รายงานพิเศษ : ‘กรมการข้าว’จัดงานรำลึก20ปีประติมากรรมข้าวป่า หนุนการอนุรักษ์ต้นกำเนิดข้าวปลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/302240

รายงานพิเศษ : ‘กรมการข้าว’จัดงานรำลึก20ปีประติมากรรมข้าวป่า หนุนการอนุรักษ์ต้นกำเนิดข้าวปลูก

รายงานพิเศษ : ‘กรมการข้าว’จัดงานรำลึก20ปีประติมากรรมข้าวป่า หนุนการอนุรักษ์ต้นกำเนิดข้าวปลูก

วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ข้าวป่า” เป็นทรัพยากรชีวภาพที่มีความสำคัญต่อมวลมนุษยชาติ เพราะเป็นบรรพบุรุษหรือต้นกำเนิดของข้าวที่ใช้ปลูกและบริโภคเป็นอาหารหลักของประชากรโลกในปัจจุบัน ซึ่งมีรายงานว่าข้าวป่าพบอยู่ในแหล่งต่างๆ ทั่วโลกจำนวนไม้น้อยกว่า 22 ชนิด และพบในประเทศไทยอย่างน้อย 5 ชนิด ในจำนวนนี้ 2 ชนิด คือ rufipogon และ nivara เป็นบรรพบุรุษของข้าวปลูก

โดยข้าวป่าที่พบอยู่ทั่วไปในธรรมชาตินั้น จะสังเกตเห็นความแปรปรนของลักษณะทางสัณฐานวิทยาต่างๆ ได้อย่างชัดเจน แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางพันธุกรรมและการมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง จึงนับว่าข้าวป่าเป็นแหล่งพันธุกรรมที่สำคัญและมีศักยภาพที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ในอนาคต ทั้งนี้ กรมการข้าว จึงได้จัดสัมมนาเรื่อง “งานวิจัยข้าวป่าและการอนุรักษ์ข้าวป่าในถิ่นเดิม และนิทรรศการครบรอบ 20 ปี ประติมากรรมเมล็ดข้าวป่า (MOMI)” ขึ้นมา ณ ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ต.รังสิต อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

นายอำพล เสนาณรงค์ ผู้เคยดำรงตำแหน่งองคมนตรีในรัชกาลที่ 9 เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนางานวิจัยข้าวป่าและการอนุรักษ์ข้าวป่าในถิ่นเดิม ว่า เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมาในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2540 ตนได้เป็นประธานในพิธีรับมอบประติมากรรมเมล็ดข้าวป่า หรือ โมมิ (MOMI) จาก Mr.Mitsuaki Tanabe ประติมากรชาวญี่ปุ่น ที่มีเจตนารมณ์ต้องการสื่อให้คนทั่วไปได้เห็นความสำคัญของข้าวป่าและความจำเป็นที่จะต้องอนุรักษ์แหล่งพันธุกรรมข้าวป่า ซึ่ง Mr.Tanabe ได้รวบรวมทุนทรัพย์จากแหล่งต่างๆ นำมาสร้าง โมมิ ในหลากหลายรูปแบบแล้วมอบให้แก่หน่วยงานในหลายประเทศ เช่น สถาบันวิจัยข้าวระหว่างประเทศ (ฟิลิปปินส์) ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี (ไทย) ธนาคารเมล็ดพันธุ์พืชโลกสวาลบาร์ด (นอร์เวย์) เป็นต้น โดยในประเทศไทย ประติมากรรมเมล็ดข้าวป่า หรือ MOMI-1997 WILD RICE ทำด้วยเหล็กไร้สนิมที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน ตั้งอยู่ที่แปลงนาทดลองภายในศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี ขณะเดียวกัน Mr.Tanabe ยังได้น้อมเกล้าฯ ถวายโมมิขนาดเล็กแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงสนับสนุนการอนุรักษ์ข้าวป่าในสภาพธรรมชาติ พร้อมกันนั้นยังได้สร้าง โมมิทำจากไม้ไผ่มอบให้แก่ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานีด้วย

โมมิ เป็นสิ่งดึงดูดใจต่อผู้พบเห็นและนำสู่ความตระหนักถึงคุณค่าความสำคัญของทรัพยากรข้าวป่า เป็นสิ่งที่สอดคล้องกับพระราชวิสัยทัศน์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีแนวความคิดเกี่ยวกับข้าวป่าที่พบเห็นอยู่ทั่วไปว่า
ประเทศไทยควรศึกษาพันธุ์ข้าวป่า รวมทั้ง gene ข้าวป่าอย่างลึกซึ้ง เพื่อเป็นพื้นฐานของการปรับปรุงพันธุ์ข้าวโดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

ด้าน นายกฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า ข้าวป่า คือข้าวที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อยู่ในสกุล (Genus) เดียวกันกับข้าวปลูก คือ สกุลออไรซา (Oryza) แต่มีหลากหลายชนิด (Species) โดยพบในประเทศไทย 5 ชนิด ได้แก่ ชนิด rufipogon, nivara, officinalis ridleyi และ granulate ในจำนวนนี้ 2 ชนิด คือ rufipogon และ nivara มีความสำคัญในฐานะเป็นบรรพบุรุษของข้าวปลูก ลักษณะของข้าวป่านั้นเป็นวัชพืช เมล็ดเล็ก ร่วงง่าย แต่มีลักษณะบางประการที่ไม่อาจหาได้จากพันธุกรรมข้าวปลูก ได้แก่ การเป็นพืชข้ามปี เรณูเป็นหมัน ความต้านทานโรคแมลง ความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เช่น ทนแล้ง ทนดินเปรี้ยว ซึ่งอาจนำมาใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงพันธุ์ข้าวได้

ปัจจุบันมีการนำข้าวป่ามาใช้ประโยชน์ เช่น ยีนต้านทานโรคขอบใบแห้งของข้าว และแหล่งของความเป็นหมันของเกสรตัวผู้ ที่ใช้ในโครงการข้าวลูกผสมของประเทศจีนได้มาจากข้าวป่า ในประเทศไทยมีการผสมข้ามชนิดเพื่อถ่ายทอดลักษณะต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระหว่างข้าวปลูกพันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และข้าวป่า O.Minuta ซึ่งเก็บรวบรวมไว้ที่ศูนย์ปฏิบัติการและเก็บเมล็ดพันธุ์เชื้อพันธุ์ข้าวแห่งชาติ โดยใช้ข้าวป่าเป็นต้นพ่อด้วยวิธีกู้คัพภะ (embryo rescue) และใช้สารโคลชิซีนชักนำให้เกิดการเพิ่มจำนวนโครโมโซม สามารถคัดเลือกได้สายพันธุ์ที่แสดงลักษณะต้านทานแมลงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลได้ดีกว่าพันธุ์สุพรรณบุรี 1 ที่ใช้เป็นพันธุ์ต้านทานมาตรฐาน

ทั้งนี้ ในวาระครบรอบ 20 ปี ของประติมากรรมเมล็ดข้าวป่า หรือ โมมิ นับว่าเป็นโอกาสอันควรรำลึกถึงความสำคัญของข้าวป่า ตามเจตนารมณ์ของผู้สร้างประติมากรรมโมมิ กรมการข้าว จึงได้จัดให้มีนิทรรศการครบรอบ 20 ปี โมมิ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรข้าวป่า รวมทั้งจัดสัมมนาเรื่องงานวิจัยข้าวป่าและการอนุรักษ์ข้าวป่าในถิ่นเดิมขึ้นมา เพื่อติดตามความก้าวหน้าของงานวิจัยข้าวป่า ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้เกี่ยวข้องและกระตุ้นให้นักวิจัยตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรข้าวป่าและการอนุรักษ์ข้าวป่าให้อยู่คู่กับถิ่นเดิมสืบไป

“ข้าวป่าอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ อันเนื่องมาจากการพัฒนาประเทศ การขยายเมือง สร้างถนน ทำให้แหล่งข้าวป่าถูกทำลายหมดสิ้นไป มีรายงานว่าในช่วงระยะเวลาเพียง 10 ปี (2526-2536) ปริมาณข้าวป่าในประเทศไทยลดลงถึง 23% อย่างไรก็ตาม กรมการข้าวได้ดำเนินการนำเมล็ดข้าวป่าที่เก็บรวบรวมจากแหล่งต่างๆ มาอนุรักษ์ไว้ในธนาคารเชื้อพันธุ์ (germplasm bank) รวมทั้งดูแลรักษาแปลงอนุรักษ์ทรัพยากรข้าวป่าในถิ่นเดิม (insitu conservation) เพื่อให้ข้าวป่ายังคงมีวิวัฒนาการและความหลากหลายทางพันธุกรรมต่อไปในสภาพธรรมชาติ และเป็นแหล่งสนับสนุนที่ถาวรของการปรับปรุงพันธุ์ข้าวปลูกในอนาคต” รองอธิบดีกรมการข้าว กล่าว

Leave a comment