Rookies : ‘เนย-ปภาดา’จากเวทีนางแบบ สู่งานแสดงที่ฝัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/293602

Rookies :  ‘เนย-ปภาดา’จากเวทีนางแบบ สู่งานแสดงที่ฝัน

Rookies : ‘เนย-ปภาดา’จากเวทีนางแบบ สู่งานแสดงที่ฝัน

วันเสาร์ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นางเอกสาวขายาวดีกรีนางแบบ “เนย-ปภาดา กลิ่นสุมาลย์” ที่แจ้งเกิดในละครบู๊เรื่อง “นักรบตาปีศาจ” ของค่ายดีด้า ทางช่อง 7 และตอกย้ำกระแสความแรงกันต่อด้วยละครเรื่อง “ละอองดาว” ซึ่งกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้เธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง วันนี้เรามีคำตอบให้ทุกคน

จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิง

เริ่มเข้าวงการจากการประกวดไทยซูเปอร์โมเดล ไม่ได้เป็นลูกครึ่งค่ะเป็นลูกอีสานแท้ๆ เลย ก็มีคนทักว่าเป็นลูกครึ่งเยอะมาก ได้ตำแหน่งไทยซูเปอร์โมเดลปี 2015 หลังจากนั้นก็ได้เซ็นสัญญากับช่อง 7 และได้เล่นละครเรื่องแรกคือเรื่อง “ละอองดาว” ซึ่งรับบทเป็นหม่อมราชวงศ์ชลทิชา และเรื่อง “นักรบตาปีศาจ” เป็นละครเรื่องที่ 2 แต่ว่าเป็นเรื่องแรกที่ได้รับบทเป็นนางเอกค่ะ และได้ออนแอร์ก่อนพอนักรบตาปีศาจจบก็ได้ชมละอองดาวต่อเลย

ฝันที่เป็นจริง

ความฝันของหนูคืออยากจะเข้าวงการ ยังไม่ได้คิดต่อจากนั้นว่าจะไปด้านไหน เพราะว่าหนูเป็นคนชอบทำกิจกรรมมาตั้งแต่เด็กๆ และก็ชอบการแสดงมาตั้งแต่เด็กๆ ก็คิดแค่ว่าถ้าเรามีโอกาสได้ทำงานในวงการบันเทิงก็คงจะดีนะ ตอนที่หนูมาประกวดไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ที่หนึ่ง คือแม่อยากให้มาเพราะว่าแม่ชอบดูการประกวด แล้วแม่ก็บอกว่าลองไปประกวดดูไหม หนูก็ผลัดมาประมาณสามสี่ครั้งก็ไม่ยอมไปสักที แล้วตอนนั้นอยู่ปี 3 แม่ก็ถามอีกก็เลยลองดูก็ได้ แต่ตอนที่ไปเราไม่ได้ตั้งเป้าอยู่แล้วว่าเราจะได้ พอเรามาได้ 20 คนสุดท้าย เราก็ทำให้มันดีแล้วกันคิดว่ามันเป็นโชว์โชว์นึง ที่เลือกเวทีนี้คือหนูบอกเลยว่าหนูไม่ชอบเวทีนางงาม เพราะว่าหนูไม่ใช่คนหวาน หนูเป็นคนลุยๆ แล้วรู้สึกว่าเราไม่ต้องมายิ้มมาเดินช้าๆ ชอบความฉับๆ ความทะมัดทะแมง ที่มันจะเข้ากับตัวหนูมากกว่า ก็เลยเลือกที่จะมาประกวดเวทีนางแบบ

เมื่อสัมผัสการแสดงครั้งแรก

รู้สึกว่ามันยากมากเลยนะคะ มันตื่นเต้นไปหมดเลย เพราะว่าเรื่องมุมกล้องเราก็ไม่รู้ เราต้องมาเริ่มนับหนึ่งเลยค่ะ แล้วยิ่งมันจะยากก็เพราะว่าละครสองรื่องเป็นคาแร็กเตอร์ที่แตกต่างกันมากเรื่องละอองดาวจะเป็นคาแร็กเตอร์เรียบร้อย พูดน้อยอ่อนหวาน และเป็นละครแนวพีเรียดด้วยคำพูดมันก็จะยาก แต่เรื่องนักรบตาปีศาจคือบู๊สุดตัวไปเลยพลิกคาแร็กเตอร์ไปเลยค่ะ การถ่ายทำก็พร้อมกันด้วย แต่ก็จะไม่ค่อยยากในการแยกคาแร็กเตอร์เพราะว่ามันต่างกันมากเลย

เล่นละครเรื่องที่ 2 ก็ได้ขึ้นเป็นนางเอกเลย

ก็รู้สึกดีใจค่ะ เพราะรู้สึกว่าเวทีไทยซูเปอร์โมเดลคือเวทีที่ให้โอกาสคนและเป็นบันไดที่ทำให้หนูได้มาทำงานในวงการอย่างเต็มตัวก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่ช่องด้วยที่ให้โอกาสเราเพราะว่าหนูยังไม่แคยเล่นละครมาก่อนเลย อย่างตอนที่ได้เล่นเรื่องแรกละอองดาว หนูรู้สึกว่าเป็นความโชคดีของหนูที่ผู้ใหญ่กล้าให้หนูมาเล่นบทนี้ ความฝันของหนูคืออยากเป็นนางเอกไหมก็อยากเป็น แต่ไม่คิดว่ามันจะมาเร็วขนาดนี้ในความรู้สึกคือมันเร็วมากและเป็นความโชคดีมากที่ผู้ใหญ่ให้โอกาสเราตรงนี้ กับคำว่า “นางเอก” กังวลมากกลัวว่าเราจะทำให้กองต้องล่าช้าหรือเปล่าด้วยความที่มันเป็นบู๊ด้วยค่ะ กลัวว่าจะมาเป็นตัวถ่วงของเขาหรือเปล่าหนูไม่มีพื้นฐานทางการแสดงมาก่อนเลย คือถามว่าเล่นได้ไหมมันก็เล่นได้แต่เราไม่รู้ว่าในมุมมองของผู้กำกับคำว่าได้ของเรากับคำว่าได้ของเขามันไม่เหมือนกัน หนูรู้สึกว่าด้วยความที่เราเป็นเด็กใหม่มาเจอนักแสดงรุ่นใหญ่ที่เขาผ่านประสบการณ์มาเยอะแล้ว เราก็ต้องยิ่งทำการบ้านอย่างหนัก อย่างบทคิวบู๊หนูก็ต้องอ่านอย่างละเอียดเลย แต่ว่าก็โชคดีที่มีผู้กำกับคอยให้คำแนะนำ มีไปเรียนต่อยมวย เรียนการต่อสู้ขั้นพื้นฐานแล้วก็เรียนฝึกยิงปืน

ราชินีนักบู๊คนใหม่

ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเป็นนักบู๊ (ยิ้ม) แค่คิดว่าจะมาเป็นนางเอกหนูก็ยังไม่กล้าคิดเลย บอกตรงๆ นะคะ คือหนูเป็นแค่เด็กต่างจังหวัดคนนึงที่มีความฝันว่าอยากเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง นั่นคือสิ่งที่เราคิดว่ามันสูงสุดแล้ว การที่จะได้เข้ามาทำงานในวงการนี้มันเหมือนเป็นความทะเยอทะยานของเด็กต่างจังหวัดคนนึงค่ะ ตอนแรกไม่ได้คิดว่าอยากจะมีชื่อเสียงหนูแค่รู้สึกว่าชอบการแสดง และอยากทำอยากลองทำอยากมีคนให้โอกาสมายืนตรงจุดนี้บ้าง แล้วแม่ก็สนับสนุนเพราะว่าชอบดูประกวดเวทีต่างๆ และส่งเสริมทุกอย่าง โชคดีที่พ่อกับแม่หนูไม่เคยห้ามอะไรเลย อยากทำอะไรทำอยากลองอะไรลอง และอะไรที่ทำแล้วเราคิดว่ามันจะไปได้ดีก็ลองเลย ก่อนที่จะมาประกวด ตอนอยู่ ม.5 ก็ขอแม่ไปเรียนเดินแบบ แต่ตอนนั้นยังไม่คิดว่าจะมาเวทีนี้นะคะ แค่เราอยากฝึกบุคลิกภาพตัวเองแล้วเราอยากมาลองหาประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะว่าที่บ้านหนูที่โคราชไม่มีอะไรแบบนี้ ตอนนั้นมันเป็นโรงเรียนสอนเดินแบบของ “พี่โย-ยศวดี” หนูเห็นเขาโฆษณาในทีวีก็เลยขอแม่ว่าอยากเรียนเพราะว่าช่วงนั้นก็ปิดเทอมพอดี แม่ก็เลยเห็นว่าอยากลองก็ลองดู

หลงเสน่ห์การเดินแบบ

พอได้ลองแล้วก็รู้สึกชอบเลยค่ะ รู้สึกว่ามันถูกจริตกับเรา พอลองไปเรียนที่โรงเรียนเดินแบบเขาก็จะมีป้อนงานให้ ได้ไปเดินงานแฟชั่นโชว์ต่างๆแต่อาจจะเป็นเวทีเล็กๆ งานเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งตอนนั้นหนูก็เป็นนางแบบได้แล้วเพราะว่าเป็นคนสูงๆ ผอมๆ มาตั้งแต่เด็กๆ ก็มีงานเดินแบบตั้งแต่ ม.5 แล้วก็นั่งรถทัวร์เข้ามาเรียนที่กรุงเทพฯด้วยค่ะ เย็นวันศุกร์ก็จะนั่งรถทัวร์มาแล้วมาค้างกับพี่สาวที่อยู่หอพักที่กรุงเทพฯ แล้วเราก็ไปเรียนเดินแบบวันเสาร์ วันอาทิตย์ก็ต้องนั่งรถทัวร์กลับ เป็นความรู้เป็นประสบการณ์ที่เราได้นำมาใช้ในเวทีจริงตอนที่ประกวด และอีกอย่างพอเราได้มีโอกาสมาทำงานแม้ว่าจะเป็นแฟชั่นโชว์เล็กๆ น้อยๆ แต่สิ่งนั้นมันก็เป็นสิ่งที่เราสะสมมาเรื่อยๆ และเป็นประสบการณ์ พอเรามาประกวดเวทีใหญ่เลยเหมือนว่าเรามีพื้นฐานมาบ้างแล้ว

กับความสำเร็จในวันนี้

ก็ดีใจค่ะหนูรู้สึกว่ามันเร็วมากคือระยะเวลาค่อนข้างเร็วหนูดีใจและอยากขอบคุณทุกคนที่อยู่ข้างหลังทั้งพ่อแม่ใครหลายๆ คนที่คอยผลักดันหนูให้มาอยู่ตรงนี้ หนูก็คิดว่าจะเดินตามความฝันไปให้ได้ไกลที่สุด เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เรารักและเราอยากทำมาตั้งนานแล้วก็เต็มที่กับมัน หนูเป็นคนกล้าแสดงออกมาตั้งแต่เด็กๆ และเป็นคนลุยๆ ที่บ้านจะเลี้ยงให้กล้าคิดกล้าทำลองผิดลองถูกให้รู้ได้ด้วยตัวเอง พ่อจะไม่ค่อยห้ามเลยอยากไปไหนไปอยากทำอะไรทำ เขาก็จะคอยสอนเราคอยให้วัคซีนเราอยู่เรื่อยๆ อีกอย่างคือพ่อกับแม่ก็มั่นใจอยู่แล้วว่าสิ่งที่เขาสอนมันจะทำให้เรารู้ได้ด้วยตัวเอง เพราะว่าหนูเป็นคนที่ถ้าอยากรู้อะไรแล้วก็ต้องลอง

คือความหวังของครอบครัว

แค่วันที่หนูได้ตำแหน่งไทยซูเปอร์โมเดล บอกตรงๆ ว่าหนูไม่กล้ามองลงมาข้างล่างเลยเพราะว่าพ่อกับแม่น้ำตาไหล คือเราอยู่บนเวทีซึ่งมันเป็นวินาทีที่สำคัญมากๆ ในชีวิต ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไรเลยแต่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ทำความฝันของตัวเอง แต่มันคือการทำความหวังของพ่อแม่ให้เป็นจริงด้วย หนูไม่ได้แบกมาแค่ตัวคนเดียว แต่หนูแบกความหวังความตั้งใจของพ่อแม่ที่ผลักดันเรามาถึงตรงจุดนี้ จุดประสงค์หลักที่หนูทำงานที่มายืนจุดนี้ก็เพื่อที่จะเลี้ยงดูพ่อแม่อยากให้พ่อแม่สบาย

ก็อยากจะฝากละครทั้งสองเรื่องของเนยด้วยนะคะเป็นสองเรื่องที่คาแร็กเตอร์ต่างกันสุดขั้วเลยและเนยก็ตั้งใจทำงานนี้อย่างเต็มที่ไม่อยากให้คนดูผิดหวังอยากฝากไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของแฟนๆด้วยค่ะ

Leave a comment