ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/289549

หนังสือเด่น : บรรพชาปวัตน์(คำกลอน) วัฒนธรรมการบวชแห่งพุทธศาสนา
บรรพชาปวัตน์ คำกลอน เขียนโดย นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย เป็นหนังสือที่บอกเล่า วัฒนธรรม ประเพณีของคนไทยที่นับถือพุทธศาสนา ซึ่งมีความเชื่อว่า การได้สืบทอดประเพณีการบวชให้แก่ลูกหลาน นอกจากจะเป็นการจรรโลงพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นกุศลกรรมที่ส่งให้ผู้สืบทอดได้รับอานิสงส์ “แห่งคุณความดี” ส่งให้ก้าวไปสู่โลกแห่งสวรรค์ในภายภาคหน้าอีกด้วย
หนังสือเล่มนี้ ถูกเขียนเป็น คำกลอน (กลอนแปด) มีด้วยกันทั้งสิ้น 454 บท กล่าวถึง เรื่องราว ประเพณีการบวชพระของพุทธศาสนิกชน โดยผู้เขียนผูกเรื่องราวให้ง่ายต่อการเข้าใจ และจดจำ โดยจัดทำเป็นลักษณะของนิยาย กล่าวคือ มีตัวละคร มีการดำเนินที่ติดต่อเชื่อมโยงกันไปในวิถีชีวิต โดยกำหนดให้ตัวเอกของเรื่อง ชื่อ นายเพียร ที่เริ่มต้นชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยการถูกพ่อแม่ส่งให้เข้าเรียนหนังสือกับพระในวัด เพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ ซึ่งในสมัยโบราณถือว่า วัดคือ แหล่งเรียนรู้วิชาการให้กับกุลบุตร เพื่อการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในภายหน้า และเด็กชายเพียร เมื่อถูกส่งเข้าร่ำเรียนอยู่ในวัด จนเติบโต ก็ออกมาช่วยพ่อแม่ทำนา ในประเพณีของชาวไทยที่อยู่ชนบท และพออายุถึงเกณฑ์บวชเป็นพระเขาก็สละเรื่องทางโลกเข้าสู่แวดวงธรรมจักร และในหนังสือเล่มนี้จะบอกเล่าถึงพิธีการ การปฏิบัติในกิจวัตรของพระภิกษุที่อยู่ในวัด และประเพณีการจัดงานบวชให้ลูกหลานอย่างละเอียด ตลอดรวมไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพระบวชใหม่และลูกศิษย์วัดที่อาศัยอยู่ในวัดอย่างละเอียด
สรุปว่าเป็นหนังสือที่ ถ่ายทอด ประเพณี ภูมิปัญญา แนวคิด และวิถีชีวิตของคนไทยในอดีตที่ยังคงให้ความสำคัญของวัดเป็นที่ตั้ง ทำให้ได้เห็นภาพ และรับรู้ถึงโลกในขอบเขตวัดที่แตกต่างไปจากโลกที่อยู่นอกวัด
หนังสือเล่มนี้ ได้รับรางวัล ในฐานะหนังสือดีเด่นของมูลนิธิจอห์นเอฟ เคนเนดี เมื่อราวปี 2514 ที่เนื้อหาซึ่งปรากฏ ยังคงถูกนำมาใช้ปฏิบัติกับพุทธศาสนิกชนอยู่ในเวลานี้
หนังสือเล่มนี้นอกจากจะได้ทราบ ประเพณีในการบวชของชาวพุทธแล้ว ยังได้พบกับความไพเราะของบทกลอนที่ผู้เขียน เขียนไว้ได้อย่างไพเราะด้วยศัพท์ที่ไม่วิลิศมาหรามากมาย จึงอ่านได้สบายๆ โดยไม่ต้องแปลไทยให้เป็นไทย
อีกทอดหนึ่ง
เป็นหนังสือที่เหมาะกับชาวไทย โดยเฉพาะการได้เรียนรู้เพื่อสืบทอดและรักษาวัฒนธรรมประเพณีทางพุทธศาสนาในเรื่องของการบวชพระเป็นอย่างยิ่ง

เผยความลี้ลับของอาคมที่โลกคาดไม่ถึง
เรื่องราวที่มหัศจรรย์แห่งศาสตร์โบราณ
“มหากาพย์แห่งเหมาซาน” เขียนโดย “ต้าลี่จินกังจ่าง” แปลเป็นไทยโดย “หลินหยาง” จำหน่ายเล่มละ 290 บาท วางตลาดเล่มที่ 8 ซึ่งเป็นตอนจบของเรื่องราวอันเป็นศาสตร์ที่ลี้ลับของคนจีนโบราณที่ทุกวันนี้ แม้จะพิสูจน์ให้ประจักษ์ไม่ได้ แต่ทุกคนก็ยังให้ความเชื่อถือ เนื้อหาของหนังสือเรื่องนี้ กล่าวถึงเหตุการณ์ในประเทศจีนยุคปฏิวัติวัฒนธรรม ของท่านประธานเหมา ทำให้ชายหนุ่มคนหนึ่งได้พบกับคัมภีร์ไสยเวทย์ของคนจีนโบราณที่เมื่อเขานำออกมาใช้ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงมากมาย เป็นนิยายที่ให้ความตื่นเต้น และข้อกังขาในเรื่องของความเชื่อระหว่างไสยศาสตร์โบราณกับความเป็นวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน

ลอบฆ่าไม่สำเร็จ จึงต้องมีแผนต่อเนื่อง
แต่ความลับไม่มีในโลกนี้ ทุกอย่างเริ่มกระจ่าง
“เหยี่ยวมาร สยบสิบทิศ ภาค 3” ซึ่งเป็นภาคจบที่สมบูรณ์ของนิยายจีนกำลังภายในในชุด เหยี่ยวมารสะท้านสิบทิศ จากการประพันธ์ของ “หวงอี้” แปลเป็นไทยโดย “น.นพรัตน์” ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงเล่มที่ 18 เหตุการณ์ยังคงดำเนิน ชิงไหวชิงพริบ และสวมหน้ากากเข้าหากันอยู่ตลอดเวลา แบบใครจะเผลอตัวไม่ได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งในเล่มที่ 17 จบลงเมื่อ เถียนสั้งเอียน ใช้กลอุบายลอบฆ่า หลงอิง ไม่สำเร็จในคราวที่เชิญให้มาร่วมวงสุรา เป็นเหตุทำให้ความบาดหมางของทั้งสองฝ่ายแผ่กว้างขึ้น เรื่องราวที่คาดว่าจะจบลงด้วยดีกลับบานปลายออกไปแบบคาดไม่ถึง ทำให้ตัวละครอีกหลายตัวพลอยได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปอีกยาว จำหน่ายเล่มละ 170 บาท

‘ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง’ความฝันของคนโลกใหม่
ขอเพียงความสุขสบายจากความเพ้อฝันที่เคยพบในนิยาย
“ย้อนเวลาขึ้นเป็นอ๋อง” เขียนโดย “เยี่ยกวน” แปลเป็นไทยโดย “น.นพรัตน์” เป็นนิยายจีนโบราณอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้เขียน เสียดสีความรู้สึกของคนยุคใหม่กับคนยุคโบราณที่มีความคิดเพียงแค่มองทุกอย่างเพียงฉาบฉวย เนื้อหากล่าวถึงเซลล์แมนในยุคปัจจุบันคนหนึ่งหลงเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งอดีต ซึ่งแทนที่เขาจะตื่นเต้นแปลกประหลาด แต่เขากลับรู้สึกทุกอย่างเหมือนเป็นเรื่องเล่นๆที่เคยอ่านจากนิยายเพ้อฝันหลายๆเล่ม ทำให้เขาคาดหวังจะอาศัยความเป็นอ๋องมาสร้างความสุขสบายให้กับตัวเองในพระราชวัง แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น เรื่องราวทุกอย่างในนิยายเรื่องนี้จึงขัดกันไปหมดระหว่างความคิดเพ้อฝันกับความเป็นจริงที่ได้พบเห็น ตอนนี้ วางตลาดถึงเล่ม 11 แล้ว

นิยายอิงประวัติศาสตร์จีนยุคเปลี่ยนการปกครอง
จากระบบฮ่องเต้ เป็นเจ้าชีวิต เข้าสู่ยุคสาธารณรัฐ
“จิ่วถู” นับเป็นนักเขียนนิยายจีนกำลังภายในคนหนึ่งที่เป็นที่ยอมรับของนักอ่านรุ่นใหม่ ซึ่งเคยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์มาแล้วหลายเรื่อง อาทิ ยุทธการล่าบัลลังก์,ขุนโจรคู่บัลลังก์ และเทพบุตรคู่บัลลังก์ ซึ่งหลังจากที่ประสบความสำเร็จในนิยายรูปแบบโบราณแล้ว เขาได้มาแต่งนิยายอิงประวัติศาสตร์ของจีนอีกเรื่องหนึ่ง คือ “ไฟรักไฟสงคราม”เป็นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ใหม่ขึ้นมาจากยุคเดิม คือ เป็นเรื่องในยุคที่จีนเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบฮ่องเต้ มาสู่ระบบสาธารณรัฐ ในนิยายเรื่องนี้ทำให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่ต้องเสียเลือดเนื้อของคนจีนมากมาย และมีเหตุการณ์ที่ชวนให้น่าติดตามอย่างมาก เพราะเป็นเรื่องราวที่ยังสืบทอดมาถึงวันนี้ แปลเป็นไทยโดย “จีรกิตติ์ ลิ่มธันยพงพงศ์” ราคาเล่มละ 290 วางตลาดถึงเล่มที่ 5 แล้ว