ปตท.สผ.พาเยาวชนเข้าค่าย ‘ก้าวเพื่อรักษ์’ นำศาสตร์พระราชามาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/291185

ปตท.สผ.พาเยาวชนเข้าค่าย ‘ก้าวเพื่อรักษ์’ นำศาสตร์พระราชามาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล

ปตท.สผ.พาเยาวชนเข้าค่าย ‘ก้าวเพื่อรักษ์’ นำศาสตร์พระราชามาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) จัดค่าย PTTEP Teenergy ปีที่ 4(ภาคใต้) พาเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ผ่านการคัดเลือก 70 คน จาก 14 จังหวัดภาคใต้ร่วมกิจกรรมเติมเต็มประสบการณ์อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ น้อมนำศาสตร์ของพระราชามาบูรณาการในการเรียนรู้ของเยาวชน ภายใต้แนวคิด ก้าวเพื่อรักษ์ณ สวนประวัติศาสตร์พลเอกเปรม ติณสูลานนท์จ.สงขลา ไปเมื่อเร็วๆ นี้

ศิริพงษ์ เฟื่องลิขิต ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า ค่าย PTTEP Teenergy ปีที่ 4 จัดขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้เยาวชนในพื้นที่ได้รับความรู้ความเข้าใจ และตระหนักถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเลที่อยู่รอบตัว รวมทั้งได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นที่อยู่อาศัย ด้วยการน้อมนำแนวพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมนำไปถ่ายทอดสู่ครอบครัว เพื่อน และคนในชุมชนต่อไป

สำหรับโครงการ PTTEP Teenergy ปตท.สผ.ยังคงเอกลักษณ์ในการปลูกจิตสำนึกรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่เพิ่มความพิเศษด้วยการน้อมนำศาสตร์ของพระราชามาบูรณาการในการเรียนรู้ของเยาวชน ภายใต้แนวคิด “ก้าวเพื่อรักษ์” เป็นการสื่อถึงก้าวย่างที่สำคัญของเยาวชนหัวใจสีเขียวที่ผ่านการบ่มเพาะจากโครงการ ให้มีจิตสำนึกรักและหวงแหนธรรมชาติ และพร้อมที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนในการร่วมมือกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมให้อยู่อย่างยั่งยืน โดยใช้กลยุทธ์ 3 ป. ในการดำเนินการ คือ ปลูก ปั้น และเปลี่ยน ซึ่งเชื่อมั่นว่า การปลูกจิตสำนึก เยาวชนได้ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้างโอกาสในการเรียนรู้นอกห้องเรียน รวมถึงการปั้นเยาวชน ให้มีความรู้สู่การหล่อหลอมหัวใจอนุรักษ์ และส่งเสริมการสร้างเครือข่ายเยาวชนให้มีความพร้อมในการทำประโยชน์ให้กับสังคม ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับเยาวชนในการก้าวออกไปทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ เพื่อช่วยเปลี่ยนแปลงให้ชุมชนและสังคมดีขึ้น ด้วยการรวมพลังความคิดและลงมือทำด้วยตนเอง

ทั้งนี้ กิจกรรมค่าย PTTEP Teenergy ปีที่ 4 (ภาคใต้) พาเยาวชนทั้ง 70 คน ที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้สมัครกว่า 773 คน ด้วยการเขียนบทความเกี่ยวกับแรงบันดาลใจ และแนวคิดในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เรียนรู้ระบบนิเวศน์ป่าชายเลน ผ่านสะพาน เดินศึกษาธรรมชาติชีวภาพป่าชายเลน ที่สวนประวัติศาสตร์พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ร่วมด้วยกิจกรรม PTTEP รักษ์ถิ่น เรียนรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล การยีไข่ปูเพื่อเพาะฟักลูกปู ซึ่งจะเป็นการเพิ่มปริมาณปูสู่ธรรมชาติ และเป็นการคืนความสมดุลสู่ท้องทะเล พร้อมศึกษาการอนุบาลไข่ปู และร่วมปล่อยปูคืนสู่ทะเลอีกด้วย นอกจากนี้เยาวชนยังได้ร่วมกันสร้างสรรค์โครงการเพื่อสังคม เพื่อนำไปปฏิบัติจริงในพื้นที่ โดย ปตท.สผ. จะมอบทุนสนับสนุนโครงการสำหรับเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการ จำนวน 10 ทุน ทุนละ 10,000 บาท เพื่อนำไปจัดทำโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับโรงเรียน หรือชุมชนของตน

ประวิชญา จันทรัตน์ อายุ 15 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนธิดานุเคราะห์ จ.สงขลา หนึ่งในเยาวชนที่เข้าค่าย PTTEP Teenergy ปีที่ 4 (ภาคใต้)เผยว่า จุดเริ่มต้นในการมาเข้าค่ายในครั้งนี้ คือ ตนได้เขียนบทความจากปัญหาที่เห็นภารโรงกวาดใบไม้ ซึ่งกวาดอย่างไร ก็กวาดไม่หมด เพราะใบไม้ตกลงมาเยอะ และต้องใช้บุคลากรเยอะ บางครั้งครูก็ให้พวกเราไปช่วยภารโรงเก็บบ้าง ตนจึงคิดว่าถ้าเรานำใบไม้พวกนั้นไปทำให้เกิดประโยชน์น่าจะดี จึงค้นหาวิธีการทำปุ๋ยใบไม้ สำหรับในการเข้าค่ายครั้งนี้ นอกเหนือจากมิตรภาพแล้ว ตนยังได้ประสบการณ์ทั้งในเรื่องของการนำเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่การเรียนรู้ระบบนิเวศน์ และประชากรปู ตนจะนำเรื่องนี้ไปบอกกับครอบครัวและเพื่อนๆ ว่า ไม่ควรกินไข่ปู เพราะเราสามารถนำไข่ปูไปฝักได้เป็นแสนๆ ตัว เพื่อช่วยกันอนุรักษ์และขยายประชากรปูในทะเลสาบสงขลานั่นเอง

อัครพล จันทร์คง อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จากโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช หนึ่งในเยาวชนที่เข้าค่าย PTTEP Teenergy ปีที่ 4 (ภาคใต้) เผยว่า ดีใจและประทับใจที่ได้เข้าค่ายฯ นี้ ได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้ อย่างเช่นในเรื่องของการส่งเสริมให้ชาวบ้านรู้จักแยกไข่ปู เพื่อนำมาเพาะฟักขยายประชากรปูให้เพิ่มขึ้น ซึ่งตนอยากจะนำความรู้ตรงนี้ไปเสนอให้กับชุมชนได้ร่วมกันอนุรักษ์ปูไข่ พร้อมจัดสร้างบ้านให้ปูอีกด้วย ส่วนในเรื่องของการปลูกป่าชายเลนนั้น นอกจากจะลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แล้ว ยังเป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศของ กุ้ง หอย ปู ปลา อีกด้วย

Leave a comment