ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/289532

การบริจาคเลือดสุนัขและแมว (ตอนที่ 1)
ในปัจจุบันนี้ มีสุนัขและแมวจำนวนมากอยู่ในสภาวะที่ต้องการเลือดทดแทน เช่น ประสบอุบัติเหตุ มีสภาพเลือดจางมีโรคติดต่อทางกระแสเลือด เป็นโรคพยาธิเม็ดเลือด ประสบปัญหาไตวายเรื้อรัง หรือจำเป็นต้องใช้เลือดทดแทนในการผ่าตัด เพื่อให้สัตว์มีชีวิตรอดต่อไปได้
จึงขอเรียนย้ำว่า “สุนัขและแมวก็มี การบริจาคเลือด”เช่นเดียวกับในคนกันนะครับ
โรงพยาบาลสัตว์เล็ก คณะสัตวแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เล็งเห็นความสำคัญของการบริจาคเลือดเพื่อ “ต่อชีวิตและลมหายใจให้กับสุนัขและแมว” จึงได้ก่อตั้ง “หน่วยธนาคารเลือด” ขึ้น เพื่อเป็นหน่วยเก็บเลือดสำรองไว้ใช้รักษาสัตว์เหล่านั้น เพื่อให้สัตว์ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตที่เพิ่มขึ้นครับ
หลายคนอาจสงสัยว่าหากต้องการให้เจ้าตูบ-เจ้าเหมียวเป็น “ผู้ให้”แล้ว จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร
คุณสมบัติของสัตว์ผู้บริจาคเลือดนั้น ต้องมีดังนี้ครับ

5.และที่สำคัญต้องมีอุปนิสัยที่ไม่ก้าวร้าวครับ
1.ต้องมีอายุตั้งแต่อายุ 1-7 ปี
2.มีน้ำหนักตั้งแต่ 4 กิโลกรัมขึ้นไป 3.มีการฉีดวัคซีนรวมเป็นประจำ
5.และที่สำคัญต้องเป็นแมวบ้าน (แมวที่เลี้ยงตามบ้าน)ไม่ใช่แมวจรจัดครับ เพราะแมวจรจัดนั้นมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคต่างๆ สูงกว่าแมวบ้าน
หลายคนมองว่า จะพาสัตว์ไปบริจาคทั้งที ทำไมข้อแม้เยอะจัง???
สาเหตุที่ต้องมีเงื่อนไขเยอะนั้น ก็มีเหตุผลครับ ก็เนื่องจาก…
ในการรับบริจาคนั้น ต้องมั่นใจว่าคุณภาพของเลือดที่จะนำให้สัตว์อื่นจะต้องมีคุณภาพดีที่สุด
และที่สำคัญ เมื่อบริจาคแล้ว สัตว์เลี้ยงผู้บริจาค (ผู้ให้)จะต้องไม่มีอันตราย ไม่โทรมและมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงตามปกติด้วยครับ
ก่อนการบริจาคเลือด ก็ไม่ได้มีการเตรียมตัวเป็นพิเศษเลยครับ เพียงแค่…
– ไม่ให้เจ้าสี่ขาออกกำลังหนักๆ
– ไม่มีการให้ยาปฏิชีวนะ หรือยาบางอย่าง เช่น ยาสลายลิ่มเลือด เป็นต้น เท่านี้เองครับ
เรื่องการบริจาคเลือดในสุนัขและแมวยังไม่จบแค่นี้ สัปดาห์หน้า เรามาคุยกันเรื่องขั้นตอนการบริจาคเลือดกันต่อครับ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย