ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/289518

ครบรอบ 3 ปี แห่งความสำเร็จในการรณรงค์ฉีดวัคซีนเอชพีวี
ทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิดงานครบรอบ 3 ปี แห่งความสำเร็จในการรณรงค์ฉีดวัคซีนเอชพีวีแก่เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภายใต้ชื่อ “Sustainable Success of BMA 3rd Year HPV Vaccination” ณ โรงเรียนวิชูทิศ เขตดินแดง กทม.โดยเปิดเผยว่า กทม.ห่วงใย ตระหนัก และเห็นความสำคัญในการป้องกัน เฝ้าระวังโรคตามนโยบายของ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง โดยเฉพาะการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ปีละ 9,999 ราย ซึ่งประเทศไทยมีสตรีเสียชีวิตจากโรคนี้เฉลี่ยวันละ 14 คน และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาเฉลี่ย 50,000 บาทต่อคน โดยโรคมะเร็งปากมดลูก ทั้งนี้จากการศึกษายืนยันว่าการฉีดวัคซีนเอชพีวีให้แก่เด็กในช่วงอายุ 10-12 ปี มีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกอย่างสูงสุด ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การให้บริการวัคซีนป้องกันเอชพีวีในนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ส่งผลให้ กทม.เป็นมหานครแห่งความปลอดภัยของทุกคน ประชาชนมีสุขภาพที่ดี มีภาวะการเจ็บป่วยและการตายด้วยโรคที่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงและโรคที่ป้องกันได้ลดลง กิจกรรมประกอบด้วย การจัดนิทรรศการเกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูก การแสดงของนักเรียนโรงเรียนวิชูทิศ การสัมภาษณ์ความคิดเห็นของดาราในประเด็น “ห่วงใยใส่ใจ…ป้องกันภัยมะเร็งปากมดลูก” โดยมีผู้ร่วมงานจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ตลอดจนประชาชนและผู้สนใจจำนวนรวมทั้งสิ้น 250 คน

ทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯ กทม.
ด้าน วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัด กทม. กล่าวว่ามะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 2 ในหญิงไทยที่รองจากมะเร็งเต้านม ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ประมาณ 6,500 รายต่อปี และมีผู้ป่วยเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกประมาณ 2,000 รายต่อปี โรคนี้ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์แต่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Human Papilloma Virus หรือเชื้อ HPV ชนิดที่ก่อมะเร็งแบบฝังแน่น ซึ่งปัจจุบันเราพบว่ามีอย่างน้อยถึง 15 สายพันธุ์ ทำให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูก และกลายพันธุ์เปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด ซึ่งสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่นสายพันธุ์ที่ 16, 18, 31, 33, 35, 39 และ 45 นั้นในประเทศไทยเราพบสายพันธุ์ที่มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งปากมดลูกมากที่สุดเช่นเดียวกับในภาพรวมของโลกก็คือ สายพันธุ์ที่ 16 และ 18 ซึ่ง 2 สายพันธุ์นี้เกี่ยวเนื่องถึงประมาณร้อยละ 73.8 จากการศึกษาถึงประโยชน์และความคุ้มค่าของการใช้วัคซีน HPV ซึ่งมีหลายการศึกษาได้ยืนยันแล้วว่า การฉีดวัคซีน HPV ให้กับเด็กผู้หญิงในช่วงอายุ 10-12 ปี จะมีประสิทธิภาพในการป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้อย่างสูงสุด

วันทนีย์ วัฒนะ รองปลัด กทม.
ทั้งนี้สำนักอนามัย โดย นพ.ชวินทร์ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัยได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว จึงได้ดำเนินการมอบหมายให้ศูนย์บริการสาธารณสุขทุกแห่งให้บริการวัคซีนเอชพีวีแก่เด็กนักเรียนหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 3 โดยมีอัตราความครอบคลุมการให้วัคซีนเอชพีวีอยู่ที่ร้อยละ 96-98 ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ดำเนินโครงการขยายการให้บริการวัคซีนเอชพีวีในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค พ.ศ. 2560 แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สำนักอนามัยจะเป็นผู้จัดหาวัคซีนสำหรับนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครและกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้สนับสนุนวัคซีนสำหรับนักเรียนในสังกัดอื่นๆ อันจะส่งผลให้สามารถลดอุบัติการณ์อัตราการเสียชีวิตและลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกได้

นพ.ชวินทร์ ศิรินาค

