รณรงค์สร้างความเข้าใจช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/287277

รณรงค์สร้างความเข้าใจช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวี

รณรงค์สร้างความเข้าใจช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวี

วันอังคาร ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อภิวัฒน์ กวางแก้ว และ สหัสชัย ชุมรุม

มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทย ร่วมกับ ครีเอทีฟอาสากลุ่มคนทำโฆษณารุ่นใหม่ไฟแรงเปิดตัวคลิปวีดีโอ “เจอแบบนี้…เป็นคุณจะตอบอย่างไร??” เพื่อรณรงค์ช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวีและหวังให้สังคมเข้าใจเรื่องเชื้อเอชไอวีมากกว่าการตัดสินคนที่ผลเลือด โดยมี อภิวัฒน์ กวางแก้ว รองประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย, สหัสชัย ชุมรุมผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์และนักแสดง,อลิศรา ศิริชุมแสง คอมเม้นท์เตเตอร์รายการเชฟกระทะเหล็ก และ ณัฐศักดิ์ กิจบำรุง ครีเอทีฟอาสาผู้สร้างสรรค์ไวรัลคลิปฯ ร่วมเสวนาให้ความรู้ ณ ร้านกาแฟ MELT ME อารีน่า 10 เมื่อเร็วๆ นี้

อภิวัฒน์ กวางแก้ว รองประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย เผยว่า มีผู้ติดเชื้อเอชไอวี ส่วนมากไม่ได้รับโอกาสเข้าทำงานกับสถานประกอบการต่างๆ และถูกปฏิเสธการเข้ารับการศึกษาจากทางมหาวิทยาลัย ซึ่งก็เป็นผลมาจากความเข้าใจในอดีต ถึงเรื่องเอดส์ว่าเป็นโรคร้ายที่เป็นแล้วตาย กลุ่มคนจำนวนหนึ่งไม่รู้ว่าจะรักษาอย่างไรและเข้าไม่ถึงการรักษา ส่วนอีกจำนวนหนึ่งก็อยู่ในภาวะที่อยู่กับครอบครัวไม่ได้ ต้องไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ ไปอยู่วัด จึงเป็นปัญหาในระดับครอบครัวไปจนถึงสังคม ทำให้เกิดการรังเกียจ ซึ่งในสังคมปัจจุบันก็ยังคงเป็นแบบนั้นอยู่

“มีสถานประกอบการหลายแห่ง ปฏิเสธผู้สมัครงาน โดยการนำผลเอชไอวีมาเป็นเกณฑ์ในการรับคนเข้าทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานบริการต่างๆ ตามร้านอาหาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ที่มีนโยบายนำผลเลือดมาเป็นเงื่อนไขในการรับเข้าทำงาน หรือบางทีโชคดีได้งานทำ แต่ทำได้แค่สามเดือนแรกที่เป็นช่วงทดลองงาน ซึ่งยังไม่ได้เป็นพนักงานประจำ หลังจากทดลองงานผ่านทุกอย่าง แต่ไม่ผ่านอย่างเดียว คือผลเลือดที่เป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี ก็ไม่สามารถไปทำงานต่อได้ ทั้งที่จริงๆ แล้วผู้ติดเชื้อเอชไอวีนั้นไม่สามารถส่งเชื้อให้ใครได้อีก ทั้งร่างกายแข็งแรงดีและมีความสามารถมาก แต่ไม่สามารถมีอาชีพเพื่อพึ่งพิงตนเอง และเลี้ยงดูครอบครัวได้

การรณรงค์เมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา มันผิดพลาด เพราะเราไม่ได้มีความรู้มาก คนจึงกลัวการติดเชื้อเอชไอวี ทำให้เอาความกลัวนำความรู้ การที่เราจะทำให้คนกลับมาเอาความรู้นำความกลัว เป็นเรื่องที่ยากและต้องใช้เวลา เพราะคนส่วนใหญ่ก็มีทัศนคติเชิงลบต่อเรื่องนี้ เราจึงต้องช่วยกันและสถานประกอบการก็ต้องช่วยทำความเข้าใจเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและต้องใจเย็น เพราะเรากำลังให้ข้อมูลสำหรับคนที่ไม่รู้ เพื่อจะบอกข้อเท็จจริงให้กับสังคมได้เปลี่ยนความเชื่อ แต่ขณะเดียวกันเขาอาจรู้ แต่ไม่เข้าใจทั้งหมด เลยทำให้ทัศนคติยังไม่เปลี่ยน และส่งผลให้เกิดการกีดกันบางอย่างขึ้นและเลือกปฏิบัติ”

อลิศรา ศิริชุมแสง และ ณัฐศักดิ์ กิจบำรุง

ณัฐศักดิ์ กิจบำรุง ครีเอทีฟอาสาผู้สร้างสรรค์ไวรัลคลิป “เจอแบบนี้…เป็นคุณจะตอบอย่างไร??” เผยถึงแรงบันดาลใจในการสร้างคลิปว่า “ต้องย้อนกลับไปในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย วันที่อาจารย์ประจำวิชาถ่ายภาพได้สอบถามในชั้นเรียนว่าใครสนใจจะไปสอนถ่ายภาพน้องๆ ที่ด้อยโอกาส ทุกคนยกมือกันทั้งห้อง แต่ด้วยความไม่สบายใจของอาจารย์ ที่ต้องบอกรายละเอียดและความจริงของน้องๆ ให้แก่นิสิตก่อนไปสอน ได้รับทราบว่าเด็กที่เราจะไปสอนนั้น เป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี ภาพมือที่พร้อมใจกันยกขึ้นก่อนหน้านี้ เหลือเพียงความกังวลใจบนใบหน้าและคำปฏิเสธ สุดท้ายเหลือตัวผมแค่คนเดียว จนอาจารย์ต้องยกเลิกกิจกรรมนี้ เพราะคนไม่พอ จากนั้นมาภาพนี้จึงเป็นคำถามที่ติดตัวกับตัวเองมาโดยตลอดว่า ทำไมความกลัวและความไม่เข้าใจ จึงปิดโอกาสได้ถึงขนาดนี้

สำหรับการรณรงค์เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะทำให้คนเรารู้สึกเท่าเทียมกันในสังคม เพราะคนที่ติดเชื้อมาเขาไม่ได้ตั้งใจ เลยคิดว่าถ้าเราช่วยให้เขากลับเข้าสู่สังคมได้อีกครั้ง เขาก็จะได้มีโอกาสในสังคม ส่วนแผนรณรงค์ในอนาคตตนอาจจะมีการทำเว็บไซต์เฉพาะกิจเพิ่ม ซึ่งจะมีหน้าที่สามแบบคือ 1.เลือกลงชื่อสนับสนุนเป็นเสียงที่สนใจว่าไม่จำเป็นต้องสนผลเลือด 2.สำหรับสถานประกอบการณ์ที่เล็งเห็นประเด็นนี้ ที่อยากบอกชื่อบริษัทว่าไม่สนผลเลือด ก็สามารถเข้ามาลงชื่อได้ 3.เรื่องการรณรงค์และการเรียกร้องสิทธิ์ของผู้ที่ถูกปฏิเสธนั้นก็จะส่งคนเข้าไปพูดคุย ทำความเข้าใจว่า ทำไมถึงปฏิเสธผู้ติดเชื้อ มันจึงเป็นช่องทางที่ดีที่ตอบโจทย์ในสังคม ถ้าประสบผลสำเร็จ ก็ถือว่าได้ช่วยคนมากขึ้น”

อลิศรา ศิริชุมแสง คอมเม้นท์เตเตอร์รายการเชฟกระทะเหล็ก ได้กล่าวถึงความรู้สึกและมุมมองต่อการรณรงค์นี้ว่า “รู้ว่ามีการรณรงค์นี้เกิดขึ้น ก็รู้สึกตกใจ เพราะเราไม่คิดว่าจะมีการเลือกปฏิบัติเกิดขึ้น เราก็ยิ่งต้องออกมาพูดและสู้ คนที่โดนเลือกปฏิบัติต้องสู้เพื่อสิทธิตัวเอง กฎหมายก็ต้องช่วย เพราะเราควรอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข มันคือสิทธิมนุษยชน อยากจะฝากถึงสถานประกอบการต่างๆ ให้เปิดใจ และมองเขาเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เจ็บป่วย เมื่อมีเมตตาแล้วก็คือไม่รังเกียจและให้โอกาส เพราะฉะนั้นเราต้องรู้ว่าการอยู่กับคนที่เป็นเอชไอวี มันเป็นเรื่องปลอดภัย”

สหัสชัย ชุมรุม ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์และนักแสดง ให้ทัศนะว่า “การป้องกันที่ดีคือ ควรป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนการรณรงค์ต้องเน้นประเด็นให้ทุกคนป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์ การทำให้สังคมตื่นตัวในเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ในการรณรงค์เพื่อให้เป็นที่รับรู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้ง จำเป็นต้องใช้ศิลปิน ซึ่งเป็นที่จับตามองของหลายๆ คนให้เป็นประโยชน์ เพื่อที่จะได้ดึงดูดให้ผู้คนหันมาสนใจ และเข้าใจมากขึ้น ส่วนการทำเคมเปญรณรงค์ก็ควรจะทำออกมาเรื่อยๆ เพื่อให้สังคมรับรู้บ่อยๆ และเกิดความเข้าใจอย่างแท้จริง”

Leave a comment