ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/287492

ระวังแสงแดดเป็นอันตรายต่อดวงตา
ดวงตาเป็นหน้าต่างของดวงใจ เราจึงต้องดูแลดวงตาคู่สวยๆ คู่นี้ให้ปลอดภัยจากแสงแดด เพราะไม่ว่าช่วงนี้จะมีฝนตก แต่แสงแดดยามหลังฝนตกก็แดดแรงไม่แพ้ในหน้าร้อน ฉะนั้นไม่ว่าจะฤดูไหนแสงแดดก็สามารถทำอันตรายต่อดวงตาได้เช่นกัน
รศ.แพทย์หญิงมัญชิมา มะกรวัฒนะผู้อำนวยการศูนย์จักษุรักษ์ตา ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้อธิบายเรื่องแสงแดดว่า แสงแดดจะประกอบด้วยรังสีอัลตร้าไวโอเลต(ultraviolet) หรือที่เราเรียกสั้นๆว่า รังสียูวี (UV rays) ซึ่งเป็นคลื่นแสงที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่าแสงที่มองเห็นด้วยตา กล่าวคือ แสงที่มองเห็นด้วยตามีความยาวคลื่น 400-700 นาโนเมตรรังสียูวีจึงมีความยาวคลื่นสั้นกว่า 400 นาโนเมตรมีพลังงานสูง และไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าถ้าได้รับรังสียูวีในความเข้มสูง จะส่งผลให้เกิดกระจกตาอักเสบ มีอาการแสบตา น้ำตาไหล แพ้แสง ตาแดงส่วนระยะยาวจะเกิดต้อลม ต้อกระจก ในอนาคตจอตาอาจเสื่อมได้
ส่วนหลอดไฟแต่ละประเภทก็สามารถปล่อยรังสีออกมาได้เช่นกัน แต่ว่ามากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับชนิด ซึ่งหลอดไฟที่ใช้ภายในที่พักอาศัย เช่น หลอดฟลูโอเรสเซนท์ หลอดฮาโลเจน หลอด LED เป็นต้น หลอดเหล่านี้มีการปล่อยพลังงานในรูปรังสียูวีออกมา แต่อยู่ในระดับต่ำไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพตา อีกทั้ง จอคอมพิวเตอร์และจอโทรศัพท์ก็มีรังสียูวีออกมาเช่นกัน แต่โดยทั่วไปแล้วผู้ผลิตก็จะควบคุมการผลิตให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย
ทั้งนี้ ถ้าเป็นแสงแดดที่ทำอันตรายต่อดวงตานั้นสามารถทำอันตรายในส่วนต่างๆ ของดวงตาได้คือ เปลือกตาแสงแดดทำให้เกิดจุดด่างดำริ้วรอยรอบดวงตา และยังอาจจะทำให้เกิดมะเร็งบางชนิดขึ้นที่บริเวณเปลือกตาอีกด้วยเยื่อบุตา มีการเสื่อมของเยื่อบุตาบริเวณที่ชิดกับขอบตาดำเรียกว่า ต้อลม ซึ่งเกิดจากการระคายเคืองจากลม ฝุ่น รังสียูวีหากต้อลมลุกลามเข้าไปในตาดำจะเรียกว่าต้อเนื้อซึ่งไม่เพียงทำให้เกิดความไม่สวยงาม แต่อาจรบกวนการมองเห็น หรือหากมีการอักเสบ จะทำให้มีอาการปวดและระคายเคืองได้

กระจกตา การได้รับรังสียูวีในปริมาณมากทำให้เกิดการอักเสบเฉียบพลันของกระจกตา ทำให้มีอาการปวดตามากน้ำตาไหล มักจะเกิดอาการประมาณ2-3 ชั่วโมง หลังจากได้รับรังสียูวี เช่น รังสียูวีจากการเชื่อมโลหะโดยไม่สวมใส่แว่นป้องกัน อาการมักจะเป็นอยู่ชั่วคราวประมาณ 1-2 วัน เลนส์ตาการได้รับรังสียูวีทำให้เป็นต้อกระจกมากขึ้น ในแต่ละปีมีประชากรกว่า 16 ล้านคนทั่วโลกตาบอดจากต้อกระจก จากรายงานขององค์การอนามัยโลกพบว่า ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ของต้อกระจกอาจมีสาเหตุมาจากการได้รับรังสียูวีมากเกินไปซึ่งเป็นสาเหตุที่หลีกเลี่ยงได้
จอตา ในคนหนุ่ม-สาวเลนส์ตาที่ยังใสอยู่ไม่สามารถดูดซับรังสียูวีไว้ได้หมด จึงมีโอกาสที่รังสียูวีจะเข้าไปทำลายจอตาทำให้เกิดจอตาเสื่อมได้ แม้ว่าในจอตาของเราจะมีสารหรือเม็ดสีตามธรรมชาติที่ช่วยป้องกันจอตา แต่สารเหล่านี้จะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้กระบวนการป้องกันจอตาตามธรรมชาติลดลงและเกิดการเสื่อมของจอตาได้ง่ายขึ้นเมื่อได้รับรังสียูวี นอกจากนี้ รังสียูวียังอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะจุดรับภาพเสื่อมในผู้สูงอายุ (age-relaed macular degeneration, AMD) อีกด้วย
ดังนั้น เรามีวิธีดูแลดวงตาเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดดดังนี้ ควรสวมแว่นกันแดด สวมหมวก หรือกางร่มทุกครั้งเมื่อต้องเผชิญกับแสงแดด เพื่อลดการโดนรังสียูวีโดยตรง แว่นกันแดดที่ใช้จะต้องสามารถป้องกันทั้งรังสียูวีเอและบีได้ 99-100 เปอร์เซ็นต์ โดยต้องมีป้ายระบุชัดเจน ทั้งนี้ ประสิทธิภาพการป้องกันรังสียูวีไม่ได้ขึ้นอยู่กับสีหรือระดับความเข้มของเลนส์ เลนส์ควรมีขนาดใหญ่และกว้างสามารถปิดบังดวงตาจากแสงแดดได้ทุกองศา หากรู้สึกว่ามีอาการแสบตา ไม่สบายตา อาจหยอดน้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับตา หากไม่จำเป็นควรหลีกเหลี่ยงการออกแดดในช่วงเวลาตั้งแต่ 11 นาฬิกา ไปจนถึงบ่าย 3 โมง เนื่องจากเป็นช่วงที่แรงที่สุด ถ้าไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหาอุปกรณ์ป้องกันแดดสวมใส่ และควรปรึกษาจักษุแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับดวงตา และควรตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง