ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/285840

หนังสือเด่น : ทุนนิยมในศตวรรษที่ 21 ชนวนที่อาจจะกระทบกับระบบการปกครองในอนาคต(อันใกล้นี้)
“ศ.ดร.โทมัส พิเก็ตตี” ได้ชื่อว่าเป็นนักเศรษฐศาสตร์อายุน้อยยอดเยี่ยมแห่งฝรั่งเศส จบปริญญาเอกด้านคณิตศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ เมื่ออายุเพียง 22 ปี และเคยเป็นอาจารย์สอนเศรษฐศาสตร์ที่ MIT ที่อเมริกา แล้วกลับไปเป็นนักวิจัยที่บ้านเกิดในฝรั่งเศส หลังจากที่เขาทำงานวิจัยเกี่ยวกับงานด้านเศรษฐศาสตร์อยู่เกือบยี่สิบปี มีคำพูดที่น่าคิดประโยคหนึ่งที่เขาบอกว่า “ยิ่งสอนไป ยิ่งทำงานวิจัยไป ยิ่งรู้สึกว่าตัวเอง เท้าไม่ติดดินมากขึ้นเรื่อยๆ อยู่แต่ในโลกของทฤษฎีและสูตร ซึ่งพอคิดให้ลึกๆ แล้วก็ใช้ไม่ได้จริงและไม่สัมพันธ์กับโลกที่เราทุกคนอยู่กันจริงๆ ดังนั้นจึงไม่น่าจะเป็นประโยชน์จริงๆ”
ที่เขาพูดข้อความนี้ขึ้นมา เนื่องจากผลจากการที่เขาและทีมงานร่วมออกทำงานวิจัย เรื่อง ทุนนิยมตะวันตกที่หลายประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจใหญ่ดำเนินการกันอยู่ อาทิ อเมริกา แคนาดา อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และอิตาลี โดยเขาได้ใช้เวลาสะสมและเก็บข้อมูลจริง มานานนับเป็นเวลาถึง 15 ปี จึงได้พบว่า ระบบทุนนิยมตะวันตก ในเวลานี้กลายเป็น กลุ่มคนเพียงกระจุกเดียวที่มีอำนาจ ซึ่งทำให้เกิดช่องว่าระหว่างคนจนและคนรวยกว้างห่างออกจากกันมากขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงกระทบไปถึงบริษทอื่นอันจะทำให้เกิดความจัดแย้งกันมากขึ้น ไมว่าจะเป็นคนจน คนรวย คนเมือง คนชนบท คนใช้แรงงาน นายจ้าง ซึ่งความห่างกันของฐานะชนชั้น โดยเอาระบบทุนนิยมมาเป็นตัวนำ แน่นอนว่า วันหนึ่งในอนาคต ความขัดแย้ง จะรุนแรงมากขึ้น ซึ่งไม่มีใครกล้ารับรองได้ว่า เมื่อถึงวันอิ่มตัวของความขัดแย้ง วันนั้นอะไรจะเกิดขึ้นกับ ระดับชนชั้น และอะไรจะเกิดขึ้นกับระบบการปกครอง ที่ยึดถือความเป็นประชาธิปไตยเป็นบรรทัดฐาน
หนังสือชื่อ “ทุนนิยมในศตวรรษที่ 21” จากงานเขียนของ “โทมัส พิเก็ตตี” ในชื่อเดิมว่า CAPITAL IN THE TWENTY-FIRST CENTURY” โดยการแปลของ “นรินทร์ องค์อินทรี” มีความหนา 735 หน้า ราคาขาย 900 บาท คือเรื่องราวที่จะทำให้ทุกคนได้มองเห็นถึง ผลดีและผลร้าย ของระบบทุนนิยมตะวันตก ซึ่งกำลังระบาดอยู่ทั่วโลกในเวลานี้ โดยไม่มีรัฐบาลประเทศใด มองถึงผลร้ายที่จะเกิดขึ้น และไม่มีรัฐบาลประเทศใดที่จะหาทาง ขยับช่องว่างระหว่างความเหลื่อมล้ำของคนรวยกับคนจนให้แคบเข้า เลยยิ่งเพิ่มความน่าเป็นห่วงให้เกิดมากขึ้นยิ่ง อนาคตอันใกล้ คนรวยจะมีเพียงกลุ่มเดียวที่ผูกขาดตกทอดเป็นมรดกต่อๆ ถึงลูกหลาน โดยคนจนไม่มีสิทธิ์ที่จะก้าวเข้าไปถึงคนกลุ่มนั้นได้เลย เพราะความห่างกันของช่องว่างนั่นเอง
หนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่หนังสือนิยาย หรือหนังสืออ่านเล่นเพื่อสร้างความตื่นเต้น สนุกสนาน น่ากลัว ที่ชวนให้ติดตาม แต่สำหรับคนที่อ่านและเข้าใจกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย(และทั่วโลก)ในเวลานี้ คุณจะพบว่า เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้มันน่าสะพรึงกลัว น่าตื่นเต้น และหวาดเสียวกว่าหนังสือนิยายนับหมื่นนับแสนเท่าทีเดียวครับ

‘หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์เล่ม 8’
ความยากลำบากเมื่อลูกถูกนำไปเป็นตัวประกัน
“หมี่เยวี่ย จอมนางพลิกบัลลังก์เล่ม 8” ผลงานของ “เจี่ยงเซิ่งหนาน” แปลเป็นไทยโดย “ดารินทร์ทิพย์” จำหน่ายเล่มละ 275 บาท ดำเนินมาถึงเล่มที่ 8 แล้ว ในเล่มนี้ เป็นตอนที่ ลูกของ หมี่เยเวี่ย ถูกกีดกันให้ออกห่างจากราชบัลลังก์ด้วยความอิจฉา และเกรงกลัวของนางสนมบางคนว่าเธอกับทายาทจะสร้างความเป็นใหญ่ในแผ่นดิน จึงได้นำลูกของเธอไปเป็นตัวประกันยังรัฐเยียน โดยหวังว่า ด้วยความยากลำบากในการเดินทางอันแสนไกลที่ต้องผ่านดินแดนอันมีอากาศที่หนาวเหน็บและกันดาน อาจจะทำชีวิตต้องจบสิ้นลงกลางทาง แล้วแผนการนี้จะเป็นไปตามคาดหรือไม่

ทำไมคนหัวดีจึงเข้ากับคนอื่นๆไม่ได้
บทวิเคราะห์เพื่อสร้างความสมดุลให้ชีวิต
“ยิ่งเรียนสูง เรียนเก่ง ยิ่งต้องเร่งปรับตัว” เขียนโดย “KATO TOSHINORI” แปลเป็นไทยโดย “อังคณา รัตนจันทร์” จำหน่าย
เล่มละ 195 บาท เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาวิเคราะห์ให้คนอ่านได้รู้ถึงสาเหตุว่า ทำไมคนหัวดีจึงใช้ชีวิตไม่เก่ง เข้ากับคนอื่นไม่ได้ ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้จะเป็นการแนะนำเพื่อให้คนหัวดีรู้จักการพัฒนาสมองในส่วนที่มีความบกพร่องทางสังคมให้สมดุลเพื่อเสริมสร้างสิ่งที่ขาดหายไปให้เต็มทุกส่วน ข้อมูลในการวิเคราะห์ในหนังสือเล่มนี้ไม่เคยถูกเปิดเผยที่ไหนมาก่อน เหมาะทั้งตัวเอง หรือผู้ปกครองที่มีลูกหลานหัวดี แต่ขาดการเข้าสังคมที่ราบรื่น

จอมนางเคียงหทัยดวงใจจักรพรรดิ
นิยายจีนสัญชาติไทยกับงานเขียนร่วมสมัย
“จอมนางเคียงหทัยดวงใจจักรพรรดิ” เขียนโดย นักเขียนสัญชาติไทย “ธารธารา” ที่เธอบอกว่า สนใจงานเขียนนิยายประเภทจีนกำลังภายในมานาน จึงอยากจะนำเสนอเรื่องราวของจีนยุคโบราณมาเขียนบ้างโดยใช้สำนวนการเขียนที่ทำให้ผู้อ่าน อ่านแล้วเข้าใจง่ายด้วยภาษาและสำนวนแบบใหม่ร่วมสมัย ไม่สับสนวุ่นวาย โดยเนื้อหากล่าวถึง หญิงงามนางหนึ่งที่ถูกส่งตัวให้เข้าไปเป็นสนมของฮ่องเต้ แต่ด้วยความไม่อยากจะไปแย่งชิงต่อสู้กับความอิจฉาแก่งแย่งกันของบรรดาสนมต่างๆ ที่ต้องการเป็น อันดับหนึ่งกับองค์ฮ่องเต้ เธอจึงทำหน้าตาของเธอให้ไม่สดสวย จนฮ่องเต้ไปโปรด แต่แล้ววันหนึ่งฮ่องเต้ก็อดสงสัยไม่ได้ถึงเบื้องหลังของเธอจึงเฝ้าจับตามอง เรื่องราวจึงดำเนินไปอย่างเฝ้าจับผิดและพิสูจน์ความจริง ความยาวสองเล่มจบออกวางตลาดแล้ว จำน่ายเล่มละ 280 บาท

เผยความน่ารักของลูกรับวันแม่
หลากหลายบรรดาลูกดารานักแสดง
นิตยสารสุดสัปดาห์ฉบับ 1 ส.ค.2560 จัดเต็มความน่ารักและอบอุ่นรับวันแม่ ชวน แม่โบว์-แวนด้า สหวงษ์ และ น้องมะลิ-พาขวัญ สหวงษ์ ขึ้นปกโชว์ความน่ารักฉบับแม่ลูกปนความแสนซนของลูก พร้อมจัดเต็มเรื่องเล่าน่ารักๆ กว่าจะมีมะลิน้อย และความรักของพ่อปอและแม่โบว์ที่ต้องอมยิ้มในความน่ารักไปด้วยกัน นอกจากนี้ ยังมีหลากเรื่องราวของเหล่าบรรดาคุณแม่คนดังที่มาถ่ายทอดมุมมองของความเป็นคุณแม่ ไม่ว่าจะเป็น คุณแม่กระแต-ศุภักษร กับน้องเจ้าขา, คุณแม่ต่าย-ชุติมา กับน้องพิพิม, คุณแม่เบนซ์-พรชิตา กับน้องปริม และ คุณแม่เอลซี่ กับน้องบีลีฟ และยังมีอีกบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจจาก แตงโม-นิดา พัชรวีระพงษ์ เมื่อสวมบทบาทใหม่ในฐานะแม่บุญธรรมน้องอีสเตอร์ ที่ทำให้เราได้รู้ว่าความคิดและชีวิตของเธอคนนี้เปลี่ยนไปอย่างไร