ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/285492

เคล็ดลับเลี้ยงลูกอย่างมีความสุขที่สุด แพทย์แนะเป็นตัวเองทั้งคุณแม่คุณลูก
ศ.พญ.อุมาพร ตรังคสมบัติ, พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์, สุทิพา ปัญญามหาทรัพย์, ทพญ.จีรภา ประพาศพงษ์ และ น.พ.ถิรชัย ตันสันติวงศ์
หลังจัดทำผลสำรวจในกลุ่มคุณแม่รุ่นใหม่ และพบว่า 94% ของคุณแม่คนไทยรู้สึกไม่มั่นใจในสัญชาตญาณการเลี้ยงลูกของตนเอง ส่วนอีก 83%มีความเครียดและวิตกกังวลเรื่องการเลี้ยงลูกเบบี้มายด์อัลตร้ามายด์ กลุ่มผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติเพื่อทารกตั้งแต่แรกเกิด นำโดย นางสาวสุทิพา ปัญญามหาทรัพย์ Chief Marketing Officer บริษัทโอสถสภาจำกัด จัดงานเสวนา “ผิดหรือถูกเลี้ยงลูกแบบไหน เสริมพัฒนาการลูกดีที่สุด?” ตามพันธกิจของแบรนด์เบบี้มายด์ในการสร้างกำลังใจและความเชื่อมั่นให้กับคุณแม่มือใหม่ ในการเลือกสรรวิธีการเลี้ยงลูกตามสัญชาตญาณของความเป็นแม่ ที่รู้ดีที่สุดว่าสไตล์การดูแลแบบใดที่เหมาะกับธรรมชาติของลูกตน
ในงานได้เชิญ 4 สุดยอดคุณหมอมาร่วมไขทุกข้อสงสัยในการเลี้ยงลูกแต่ละสไตล์ ภายในงานมีเซเลบริตี้ เหล่าบล็อกเกอร์แม่และเด็ก อาทิ เจนนิส โสภณพนิช ยังพิชิต, วาริธร กันท์ไพบูลย์, พิมพ์ภัทร ยมนาค,ชาลียา พสวงศ์, พรพิมล ธรรมวัฒนะ,ทพญ.พิชชุดา ทัพพะทัต ฯลฯ ที่จูงลูกน้อยมาร่วมรับฟังและแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยความเข้าใจในธรรมชาติของลูก

จนนิส โสภณพนิช ยังพิชิต มากับน้องจาณีนและน้องเจส
เริ่มที่ ศ.แพทย์หญิงอุมาพรตรังคสมบัติ จิตแพทย์และผู้ก่อตั้งเพจปั้นใหม่ กล่าวว่า “การเลี้ยงลูกให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีนั้น ได้มีการนำแนวคิด positive youth development หรือการพัฒนาเชิงบวก ซึ่งเป็นผลงานของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมีชื่อหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา มาผสมผสานกับความรู้ด้านจิตวิทยาพัฒนาการและจิตเวชศาสตร์เกี่ยวกับการป้องกันปัญหาสุขภาพจิต รวมทั้ง positive psychology มาเป็นแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างรากแก้วของชีวิต ที่ต้องสร้างให้เกิดขึ้นในตัวของลูก ได้แก่ ตัวตนที่แข็งแกร่ง วินัยและความสามารถที่จะบังคับตน อุปนิสัยและค่านิยมบวกทักษะชีวิต ความรักที่จะเรียนรู้ สร้างความสุขในตนเองได้ ทั้งนี้ เครื่องมือสร้างรากแก้วที่สำคัญที่สุดก็คือ ชีวิตที่ดีของพ่อแม่ที่ต้องสามารถจัดการกับความเครียดในตนเองและดูแลชีวิตคู่ให้ดี ทำให้ชีวิตครอบครัวมีความสงบสุข รวมทั้งมีเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก ทั้งการสื่อสารที่ดีการสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงบวก การจัดการกับอารมณ์ของลูกอย่างเหมาะสม การสร้างวินัยในชีวิตประจำวันการรับมือกับพฤติกรรมของลูกอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างความนับถือตนเอง แต่ทั้งหมดนี้พ่อแม่ก็ต้องไปปรับใช้ให้เหมาะกับแต่ละคน เพราะต้นไม้แต่ละต้นนั้นแตกต่างกัน”
ด้าน แพทย์หญิงเสาวภา พรจินดารักษ์ผู้เชี่ยวชาญกุมารเวช ด้านพัฒนาการและพฤติกรรม และแอดมินเลี้ยงลูกเชิงบวก เน้นย้ำว่า “พ่อแม่ต้องมีสัมพันธภาพที่ดีกับลูกเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่ง เพราะเมื่อใดก็ตามที่ลูกรู้สึกเชื่อมโยงและมั่นใจในตัวพ่อแม่ ลูกก็จะรู้สึกมั่นใจในตัวเขาเองได้ การเลี้ยงลูกเชิงบวกจึงเข้ามาช่วยตอบโจทย์ เพราะเป็นการเลี้ยงดูที่เน้นการสื่อสาร เพื่อให้เกิดความเข้าใจไม่เน้นลงโทษ ไม่ใช้อารมณ์ เน้นการฝึกให้ลูกคิดวิเคราะห์ และร่วมตัดสินใจ แม้ผลสุดท้ายลูกตัดสินใจผิดพลาด ก็ต้องเรียนรู้ผลของการกระทำตนเอง โดยพ่อแม่ไม่ซ้ำเติม แต่พ่อแม่จะช่วยเสริมพลังใจให้ลูกคิดเปลี่ยนแปลงตนเองใหม่ ในครั้งหน้าเมื่อเราใช้วินัยเชิงบวก ลูกจะค่อยๆ คิดเป็น รับผิดชอบเป็น ไม่ต้องรอคำสั่งหรือคำบ่น ทำให้เวลาในแต่ละวันจึงไม่ต้องหมดไปกับการดุหรือจ้ำจี้จำไช แล้วเราจะเหลือเวลานั่งลงทำกิจกรรมกับลูก พูดคุยกับลูก ธรรมชาติหรือความถนัดที่เป็นตัวของเขาเอง ก็จะปรากฏออกมาให้เราเห็นง่ายขึ้น รวมทั้งเรายังรู้สึกผ่อนคลายมากพอที่จะปล่อยให้ลูกเป็นอะไรก็ได้ในรูปแบบของเขา ได้มองเห็นศักยภาพที่ซ่อนอยู่มากมายเมื่อใดก็ตามที่ลูกรู้รับผิดชอบและได้เปิดเผยความถนัดตามธรรมชาติของตนเองออกมา เมื่อนั้นลูกก็จะสามารถต่อยอดสิ่งที่เขาเป็น ไปจนถึงฝั่งฝัน ไม่ท้อถอยหรือล้มเลิกกลางทางง่ายๆ ค่ะ”

พรพิมล ธรรมวัฒนะ และน้องเชอลีนน์ ลูกสาววัยน่ารัก
ส่วน ทันตแพทย์หญิง จีรภาประพาศพงษ์ จากเพจหมอภา ผู้เขียนหนังสือ 30 หลักคิด ติดปีกลูก กล่าวว่า “วิธีการเลี้ยงลูกที่จะช่วยเสริมพัฒนาการของลูกได้ดีที่สุด คือวิธีการเลี้ยงลูกตามธรรมชาติของเด็กแต่ละคน เข้าใจธรรมชาติของเด็กแต่ละวัย และรู้ธรรมชาติความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เมื่อลูกได้รับการเติมเต็มในส่วนนี้ จะพัฒนาความรู้สึกดีที่มีต่อตนเอง หน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ คือ เปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้รอบด้าน ให้ลูกได้ใช้เวลาค้นหาว่าตัวเองชอบอะไร โดยไม่ตีกรอบ พัฒนาสุขภาพกายและสุขภาพใจควบคู่กันไป นอกเหนือจากนั้นคือ เน้นส่งเสริมทักษะที่จำเป็น เช่น ทักษะชีวิต ทักษะเอาตัวรอด การเป็นเจ้านายเทคโนโลยี ทักษะของคนสำเร็จ ระหว่างทางเดินต้องเต็มไปด้วยความรักแบบปราศจากเงื่อนไขและมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันตลอดเส้นทาง จะเลี้ยงลูกให้สำเร็จได้คุณพ่อคุณแม่ต้องมีความสุขก่อน เมื่อมีความสุขการเลี้ยงลูกของเราจะดี เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกได้ที่สำคัญ ลูกจะมีความสุขไปด้วยพ่อแม่ที่ประสบความสำเร็จ เลี้ยงลูกให้มีความเคารพนับถือตนเอง ภาคภูมิใจในตนเอง มองภาพตัวเองในทางที่ดี มีความเชื่อมั่นในตนเอง พร้อมกับช่วยลูกให้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นที่ต้องใช้ในชีวิตของเขาเมื่อโตขึ้นค่ะ”
ปิดท้ายด้วย นายแพทย์ถิรชัยตันสันติวงศ์ กุมารแพทย์ระบบประสาท กล่าวว่า “การเลี้ยงลูกไม่ได้มีวิธีที่ถูกต้องสำเร็จรูปเสมอไป ต้องสังเกตอุปนิสัยและจิตใจของเด็กเป็นสำคัญซึ่งแน่นอนว่าคุณพ่อคุณแม่ย่อมรู้จักลูกดีที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรให้ความสนใจนอกเหนือจากพัฒนาการด้านร่างกาย ก็คือพัฒนาการด้านสมองและระบบประสาทซึ่งเราสามารถกระตุ้นพัฒนาได้ตั้งแต่วัยทารก เรื่อยมาจนถึงวัย 1-2 ขวบ จากวัยเด็กเล็กจนถึงเด็กโต คุณพ่อคุณแม่ทุกคนอยากให้ลูกเก่งและฉลาดที่สุด นั่นคือ การที่เด็กมี IQ ที่ดี ซึ่งมีหลายปัจจัยเป็นตัวประกอบไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ อาหาร รวมถึงการกระตุ้นพัฒนาการเด็กตามวัย นอกจากนี้ เราควรให้ความสำคัญเรื่อง EQ เพิ่มขึ้น โดยเน้นไปในเรื่องการหัดแก้ปัญหาด้านอารมณ์ และทัศนคติของเด็กในด้านต่างๆ ในมุมมองของผม พ่อแม่ที่ประสบความสำเร็จ คือพ่อแม่ที่เลี้ยงลูกแล้วลูกรู้จักที่จะมีความคิดสร้างสรรค์ และมีสุขภาพกายและใจที่ดี”

ชาลียา พสวงศ์ คุณแม่สายฟิตมากับ น้องธรรม