ส่องเกษตร : ดรีมทีม‘สามทหารเสือ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/307192

449007

ส่องเกษตร : ดรีมทีม‘สามทหารเสือ’

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ทันทีที่สามรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนใหม่ซึ่งเปรียบดั่ง “สามทหารเสือ”เริ่มเข้าทำงานในกระทรวงเป็นทางการตั้งแต่วันศุกร์ที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ดูเหมือนได้สร้างสีสันแห่งความหวังให้พี่น้องเกษตรกรได้อย่างมาก โดยเฉพาะการประกาศแนวทางทำงาน เน้นแก้ปัญหาราคาพืชผลตกต่ำ โดยตั้งเป้าเฉพาะหน้าให้เห็นผลภายใน 3 เดือนนี้ เริ่มที่“ยางพารา”ที่กำลังเป็นปมร้อน เขย่ารัฐบาลอยู่

เป็นดังที่คาดว่า รมว.เกษตรฯ-กฤษฎา บุญราช อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยและอดีตผวจ.ทั้งยะลาและสงขลา จะอาศัยประสบการณ์ความเป็นนักปกครองที่ผ่านงานมวลชนมาโชกโชน ทั้งมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำกลุ่มมวลชนต่างๆ เป็นตัวนำในการเข้ามาคลี่คลายความร้อนแรงสถานการณ์ม็อบเกษตรกร เพื่อลดแรงกดดันก่อนการปรับแก้ไขปัญหาด้านราคาต่อไป

ดังนั้น หลังเปิดตัวทำความคุ้นเคยกับข้าราชการและสื่อมวลชนในวันแรกไปแล้ว เริ่มสัปดาห์ใหม่วันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม ก็มีการเปิดกระทรวงเกษตรฯต้อนรับหลายกลุ่มมวลชนเกษตรกรเข้ามายื่นข้อเรียกร้องต่างๆในทันที มีทั้งตัวแทนชาวสวนยางภาคใต้ 16 จังหวัดที่มาเรียกร้องการแก้ปัญหาราคายางฯตกต่ำ,กลุ่มเกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร(กฟก.)มาเร่งรัดการแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกร และกลุ่มชาวประมง 3 จังหวัดชายแดนใต้ เรียกร้องให้ผ่อนคลายมาตรการแก้ไขปัญหา IUU-การทำประมงผิดกฎหมายฯ ที่ปรากฏว่า ภาครัฐได้ออกมาตรการที่เข้มงวดเกินไปกว่าที่สหภาพยุโรปกดดันมา ทำให้ชาวประมงเดือดร้อนมาก

ทั้งนี้รมว.กฤษฎา บุญราช ควงคู่กับรมช.ลักษณ์ วจนานวัช ออกมารับข้อเรียกร้อง พร้อมทั้งนั่งประชุมหารือ ฟังข้อคิดเห็นบรรดาแกนนำกลุ่มเกษตรกรต่างๆเหล่านี้ด้วยตัวเอง และรับปากจะเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ โดยยึดตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ 10 ที่ให้ใช้ปัญญาทำเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนมากที่สุด…ก็ต้องถือว่า ได้ใจมวลชนในระดับหนึ่งเลยทีเดียว เชื่อว่าจะช่วยลดความร้อนแรงปัญหาม็อบเกษตรได้ไม่น้อย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยังต้องรอดูผลการทำงานที่เป็น“รูปธรรม”ต่อไป เฉพาะหน้า 3 เดือนต่อจากนี้ที่ได้ประกาศไว้ว่า ต้องทำให้สถานการณ์ต่างๆดีขึ้น โดยเฉพาะราคาพืชผลทางการเกษตร… จะมี“ปัญญา”มี“ฝืมือ”หรือเรียกรวมๆว่า มี“น้ำยา”ทำได้จริงอย่างที่ประกาศไว้หรือไม่?

อย่างไรก็ตามก็ต้องให้กำลังใจอย่างยิ่งกับความตั้งใจจริงของทั้ง 1 รมว.กฤษฎา บุญราชและอีก 2 รมช.คือลักษณ์ วจนานวัช กับ วิวัฒน์ ศัลยกำธรหรือ“อาจารย์ยักษ์” ซึ่งในการเปิดตัวกับสื่อมวลชนประจำกระทรวงเกษตรฯวันแรกที่เข้ามาทำงานนั้น ทั้ง 3 ต่างโชว์วิสัยทัศน์และประสบการณ์การทำงานที่ตนถนัด ที่จะนำมาใช้กับการแก้ไขปัญหาเกษตรกรได้อย่างน่าสนใจ

นายกฤษฎาระบุตอนหนึ่งว่า ตลอดการทำงานในฐานะนักปกครอง 38 ปีที่รับราชการไปทุกจังหวัด มีเป้าหมายทำเรื่องเพิ่มรายได้เกษตรกร ดูแลให้มีการผลิตที่มั่นคง
ดังนั้นจากนี้ สิ่งที่กระทรวงเกษตรฯไปแนะนำให้ปลูกอะไร ก็ต้องรู้ว่ามีคนซื้อด้วย ทั้งทำอย่างไรที่จะให้ผลผลิตขายได้ ไม่ขาดทุน ไม่เดือดร้อน อย่าทำให้เกษตรกรหมดหวังในอาชีพ ต้องให้เขามีกำลังใจในการผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพ

ส่วนนายลักษณ์ เป็นอดีตผู้จัดการ ธ.ก.ส.มาก่อน ก็เน้นเรื่องมาตรการสินเชื่อเกษตรกรเพื่อชะลอการขายผลผลิตช่วงต้นฤดูไม่ให้ออกมามากจนกดดันราคา ทั้งผลักดันแผนทำ“ไซโล”เพื่อชะลอพืชผลการเกษตร สนับสนุนการรวมตัวเกษตรกรในพื้นที่เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ใช้ระบบสหกรณ์ที่เข้มแข็งช่วยจัดการบริหารสินค้าเกษตร เพิ่มอำนาจต่อรองในตลาด ทวงคืนมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตที่ตกไปอยู่ในมือพ่อค้า ให้กลับมาสู่เกษตรกรได้จริง

ขณะที่“อาจารย์ยักษ์”ผู้ได้ชื่อว่า ประสบความสำเร็จในการผลักดันแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ สู่การปฏิบัติที่เป็นจริง ก็เน้นมาดูแลโครงการพระราชดำริของ 10 หน่วยงานในกระทรวง โดยเฉพาะเรื่อง“น้ำ”ที่วิกฤติทุกปีทั้งน้ำท่วม-ภัยแล้ง ซึ่งต้องเร่งวางแผนล่วงหน้า ช่วยไม่ให้ผลผลิตเสียหาย ทั้งนี้จะยกระดับกรมฝนหลวงและการบินเกษตรทำงานร่วมกับกองทัพอากาศ เพื่อเสริมศักยภาพฝนหลวง และใช้แนวทางพระราชดำริแก้น้ำท่วม-ภัยแล้งตามแบบในหลวง ร.9 ที่ทรงมีรับสั่งขุดบ่อทำ“หลุมขนมครก”กักเก็บน้ำ เชื่อมต่อขุดหนอง คลอง สิ่งสำคัญต้องมีกลไกการมีส่วนร่วมทุกระดับ ซึ่งได้ทำแผนปฏิรูป ขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาลงสู่พื้นที่ให้ได้

ถ้าผสานแนวทางเหล่านี้ให้ลงตัวและทำงานให้เป็น“ดรีมทีม” ผมก็เชื่อว่า ไม่เพียงแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำได้ ที่สำคัญน่าจะเป็นการพัฒนาเกษตรกร ให้มีความเป็นอยู่ได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น

สาโรช บุญแสง

Leave a comment