฐานการใช้ชีวิตด้วยความเคารพในสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สามารถอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ในสังคมที่หลากหลายและซับซ้อนนี้ได้ ผู้บริหารหนุ่ม กล่าวถึงแก่นของแนวคิดโรงเรียนประชาธิปไตย คือ ทุกๆ คนล้วนเป็นอัจฉริยะในแบบที่แตกต่างกัน ดังนั้นโรงเรียนต้องพยายามค้นหาอัจฉริยะในตัวเด็กคนนั้นๆ แล้วนำมันออกมาสนับสนุนและเรียนรู้ที่จะปรับใช้เฉพาะบุคคล โดยยึดค่านิยมเสมอภาพ ทุกคนเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง มีอิสรภาพที่จะเป็นในสิ่งที่อยากจะเป็น และมีภราดรภาพ สามารถรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำลงไปด้วย “ถามว่าทำไมเราควรสนใจโรงเรียนประชาธิปไตย เพราะสามารถสอนสมรรถนะหลักทั้ง 8 ช่วยพัฒนา Grit ให้มีความอุตสาหะและกระตือรือร้นต่อเป้าหมายระยะยาว และยังช่วยส่งเสริม Growth Mindset และก่อให้เกิดวัยเยาว์ที่มีความสุข ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้เด็กมีสุขภาพจิตที่ดีและบุคลิกภาพที่เข้มแข็ง เพื่อเข้าสู่สังคมและประสบความสำเร็จในโลกที่มีความท้าทายที่ต้องเผชิญได้” ผู้อำนวยการโรงเรียน Hadera Democratic กล่าวสรุป

จากซีกโลกฝั่งเอเชียข้ามมายังฝั่งยุโรปกันบ้าง อีกหนึ่งแนวทางที่ต้องนำมาปรับใช้ทันทีก็คือ การปลูกฝังความรับผิดชอบ
ในตัวเด็กเพื่อชีวิตที่มีความหมาย โดยมี Dr.David Klett ผู้บริหารของเคลตต์กรุ๊ป ประเทศเยอรมนี องค์กรที่ทำงานด้านการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเป็นผู้บอกเล่าทิศทางความน่าจะเป็นในประเทศไทย เผยว่าปัจจุบันโรงเรียนมักจะละเลยเรื่องการปลูกฝังความรับผิดชอบ และต้องเรียนรู้ที่จะรับมือกับความเสี่ยงที่จะล้มเหลวอีกด้วย ซึ่ง ดร.เดวิด ขยายความต่อว่า ยังมีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้ทุกวันนี้เราไม่ตระหนักเรื่องความรับผิดชอบอย่างถูกที่ถูกทาง ไม่ว่าจะเป็นวิวัฒนาการด้านการศึกษาที่แยกออกชัดเจนระหว่างธรรมชาติและการเรียนรู้ ซึ่งแท้จริงแล้วต้องเป็นเรื่องเดียวกัน หรือแม้กระทั่งข้อจำกัดมนุษยชาติ เด็กที่เกิดในประเทศสงคราม การถูกกดขี่ หรือมีอิสระทางความคิดมากจนเกินไปก็อาจเป็นตัวแปรให้คำว่ารับผิดชอบมีความผิดแผกเพี้ยนไป

“ยกตัวอย่างองค์กร Metazone ของสิงคโปร์ ที่ใช้กิจกรรมแล่นเรือใบเพื่อเรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบ ให้สิ่งแวดล้อมภายนอกเป็นตัวฝึกฝนเด็กให้เป็นผู้ใหญ่ ทำให้เด็กที่คิดว่าตัวเองเรียนไม่ได้กลับมาเรียนได้ดี เข้าสังคมใหม่และสังคมโดยรอบได้ แม้กระทั่งเปิดโอกาสให้เด็กปกติเรียนร่วมกับเด็กพิการ ช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะอดทนในสิ่งที่เขาคิดว่าไม่สำคัญหรืออดทนต่อขีดจำกัดของอีกฝ่ายหนึ่งได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในโลกใบนี้”

ปิดท้ายด้วยการนำ Education Technology มาปรับใช้กับการเรียนรู้ โดยมี Mr.Ray Douse จากวิซซ์เอดูเคชัน องค์กรที่สร้างระบบจัดการเรียนรู้ออนไลน์เพื่อพัฒนาศักยภาพเป็นรายบุคคล จากประเทศอังกฤษ มาแลกเปลี่ยนและปรับทัศนคติโรงเรียนหลายแห่งที่อาจยังนำเทคโนโลยีเข้าไปในโรงเรียนแบบผิดๆ ถูกๆ โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญมากในการสร้างระบบวิธีคิดให้กับคน และจำเป็นต่อระบบเศรษฐกิจปัจจุบันที่ต้องพึ่งพาข้อมูล ที่พร้อมจะทำให้คนที่มีทักษะแบบ STEM ได้เปรียบและมีรายได้มากกว่า เรย์ เดาซ์ กล่าวถึงหลักการนำเทคโนโลยีการศึกษาไปใช้จำเป็นต้องทำเป็นรายบุคคล มีการออกแบบโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางการศึกษาเพื่อให้มั่นใจว่าแต่ละบทเรียนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ได้จริง มีการปรับเปลี่ยนบทเรียนเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้เรียนได้ระดับความยากง่ายที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงความติดขัดในการทำแบบฝึกหัด มีเนื้อหาแบบแอนิเมชั่นและสื่อดิจิทัล เพื่อฉีกกรอบการเรียนรู้แบบเดิม มีการประเมินผลและทดสอบที่รวดเร็ว และเลือกใช้ได้หลายภาษา

ทั้งสามแนวทางจาก 3 ประเทศผู้นำด้านการศึกษา ช่วยเปิดสมองและกระตุกต่อมคิดให้กับพลพรรคด้านการศึกษาของไทยได้อย่างมาก หลายคนได้เรียนรู้หลักคิดและมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างใกล้ชิดกับทั้งสามกูรูด้านการเรียนรู้ ทำให้รู้สึกมีพลังและเชื่อมั่นว่าสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับระบบการศึกษาไทยได้ ถึงแม้จะเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ของสังคม แต่จะเป็นกลุ่มที่ริเริ่มทำในสิ่งที่ดีกว่า เพื่อสังคมที่ไม่ได้ต้องการแค่คนเก่ง คนดีอย่างเดียว แต่ต้องการคนที่รับผิดชอบตัวเองได้ และมีจิตสำนึกที่จะรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

Leave a comment