ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/lady/291185

ปตท.สผ.พาเยาวชนเข้าค่าย ‘ก้าวเพื่อรักษ์’ นำศาสตร์พระราชามาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล
บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) จัดค่าย PTTEP Teenergy ปีที่ 4(ภาคใต้) พาเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ผ่านการคัดเลือก 70 คน จาก 14 จังหวัดภาคใต้ร่วมกิจกรรมเติมเต็มประสบการณ์อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ น้อมนำศาสตร์ของพระราชามาบูรณาการในการเรียนรู้ของเยาวชน ภายใต้แนวคิด “ก้าวเพื่อรักษ์”ณ สวนประวัติศาสตร์พลเอกเปรม ติณสูลานนท์จ.สงขลา ไปเมื่อเร็วๆ นี้
ศิริพงษ์ เฟื่องลิขิต ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ค่าย PTTEP Teenergy ปีที่ 4 จัดขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้เยาวชนในพื้นที่ได้รับความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเลที่อยู่รอบตัว รวมทั้งได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นที่อยู่อาศัย ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมนำไปถ่ายทอดสู่ครอบครัว เพื่อน และคนในชุมชนต่อไป
สำหรับโครงการ PTTEP Teenergy ปตท.สผ.ยังคงเอกลักษณ์ในการปลูกจิตสำนึกรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่เพิ่มความพิเศษด้วยการน้อมนำศาสตร์ของพระราชามาบูรณาการในการเรียนรู้ของเยาวชน ภายใต้แนวคิด “ก้าวเพื่อรักษ์” เป็นการสื่อถึงก้าวย่างที่สำคัญของเยาวชนหัวใจสีเขียวที่ผ่านการบ่มเพาะจากโครงการ ให้มีจิตสำนึกรักและหวงแหนธรรมชาติ และพร้อมที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนในการร่วมมือกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมให้อยู่อย่างยั่งยืน โดยใช้กลยุทธ์ 3 ป. ในการดำเนินการ คือ ปลูก ปั้น และเปลี่ยน ซึ่งเชื่อมั่นว่า การปลูกจิตสำนึก เยาวชนได้ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้างโอกาสในการเรียนรู้นอกห้องเรียน รวมถึงการปั้นเยาวชน ให้มีความรู้สู่การหล่อหลอมหัวใจอนุรักษ์ และส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเยาวชนให้มีความพร้อมในการทำประโยชน์ให้กับสังคม ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเยาวชนในการก้าวออกไปทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนและสังคมดีขึ้น ด้วยการรวมพลังความคิดและลงมือทำด้วยตนเอง
ทั้งนี้ กิจกรรมค่าย PTTEP Teenergy ปีที่ 4 (ภาคใต้) พาเยาวชนทั้ง 70 คน ที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 773 คน ด้วยการเขียนบทความเกี่ยวกับแรงบันดาลใจ และแนวคิดในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เรียนรู้ระบบนิเวศน์ป่าชายเลน ผ่านสะพาน เดินศึกษาธรรมชาติชีวภาพป่าชายเลน ที่สวนประวัติศาสตร์พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ร่วมด้วยกิจกรรม PTTEP รักษ์ถิ่น เรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล การยีไข่ปูเพื่อเพาะฟักลูกปู ซึ่งจะเป็นการเพิ่มปริมาณปูสู่ธรรมชาติ และเป็นการคืนความสมดุลสู่ท้องทะเล พร้อมศึกษาการอนุบาลไข่ปู และร่วมปล่อยปูคืนสู่ทะเลอีกด้วย นอกจากนี้เยาวชนยังได้ร่วมกันสร้างสรรค์โครงการเพื่อสังคม เพื่อนำไปปฏิบัติจริงในพื้นที่ โดย ปตท.สผ. จะมอบทุนสนับสนุนโครงการสำหรับเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการ จำนวน 10 ทุน ทุนละ 10,000 บาท เพื่อนำไปจัดทำโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับโรงเรียน หรือชุมชนของตน
ประวิชญา จันทรัตน์ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนธิดานุเคราะห์ จ.สงขลา หนึ่งในเยาวชนที่เข้าค่าย PTTEP Teenergy ปีที่ 4 (ภาคใต้)เผยว่า จุดเริ่มต้นในการมาเข้าค่ายในครั้งนี้ คือ ตนได้เขียนบทความจากปัญหาที่เห็นภารโรงกวาดใบไม้ ซึ่งกวาดอย่างไร ก็กวาดไม่หมด เพราะใบไม้ตกลงมาเยอะ และต้องใช้บุคลากรเยอะ บางครั้งครูก็ให้พวกเราไปช่วยภารโรงเก็บบ้าง ตนจึงคิดว่าถ้าเรานำใบไม้พวกนั้นไปทำให้เกิดประโยชน์น่าจะดี จึงค้นหาวิธีการทำปุ๋ยใบไม้ สำหรับในการเข้าค่ายครั้งนี้ นอกเหนือจากมิตรภาพแล้ว ตนยังได้ประสบการณ์ทั้งในเรื่องของการนำเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่การเรียนรู้ระบบนิเวศน์ และประชากรปู ตนจะนำเรื่องนี้ไปบอกกับครอบครัวและเพื่อนๆ ว่า ไม่ควรกินไข่ปู เพราะเราสามารถนำไข่ปูไปฝักได้เป็นแสนๆ ตัว เพื่อช่วยกันอนุรักษ์และขยายประชากรปูในทะเลสาบสงขลานั่นเอง
อัครพล จันทร์คง อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช หนึ่งในเยาวชนที่เข้าค่าย PTTEP Teenergy ปีที่ 4 (ภาคใต้) เผยว่า ดีใจและประทับใจที่ได้เข้าค่ายฯ นี้ ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ อย่างเช่นในเรื่องของการส่งเสริมให้ชาวบ้านรู้จักแยกไข่ปู เพื่อนำมาเพาะฟักขยายประชากรปูให้เพิ่มขึ้น ซึ่งตนอยากจะนำความรู้ตรงนี้ไปเสนอให้กับชุมชนได้ร่วมกันอนุรักษ์ปูไข่ พร้อมจัดสร้างบ้านให้ปูอีกด้วย ส่วนในเรื่องของการปลูกป่าชายเลนนั้น นอกจากจะลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ยังเป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศของ กุ้ง หอย ปู ปลา อีกด้วย
