หลอดเลือดหัวใจแตกเซาะ ภัยเงียบที่ป้องกันได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า’http://www.naewna.com/lady/289660

หลอดเลือดหัวใจแตกเซาะ ภัยเงียบที่ป้องกันได้

หลอดเลือดหัวใจแตกเซาะ ภัยเงียบที่ป้องกันได้

วันจันทร์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ในร่างกายของเรามีหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า (Aorta) เป็นหลอดเลือดแดงหลักที่ทำหน้าที่ลำเลียงเลือดจากหัวใจไปสู่อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย โดยความผิดปกติที่มักเกิดขึ้นกับหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ต้า คือ การขยายตัว (โป่งพอง) ของหลอดเลือดจนกลายเป็นถุงขังเลือดไว้ และเมื่อหลอดเลือดมีสภาวะโป่งพองมากขึ้น ก็จะมีความเสี่ยงที่หลอดเลือดจะแตกออกและอาจเป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้ ซึ่งโดยเฉลี่ยจะมีผู้ป่วยเพียง 1 ใน 4 เท่านั้นที่จะรอดชีวิตหลังจากเกิดภาวะหลอดเลือดแดงแตก

นายแพทย์วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล รองผู้อำนวยการศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ผู้ป่วยของโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพที่เข้ามารับบริการ มีทั้งผู้ป่วยที่เข้ารับบริการรักษาแบบทั่วไปเมื่อตรวจพบอาการและบ่อยครั้งที่เป็นผู้ป่วยฉุกเฉิน ส่วนใหญ่มักเป็นผู้ป่วยเส้นเลือดแดงโป่งพองปริแตก หรือในบางรายที่ยังไม่แตก แต่ผู้ป่วยมีอาการบ่งชี้อย่างมากว่าเสี่ยงอันตราย ตัวอย่างถัดมาคือ ผู้ป่วยเส้นเลือดอุดตัน และผู้ป่วยเส้นเลือดแดงโป่งพองแตกเซาะ ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักของคนส่วนใหญ่ แต่มีอันตรายถึงชีวิต หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที

“สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ป่วยภาวะเส้นเลือดแดงโป่งพองแตกเซาะมีกลุ่มอายุที่น้อยลง จากเดิมส่วนใหญ่จะพบในกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป จนถึง 60-70 ปี แต่ปัจจุบันกลับพบในกลุ่มผู้ป่วยอายุน้อยกว่านั้น และล่าสุดพบในผู้ป่วยชายที่มีอายุเพียง 29 ปี เท่านั้น โดยผู้ป่วยรายนี้มาโรงพยาบาลด้วยอาการแน่นหน้าอกมาก เหนื่อย หายใจไม่ทัน และตัวเขียว หลังผ่านการวินิจฉัยและเอกซเรย์คอมพิวเตอร์จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนครปฐม พบว่าเป็นเส้นเลือดแดงโป่งพองแตกเซาะ และต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน ซึ่งในที่สุดแพทย์ได้แนะนำให้ผู้ป่วยย้ายมาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพในคืนนั้น”

นายแพทย์วิฑูรย์ ยกตัวอย่างเคสที่น่าสนใจว่า มีคนไข้รายหนึ่งเป็นผู้ชายอายุน้อยและตัวใหญ่ค่อนไปทางอ้วน ความดันสูง ไม่เคยตรวจสุขภาพ ไม่รู้ว่าตัวเองมีไขมันในเส้นเลือดสูง อยู่ๆ ก็มีอาการปวดร้าวไปข้างหลัง ขาข้างขวาหมดแรง เดินไม่ได้ปวด ขาข้างซ้ายหมดแรงตามมาหลังจากนั้น จากผลเอกซเรย์ในคอมพิวเตอร์พบว่าเป็นเส้นเลือดแดงโป่งพองแตกเซาะ เซาะลงไปตั้งแต่ทางด้านหน้าและด้านหลัง เกิดการอุดตันเส้นเลือดที่ขาสองข้างทำให้วัดความดันที่ขาไม่ได้ ส่วนที่ตัวเขียวเพราะออกซิเจนในกระแสเลือดน้อยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เมื่อทำอัลตราซาวนด์หัวใจพบว่า ผู้ป่วยมีลิ้นหัวใจรั่วมาก เนื่องจากการแตกเซาะย้อนกลับมาที่หัวใจและทำให้ลิ้นหัวใจรั่วมาก รวมถึงเซาะลงไปรอบๆ เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ และบางส่วนเซาะไปที่เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองด้วย

“การผ่าตัดจึงจำเป็นต้องใช้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่มีความสามารถถึง 3-4 คน ไม่รวมแพทย์วางยาสลบ พยาบาลผู้ช่วย และผู้มีความรู้ทางเทคนิคในการปฏิบัติงาน ในการผ่าตัดหลักเปลี่ยนเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ออกจากหัวใจรวมทั้งเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองและแขนทั้ง 2 ข้าง ร่วมกับการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจการผ่าตัด ทั้งหมดผ่านพ้นมาด้วยดี จนเวลานี้คนไข้แข็งแรงเป็นปกติกลับบ้านได้ เช่นเดียวกับกล้ามเนื้อขาที่ค่อยๆ ดีขึ้นร่วมกับการทำกายภาพบำบัดตามที่แพทย์แนะนำ”

ทีมเวิร์ก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และความพร้อม 24 ชั่วโมง เป็นหัวใจหลักของการรักษาผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉินที่รองผู้อำนวยการศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพให้ความสำคัญ เพราะเส้นเลือดแดงโป่งพองแตกเซาะ เกิดขึ้นบริเวณเส้นเลือดปกติที่เรารู้จัก แต่มีผนังของเส้นเลือดบางส่วนแตก แค่ไม่ได้ทะลุแตกออกมาข้างนอก ซึ่งหากทะลุนั่นหมายความว่า คนไข้ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตเนื่องจากเสียเลือดมาก และส่วนใหญ่อาการแตกเซาะจะแตกจากชั้นในเข้าไปในชั้นกลางก่อนถึงชั้นนอก โดยเซาะเข้าไปในเส้นเลือดทำให้เส้นเลือดด้านนอกโป่งออกส่วนด้านในแฟบเข้ามา ทำให้เลือดที่ไหลไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายผิดปกติ หากไม่ได้รับการรักษารวดเร็วโดยการผ่าตัด กว่า 90 เปอร์เซ็นต์อาจเสียชีวิตได้ แต่นับว่ายังเสี่ยงกว่าไม่ผ่าตัดโดยด่วนหลังวินิจฉัยอาการ

การผ่าตัดในครั้งนั้น แม้ประสบความสำเร็จ แต่นับเป็นความสำเร็จที่ปลายเหตุเท่านั้น ซึ่งการป้องกันการเกิดโรคและอาการผิดปกติในร่างกายที่ดีที่สุด เริ่มจากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยง หากน้ำหนักตัวมากควรลดอาหารบางอย่าง กินอาหารที่มีไขมันดี เน้นปลาและผัก หากมีความดันโลหิตสูงต้องใช้ยาลดความดัน สร้างความสมดุลหากเกิดภาวะเครียด ออกกำลังกายเป็นประจำ รวมถึงหมั่นตรวจสุขภาพ อย่ารอให้สายเกินแก้

โชษิตา เทพยสุวรรณ ผู้จัดการธุรกิจบัตรเครดิต เคทีซี ให้ความเห็นว่า ปัจจุบันได้มีปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรคร้ายมากมาย อาทิ สภาวะแวดล้อม พฤติกรรมการบริโภค และ ความเครียด ถึงขั้นส่งผลให้เกิดอาการ ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง หรือ ผนังหลอดเลือดอ่อนแอ ซึ่งนำไปสู่โรคเส้นเลือดแดงโป่งพองหรือถึงขั้นแตกได้ เคทีซี จึงได้ร่วมกับ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ นำโดย นายแพทย์ประดับ สุขุม ผู้อำนวยการ และนายแพทย์ วิฑูรย์ ปิติเกื้อกูล รองผู้อำนวยการศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก จัดโปรแกรมให้สมาชิกสามารถเข้ารับบริการตรวจหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง (Aneurysm Screening) ในราคา 6,300 บาท จากราคาปกติ 7,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม-31 ธันวาคม 2560 ณ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ซอยศูนย์วิจัย

ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC Phone โทรศัพท์ 02-1235000 หรือที่เว็บไซต์ http://www.ktc.co.th หรือสมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ

Leave a comment