‘พ-วงเดือน ยนตรรักษ์’ สาวสวยใจบุญ ชอบช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/288133

‘พ-วงเดือน ยนตรรักษ์’ สาวสวยใจบุญ ชอบช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

‘พ-วงเดือน ยนตรรักษ์’ สาวสวยใจบุญ ชอบช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

วันเสาร์ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โด่งดังมาจากภาพยนตร์เรื่อง “เมียหลวง” เมื่อ 35-36 ปีมาแล้ว ในบทเมียหลวง “ดร.วิกันดา”ล่าสุด “น้ำตาล พ-วงเดือน ยนตรรักษ์ อินทราวุธ” กับบทบาทใหม่ในชีวิตจริง ที่หันมาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ในยามเจ็บไข้ได้ป่วย รายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 โดยพิธีกร “ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย” ได้ตามไปพูดคุยพร้อมอัพเดทเรื่องราวชีวิตในปัจจุบัน

น้ำตาล พ-วงเดือน ยนตรรักษ์ อินทราวุธเล่าว่า “หนังเรื่อง เมียหลวง ที่พี่เล่นถึงตอนนี้ก็35-36 ปีแล้ว หลายๆ คนอาจจำไม่ได้ เพราะพี่เล่นไม่กี่เรื่องพี่ก็หายไปเลย เพราะไปเรียนต่อ แล้วก็กลับมา พอดีพี่เป็นคริสเตียน พี่ก็อยากจะรับใช้พระเจ้า ก็ทำงานรับใช้พระเจ้า เสร็จแล้วก็มาแต่งงาน พอแต่งงานก็เลยมาอยู่ในส่วนของดนตรีคลาสสิกเพราะว่าสามีเป็นนักเปียโน แต่งงานกับคุณณัฐก็เลยมาทำด้านดนตรีคลาสสิกมากกว่า ไม่ได้ทำเรื่องการแสดง

ส่วนป้าย ณ เชียงใหม่ที่เห็นอยู่ด้านหลังนี้ ป้าย ณ เชียงใหม่อันนี้คือ ตราของเจ้าแม่ เจ้าดวงเดือนณ เชียงใหม่ และที่เรายืนอยู่ตรงนี้คือ ศาลาสุทธสิริโสภาเป็นโรงแสดงคอนเสิร์ต อยู่ที่ลาดพร้าว ซอย 35ซึ่งก็มีการแสดงอยู่บ่อยๆ

หลังจากแต่งงานแล้วอยู่ในแวดวงดนตรี ก็ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ผลงานที่มาจากโรงพยาบาลเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ชื่อว่า โรงพยาบาลคริสเตียนแม่น้ำแควน้อย อยู่สังขละบุรี โรงพยาบาลนี้มีหมออยู่ท่านเดียว คือคุณหมอสก็อต เมอร์เลย์เป็นมิสชันนารี แล้วท่านก็ดูแลผู้ป่วยที่เรียกว่าไม่มีสัญชาติ เป็นชนเผ่า ทางโน้นก็บอกว่าไม่ใช่คนของฉัน เมืองไทยก็บอกว่าไม่ใช่คนของฉัน เพราะฉะนั้นเขาไม่มีความช่วยเหลือในส่วนอะไรเลย อันนี้ก็เป็นงานพันธกิจที่ทำ

สิ่งที่เราทำก็คือว่า มีมิสชันนารีมาสอนเขานะคะ ทำการ์ด ทำดอกไม้ มีกระเป๋าผ้า พี่ก็บอกเอามาๆ แล้วเราก็วางไว้ที่ศาลานี้ ใครอยากได้ก็เอาไปเอาไปแล้วก็หยอดกล่องนะคะ หยอดกล่องของค่าอาหารสำหรับผู้ป่วยระยะสุดท้าย เพราะว่าโรงพยาบาลจะต้องดูแลผู้ป่วย ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้ยากจนมาก เขาต้องมารักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อย่างป่วยวัณโรค เขาต้องทานยาทุกวัน เราไม่สามารถจะให้ยาแล้วก็กลับบ้าน แล้วพรุ่งนี้มาอีก แน่ใจได้อย่างไรว่าเขาจะมา เพราะฉะนั้นต้องเก็บเขาไว้ตลอดระยะเวลาที่ต้องให้ยา ให้แน่ใจว่าเขาปลอดจากวัณโรค แล้วค่อยส่งกลับไป เพราะไม่อย่างนั้นชุมชนทั้งชุมชนจะแห่มาโรงพยาบาลหมด เพราะจะติดกัน

อีกส่วนคือ มูลนิธิของขวัญแห่งชีวิต ช่วยผู้ป่วยโรคเลือด ในการปลูกถ่ายไขกระดูก หลายท่านคงจะจำได้นะคะ ในระยะสิบกว่าปีมานี้เราจะได้ยินเรื่องของการปลูกถ่ายไขกระดูกมากขึ้น เรื่องของสเต็มเซลล์มากขึ้น ถามว่าโรคเลือดคืออะไร ลูคีเมียธาลัสซีเมีย ไขกระดูกฝ่อ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองนี่ใช่ทั้งนั้น สิ่งที่มูลนิธิทำมาตั้งแต่ปี 2003 ก็คือรณรงค์หาผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด แล้วก็สมัยก่อนเศรษฐกิจมันยังไหวนะคะ เราจัดคอนเสิร์ต1 คอนเสิร์ตสำหรับ 1 ชีวิตช่วยผู้ป่วยโรคเลือดในการปลูกถ่ายไขกระดูก เราช่วยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์อยู่

ซึ่งตอนนี้ 10 กว่าปีมาแล้วนะคะ 14 ปีนี้เรารณรงค์หาผู้บริจาคสเต็มเซลล์เข้าฐานข้อมูลไว้ที่สภากาชาดไทย ได้แล้วเกือบสองแสนชื่อ ตอนที่เริ่มต้นเมื่อ 14 ปีที่แล้วอันนั้นคือ 1,200 ชื่อ เห็นบอกว่าคนไทยนี่นะคะ ถ้ามีการรณรงค์บอกกล่าวกัน คนไทยมีน้ำใจ ขอให้รู้เท่านั้นเอง

สำหรับกล่องนี้เป็นกล่อง ศาลาสุทธสิริโสภา เราช่วยสนับสนุนศิลปินไทย ในการให้มีเวทีแสดงก็แสดงที่นี่แหละ แล้วก็เชิญชวนท่านทั้งหลายมา ไม่ใช่คนไทยไม่มีความสามารถนะคะ แต่เราต้องช่วยกันสร้างโอกาส ถ้าไม่มีโอกาสแล้วจะมีทักษะ ไม่ได้ฝึกไม่ได้แสดง นี่คือสิ่งหนึ่งที่เราทำศาลาสุทธสิริโสภาขึ้นมา เพื่อจะให้โอกาสทุกคน เพราะฉะนั้นอันนี้คือด้านดนตรีที่เราทำ ด้านโรคเลือดเราทำตรงโน้น อันนี้ช่วยผู้ป่วยสำหรับระยะสุดท้ายและคนที่ไม่มีสัญชาติ

ถามว่าทำไมเราต้องช่วยเขา พี่จะถามกลับเลยว่า ถ้าคนเขาต้องการความช่วยเหลือ เรารู้ว่าเราสามารถจะมีส่วนช่วยได้บ้าง เราอยู่เฉยๆ ได้ไหมพี่อยู่ไม่ได้ ช่วยเต็มกำลังความสามารถเท่าที่เรามีอยู่ ไม่ต้องถึงขั้นไปเอื้อมอะไรมากมายนะคะ ทำในสิ่งที่เราทำได้ แค่นี้คนก็เกิดกำลังใจแล้ว

สำหรับพี่ ภาษาพี่เรียกว่า แบกเอาพระพรมากองรวมกัน มันก็เป็นพระพรกองใหญ่ พอกองใหญ่มันก็ชื่นใจ แล้วก็มีกำลังที่จะแบ่งปันมากขึ้น เราเป็นผู้รับเราก็จะชื่นใจ ทำไมไม่ทำล่ะคะ มันไม่ยาก ไม่ได้เป็นเรื่องเหลือบ่ากว่าแรง แล้วหนุนใจให้ทำค่ะ เพราะว่าการให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ ขอให้ทำเถอะเชื่อเถอะ เพราะว่ามันนำความสุขใจเยอะแยะกลับมา

อีกสิ่งหนึ่งคือ บ้านเราจะมีสุนัขอยู่หลายตัว ซึ่งเป็นสุนัขข้างถนนที่เก็บมาเลี้ยง เขาเป็นสัตว์ซื่อมาก แล้วเขาก็น่ารัก คือความจริงเราช่วยกันเลี้ยงหมาไทย หมาที่อยู่รอบๆ ตัวเราได้ดี เขาน่ารัก คือจริงๆ เขามีความสุขนะคะถ้าเกิดว่าเราหลายๆ คนได้ทำให้เขารู้สึกว่าเขาได้รับการดูแล เวลาอยู่กันเยอะๆ มันก็เหมือนโรงเรียนประจำ ความสำคัญมันน้อยลง แต่ถ้าช่วยทำให้เขามีความสำคัญ เขาก็มีความสุข

จริงๆ นี่สุนัขถ้าเลี้ยงไม่ขัง ให้ความรักเขา เขาก็ดีทั้งนั้นค่ะ สุขภาพจิตดี แล้วเขาก็จะไม่เห่าอะไรดังลั่น เพราะว่าเขาไม่คับใจ ซื่อสัตย์ของพี่ไม่เห่าเลย มองอย่างเดียวเลย และเลี้ยงง่าย คือถ้าสมมุติว่าเขาผสมมาแล้วพวกนี้จะเลี้ยงง่าย ไม่ต้องดูแลมากด้วยซ้ำ เพดดีกรีดูแลยากกว่า เรายังอยากให้มีคนมาให้ความสนใจเราเลย นะก็ช่วยๆ กันไป หยิบมาไว้ที่บ้าน น่ารักดี

สุดท้ายเรื่องลูกๆ พี่มีลูก 3 คน “ลูกนัท”จบดนตรีมาจากอิตาลี ก็มาช่วยทำงานที่บ้านนี่แหละค่ะคนกลาง “ลูกตาล” เป็นผู้จัดการศาลาสุทธสิริโสภาแล้วก็ “ลูกจัน” เพิ่งจบดนตรีบำบัดจากลอนดอน เดือนหน้าก็จะกลับมาแล้ว เผอิญบ้านเราเป็นบ้านที่เราทำอะไรทำด้วยกัน ทุกอย่างที่พ่อแม่ทำไม่ใช่ว่าอันนี้เป็นส่วนของพ่อแม่ทำแล้วไม่เกี่ยวกับชีวิตของฉัน ลูกไม่เป็น เราเอาไหนเอากัน ไปหมดบ้านในทุกอย่าง แม้กระทั่งอุดมการณ์อะไรทั้งหลาย เพื่อชาติบ้านเมือง เพื่ออะไรทั้งหลาย

เราขอบคุณพระเจ้า ที่เราอยู่ในถนนเส้นเดียวกันหมด แต่จริงๆ ต้องโม้นะ เราได้รับรางวัลครอบครัวประชาธิปไตยดีเด่น ของสำนักงานเอกลักษณ์แห่งชาติ เพราะฉะนั้นเราก็ขอบคุณพระเจ้าค่ะที่ลูกๆ ก็สานต่อในสิ่งที่ทำไว้”

เรื่องราวดีๆ ที่ครบครันทั้งสาระและบันเทิงแบบนี้ มีให้ชมในรายการ “ผู้หญิงแนวหน้ากับคุณแหน” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784 ทางดิจิทัลทีวี)หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า byคุณแหน

Leave a comment