‘กฤษฎา’ขีดเส้น3เดือนดัน2เรื่องด่วน งัดนโยบาย3ต.‘ต่อ-เติม-แต่ง’ขับเคลื่อนงานเกษตรฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/307373

x

‘กฤษฎา’ขีดเส้น3เดือนดัน2เรื่องด่วน งัดนโยบาย3ต.‘ต่อ-เติม-แต่ง’ขับเคลื่อนงานเกษตรฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ทั้ง 2 คน รับผิดชอบคนละ 2 กลุ่มภารกิจ โดย นายลักษณ์ วจนานวัช ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการจัดหาเงินทุน จะดูแลเรื่องการวางแผนผลผลิตทางการเกษตรและเรื่องส่งเสริมช่องทางการตลาด ส่วน นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ ทฤษฎีใหม่ จะดูแลเรื่องขั้นตอนการผลิตสินค้าการเกษตร การน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาส่งเสริมให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นหลักในการประกอบอาชีพและดำเนินชีวิต

สำหรับการขับเคลื่อนงานของกระทรวงเกษตรฯ จะต้องบำบัดทุกข์บำรุงสุขเกษตรกรอย่างแท้จริง ดังนั้น ทุกโครงการที่ดำเนินการต้องสามารถจับต้องได้ จึงได้มอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ นำไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน เรียกว่า “นโยบาย 3 ต.” ได้แก่ ต่อ – เติม – แต่ง โดย “ต่อ” คือ การสานต่อนโยบายเดิมของกระทรวงเกษตรฯที่ดีอยู่แล้ว ให้มีการขยายผลต่อเนื่อง “เติม” คือ การเพิ่มรายละเอียดให้โครงการเดิมที่ยังไม่สมบูรณ์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มจำนวนคน และเพิ่มงบประมาณ เป็นต้น และ “แต่ง” คือ การปรับปรุง เปลี่ยนแปลงในโครงการเดิมที่ไปต่อไม่ได้ หรือควรจะปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความเหมาะสมมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้มอบนโยบายการทำงานให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ โดยลดขั้นตอนการปฏิบัติทางราชการลง เพื่อให้การทำงานเกิดความคล่องตัวและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเน้นเรื่องผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ สำหรับเป้าหมายการทำงานในช่วงระยะ 3 เดือนแรก จะดำเนินการใน 2 เรื่องสำคัญ คือ 1.มาตรการใดที่กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการดูแลช่วยเหลือเกษตรกรทุกกลุ่มแล้วได้ผล ก็จะขยายผลต่อเนื่องให้เพิ่มมากขึ้น และ 2.จะพิจารณาดูว่ามาตรการใดที่ยังมีจุดอ่อนก็จะเร่งปรับปรุงแก้ไข ทั้งนี้ ได้หารือร่วมกับปลัดกระทรวงเกษตรฯ และอธิบดีของทุกกรม เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงานในระยะ 3 เดือนแรก เกี่ยวกับมาตรการต่างๆ ที่มีอยู่แล้วให้เห็นผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น

ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ จะไม่นำยางพาราที่อยู่ในสต๊อกออกมาขายในตลาด แต่จะผลักดันนโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ส่วนราชการต่างๆ ใช้ยางพาราในโครงการต่างๆ ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม หากพบข้อติดขัดในการดำเนินการ จะประสานงานกับกระทรวงต่างๆ ให้การดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้ จะส่งเสริมให้สหกรณ์การเกษตรและวิสาหกิจชุมชนมีความเข้มแข็ง เนื่องจากสหกรณ์ถือว่าเป็นองค์กรหลักของเกษตรกรและประชาชน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการรวบรวมผลผลิตจากเกษตรกรมาขายได้ ทำให้เกษตรกรอยู่ได้

“เป้าหมายหลักในการเข้ามาทำงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ การดูแลเกษตรกรให้มีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น การทำงานจะคำนึงถึงประโยชน์ของเกษตรกรเป็นหลัก เมื่อราชการไปแนะนำให้เกษตรกรปลูกหรือทำอะไรแล้ว พืชที่ไปแนะนำให้เกษตรปลูกต้องขายได้ มีคนซื้อ มีตลาดรองรับ เกษตรกรต้องมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าราคาที่ขายออกสู่ตลาด ทำอย่างไรที่จะไม่ให้เกษตรกรขาดทุนและไม่เดือดร้อน” นายกฤษฎา กล่าว

ทั้งนี้ ในวันศุกร์ที่ 8 ธ.ค. 2560 เวลา 09.00 น. จะมีการประชุมร่วมกันระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) โดยมี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ เป็นประธาน เพื่อบูรณาการทำงานร่วมกันทั้งด้านการผลิตและการตลาดของสินค้าเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพ ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

Leave a comment