ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘พระราชวังจันทน์’ ภูมิเรียนรู้ประวัติศาสตร์พิษณุโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/289540

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พระราชวังจันทน์’ ภูมิเรียนรู้ประวัติศาสตร์พิษณุโลก

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พระราชวังจันทน์’ ภูมิเรียนรู้ประวัติศาสตร์พิษณุโลก

วันอาทิตย์ ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์

การขุดสำรวจพื้นที่โบราณสถานโดยเฉพาะ พระราชวังจันทน์ที่เมืองพิษณุโลกนั้นได้ทำให้มีความชัดเจนในเรื่องราวของวังหน้าแห่งนี้มากมาย ดังนั้นโครงการเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรม “เปิดตำนานวังหน้าจากอดีตถึงปัจจุบัน” ซึ่งมี คุณเด่นดาว ศิลปานนท์ และ คุณนาตยา ภูศรี นักโบราณคดีคนเก่งเป็นวิทยากรความรู้นั้น ทำให้มีการศึกษาข้อมูลจากสถานที่จริงกันขึ้นซึ่งปัจจุบันนี้ได้ขยายบริเวณของพระราชวังจันทน์และจัดตั้งศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ นับเป็นแหล่งการเรียนรู้ที่น่าสนใจถึงการวิเคราะห์สถานที่ และสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ทำให้เข้าใจเรื่องราวมากขึ้น

พระราชวังจันทน์แห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนวังจันทน์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ติดค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองทัพภาคที่ ๓ และศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หลังจากมีการย้ายโรงเรียนพิษณุโลกซึ่งอยู่บนพื้นที่ดังกล่าวแล้ว กรมศิลปากรได้ทำการบูรณะค้นหาแนวเขตพระราชวังจันทน์มาอย่างต่อเนื่องมาจนสามารถกันบริเวณพระราชวังจันทน์
ที่จมอยู่ใต้ดินให้ปรากฏขึ้น แม้จะมีบางส่วนที่ยังจมอยู่ใต้ดินและถูกใช้อยู่ก็ตาม ก็ฝากความหวังว่าจะมีการสำรวจต่อให้ปรากฏความสมบูรณ์ได้ในอนาคต เพราะพระราชวังจันทน์แห่งนี้มีประวัติการสร้างมาแต่ครั้งพระมหาธรรมราชา ที่ ๑ (พระยาลิไท) พ่อขุนองค์ที่ ๖ซึ่งเป็นโอรสของ พระยาเลอไท พ่อขุนองค์ที่ ๔ แห่งราชวงศ์พระร่วง ครองกรุงสุโขทัยระหว่าง พ.ศ.๑๘๙๐-๑๙๐๔  พระมหาธรรมราชาที่ ๑ เสด็จครองราชสมบัติแคว้นสุโขทัย ณ เมืองพิษณุโลก และทรงครองเมืองพิษณุโลกระหว่าง พ.ศ.๑๙๐๕-พ.ศ.๑๙๑๒ เป็นเวลา๗ ปี ครั้งนั้นพระองค์ได้สร้างพระราชวังจันทน์บนเนินดินบนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่าน สันนิษฐานว่าเป็นพระราชวังที่เคยเป็นที่ประทับของพ่อขุนสมัยสุโขทัย จนถึงอยุธยา เมื่อครั้งสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ กษัตริย์แห่งอยุธยา ทรงย้ายราชธานีมาอยู่ที่เมืองพิษณุโลกเมื่อพ.ศ.๒๐๐๖ นั้น พระองค์ทรงใช้พระราชวังจันทน์เป็นที่ประทับมาตลอด เชื่อว่ามีการก่อสร้างเพิ่มเติมในสมัยพระองค์ด้วย


แนวกำแพงพระราชวังจันทน์ (2)

จากนั้นพระราชวังจันทน์ก็ใช้เป็นที่ประทับของพระมหาอุปราชของอยุธยาในสมัยต่อมา จนถึงสมัยของสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราชทรงให้สมเด็จพระนเรศวรเสด็จไปประทับอยู่ที่พระราชวังจันทน์ ทำให้พระราชวังจันทน์ดูเหมือนเป็นวังหน้า จากนั้นก็ไม่ปรากฏว่ามีเชื้อพระวงศ์พระองค์ใดไปอยู่ที่พระราชวังจันทน์อีกด้วยเหตุพระราชวังจันทน์ร้างลงและไม่มีใครสนใจจนเข้าไปใช้พื้นที่ตั้งค่ายตั้งโรงเรียนกันนั่นแหละในจดหมายเหตุระยะทางไปพิษณุโลกของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจิตรเจริญ กรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ เสด็จตรวจราชการเมืองพิษณุโลก ในพ.ศ.๒๔๔๔โปรดให้ขุนศรเทพบาล สำรวจรังวัดจัดทำผังพระราชวังจันทน์ขึ้น และในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ได้มีการเสด็จสังเวยเทพารักษ์วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ.๒๔๔๔ มีพระราชหัตถเลขาระบุว่ามีซากพระราชวังก่อด้วยอิฐ สูงพ้นดิน ๒-๓ ศอกเศษมีพระที่นั่งคล้ายพระที่นั่งจันทรพิศาลในพระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี มีกำแพงวัง ๒ ชั้น มีสระสองพี่น้องอยู่นอกกำแพงวัง ภายหลังปรักหักพังเป็นป่ารกในสงครามอะแซหวุ่นกี้ตีเมืองพิษณุโลก


ประตูพระราชวังจันทน์

เมื่อ พ.ศ.๒๔๗๕ โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมได้ย้ายมาจากบริเวณวัดนางพญา มาตั้งบนพื้นที่พระราชวังจันทน์ ทำให้มีการปรับพื้นที่ก่อสร้างอาคารสถานที่มากมาย จนเมื่อพ.ศ.๒๕๓๕ โรงเรียนมีการก่อสร้างอาคารเรียน ๔ ชั้น ที่บริเวณสนามบาสเกตบอลใกล้ต้นโพธิ์ใหญ่ ขณะขุดหลุมเสาฐานรากนั้นได้พบซากอิฐเก่า กรมศิลปากรจึงได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๖ มีพื้นที่ ๑๒๘ ไร่๒ งาน ๕๐ ตารางวา จึงเป็นเหตุให้พระราชวังจันทน์นั้นถูกฟื้นฟูเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ในที่สุดปัจจุบันทั้ง อบจ.พิษณุโลก กรมศิลปากร กองทัพภาคที่ ๓ได้ร่วมกันดำเนินการพัฒนาเขตโบราณสถานพระราชวังจันทน์ให้เป็นสถานที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยวในมิติประวัติศาสตร์เมืองพิษณุโลก ที่สามารถเชื่อมโยงความรู้ไปยังวัดสำคัญที่อยู่โดยรอบ


ภูมิสถานพระราชวังจันทน์


วัดวิหารทอง


การขุดสำรวจพระราชวังจันทน์


จำลองพระราชวังจันทน์

Leave a comment