ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/288984

5 ดีไซเนอร์ดังออกแบบแฟชั่นจากผ้าไทย
ผลงานการออกแบบของ จิตต์สิงห์ สมบุญ
5 ศิลปินและนักออกแบบชั้นนำระดับประเทศ อาทิ จิตต์สิงห์ สมบุญ, คุณพลัฎฐ์ พลาฏิ, คุณเอก ทองประเสริฐ (ดีไซเนอร์เจ้าของห้องเสื้อ Ek Thongprasert ผศ.ศีมาศ ประทีปะวณิช (ผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์พิเศษด้านการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ) และ ผศ.ดร.กิตติกรณ์ นพอุดมพันธุ์ นักออกแบบผู้เชี่ยวชาญทางด้านผ้าไทย คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศว ร่วมแสดงผลงานการออกแบบแฟชั่นเสื้อผ้าจากผ้าไทยชนิดต่างๆ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจเปิดมุมมองโลกของการออกแบบผ้าไทยหรือการนำไปประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตคนยุคปัจจุบัน
จิตต์สิงห์ สมบุญ (Artist and Fashion Creative Consultant) หัวหน้าฝ่ายออกแบบ บริษัทเกรฮาวด์ ดีไซเนอร์ระดับโลก ในผลงานศิลปะภาพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 “พ่อพิมพ์ของชนชาวไทย-แม่พิมพ์ของชนชาวไทย” ขนาด 120X100 ซม. เทคนิคสีอะคริลิกบนผ้าไหมทอยก เผยว่า“ผมต้องการนำผ้าไหมมาสร้างผลงานให้นอกเหนือไปจากการใช้งานปกติในรูปแบบจิตรกรรมร่วมสมัย เพื่อสร้างต้นแบบให้กับคนรุ่นต่อไป เกิดแรงบันดาลใจต่อยอดไปเป็นผลงานได้ตลอดไป ตัวบล็อกที่เราใช้เป็นตัวต้นแบบในการสร้างผลงานหลากหลาย เช่น บล็อกของศิลปินกราฟฟิตี้ ฯลฯ ซึ่งมักถูกมองข้ามไป ไม่ได้ถูกให้ความสนใจเท่ากับตัวผลงานที่ปรากฏ ผมมองเห็นความสำคัญ มองเห็นความหมายที่น่าสนใจและมองเห็นความงาม”
พลัฎฐ์ พลาฏิ (Fashion Director and Founder REALISTIC SITUATION) ดีไซเนอร์ชื่อดังได้รับรางวัลระดับโลก MANGO FASHION AWARDS 2012 กับผลงานชื่อ I Smell You On My Skin : The Living Traidition เพื่อสืบสานพระปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์ผ้าไหมไทยที่เป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่นของภาคอีสาน เผยว่า “การนำผืนผ้าที่เป็นรากเหง้าแห่งภูมิปัญญาชนบทจากศูนย์ศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯ สู่การออกแบบในรูปแบบสากล โดยผลงานชุดนี้ได้เผยแพร่ในนิตยสาร VOGUE จากผ้าไหมมัดหมี่ย้อมครามอุดรธานี”

5 ดีไซเนอร์ดัง (ซ้าย) ผศ.ศีมาศ ประทีปะวณิช,เอก ทองประเสริฐ, พลัฎฐ์ พลาฏิ,
จิตต์สิงห์ สมบุญ, ผศ.ดร.กิตติกรณ์ นพอุดมพันธุ์
เอก ทองประเสริฐ ดีไซเนอร์และนักออกแบบระดับโลก และเจ้าของแบรนด์ EK Thongprasert กับการออกแบบเสื้อผ้าผู้ชายจากผ้าไทย ในชื่อ “การทักทายของบทสนทนาที่สาบสูญ”เผยว่า เพื่อแสดงแนวทางการใช้ผ้าไหมในวิถีชีวิตปัจจุบัน “ผมเลือกใช้วัสดุหรือสื่อที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานชุดพิเศษเพื่องานนี้คือ ไหมแต้มหมี่ จากกลุ่มทอผ้าไหมมัดหมี่บ้านหัวฝาย จ.ขอนแก่น กับเสื้อผ้าส่วนตัวของผมเอง ผลงานครั้งนี้เกิดจากการแนะนำตัวอันแสนเร่าร้อนของผ้าไหมแต้มหมี่ ไหมไทยยุคใหม่ผ่านการพบเจอในโซเชี่ยลมีเดีย ที่ก่อกำเนิดอย่างงดงามจากพ่อแม่ที่แก่เฒ่าแต่แสนเก๋นามผ้าไหมมัดหมี่ ที่สวยวิจิตรบรรจงที่มักปรากฏตัวพร้อมกับคุณนายภริยาของผู้คนในชนชั้นผู้นำภายในงานราตรีสโมสร แต่ไร้ตัวตนภายใต้ชีวิตของผู้คนมากหน้าหลายตาในสังคมที่ถูกแบ่งแยกซ้อนทับด้วยความแตกต่างจากภาวะเศรษฐกิจ การทักทายของบทสนทนาที่สาบสูญในครั้งนี้ เสมือนกับบทเกริ่นนำของผู้ออกแบบเองที่พยายามจะแนะนำสมาชิกใหม่ให้กับสมาชิกดั้งเดิมในตู้เสื้อผ้าของผู้คนในยุคปัจจุบัน โดยการจำแลงแปลงกายผ้าไหมแต้มหมี่อันงดงามและบริสุทธิ์ให้มีรูปแบบที่ร่วมสมัย หวังว่าจะขยายกลายร่างเป็นรูปแบบการแต่งกายที่ร่วมสมัย เป็นตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ กับผู้คนมากหน้าหลายตาที่แวะเวียนเข้ามาทักทาย”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ศีมาศ ประทีปะวณิช อาจารย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ในผลงานเสื้อผ้าสตรีจากผ้าไหม ผ้าเปลือกไหมและผ้าฝ้ายทอมือของไทย ในชื่อ “Urban Wrapping” เผยว่าเพื่อให้เป็นแนวทางในการประยุกต์ใช้ผ้าไทยสำหรับปัจจุบันที่ได้แรงบันดาลใจมาจากผ้าไหว้ของคุณแม่ “แนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นเสื้อผ้าไทยชุดนี้ทำขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ เป็นการนำความเป็นของขวัญของผ้าไหว้ของผ้าและการนุ่งผ้าไทยแบบผสมผสาน มาประยุกต์ด้วยวิธีการสร้างแบบตัดให้เป็นเสื้อผ้าสตรีร่วมสมัยสำหรับคนเมือง โดยใช้โครงร่างเงาที่เรียบง่ายเล่นสีสันและลวดลายของผ้าทั้งในแบบกลมกลืนและขัดแย้งกัน รวมทั้งนำลูกเล่นของการนุ่งผ้าเกี้ยว การใส่ผ้าถุงนุ่งผ้าซิ่น การป้ายผ้า การจับจีบ มาผสมผสานลงในผลงานด้วย”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กิตติกรณ์นพอุดมพันธุ์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและวางแผน คณะศิลปกรรมศาสตร์ มศวนักออกแบบ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผ้าไทย ในผลงานการแสดงชุดผ้าซิ่นม่านมุก จุมออน :การประยุกต์สิ่งทอทางวัฒนธรรม โดยได้อธิบายว่า จุมออน มีความหมายว่า ความสว่างและสดใส ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบประยุกต์จากผ้าซิ่นม่านโบราณ ทั้งโครงสร้าง กลุ่มสีจากรสนิยมชาวน่านมาเป็นตัวตั้งด้วยการดึงกลุ่มสีจากหัวโขนเรือ จัดสีลงในโครงสร้างซิ่นม่าน ลวดลายเนื้อฝ้ายที่มีรายละเอียดเนื้อสัมผัสธรรมชาติ ความตั้งใจในการย้อมสีบางส่วนไม่เท่ากันเพื่อให้ได้ความรู้สึกแบบเท่าที่ย้อมด้วยแรงงานคน การใช้กี่ไม้แบบโบราณ ทอและเย็บด้วยมือ เพื่อให้คงลักษณะของสุนทรียะทางความงามแบบซิ่นเมืองน่านตามจารีต ซึ่งถือเป็นซิ่นที่มีโครงสร้าง สัดส่วน รวมไปถึงเทคนิคและลวดลายในการทอที่งดงาม”

ผลงานการออกแบบของ ผศ.ศีมาศ ประทีปะ วณิช
ผู้สนใจเข้าชมนิทรรศการได้ที่หอนิทรรศการ g23 ชั้น 3 อาคารนวัตกรรม :ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี มศว ประสานมิตร ถนนสุขุมวิท 23 ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เวลา 11.00-18.00 น. ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 31สิงหาคม 2560 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ผลงานการออกแบบของ ผศ.ดร.กิตติกรณ์ นพอุดมพันธุ์ อากรศรี ตัณมานะศิริ