แอ่วเหนือม่วนใจ๋ ตะลอนเที่ยวเส้นทางสายบุญ อัตลักษณ์แห่งเมืองล้านนา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/290056

แอ่วเหนือม่วนใจ๋ ตะลอนเที่ยวเส้นทางสายบุญ อัตลักษณ์แห่งเมืองล้านนา

แอ่วเหนือม่วนใจ๋ ตะลอนเที่ยวเส้นทางสายบุญ อัตลักษณ์แห่งเมืองล้านนา

วันอังคาร ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2560, 17.48 น.

5 ก.ย.60 หากจะกล่าวถึงการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือ จ.เชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ซึ่งอยู่ในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ถือเป็นอีกพื้นทื่หนึ่งที่น่าสนใจ เพราะมีความหลากทางด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และยังมีความหลากหลายทางด้านวิถีชีวิตและวัฒนธรมที่มีหลากหลายมากกว่า 30 ชาติพันธุ์ แต่ยังคงความเป็นอัตลักษณ์ของความล้านนาไว้อย่างเหนียวแน่น จึงทำให้มีวัดวาอารามและโบราณสถานตลอดจนผลงานด้านศิลปผุดขึ้นมากมาย

 

ด้วยจุดเด่นเหล่านี้ทำให้ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด(ทกจ.)เชียงราย จึงได้จัดให้มีการเชื่อมโยงด้านการท่องเที่ยวของ 4 จังหวัดขึ้นภายใต้ชื่อ FAM trip เปิดประตูสู่ล้านนาตะวันออก เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน โดยมีการเชิญตัวแทนจากภาคส่วนราชการ ผู้ประกอบการท่องเที่ยว สถาบันการศึกษาและสื่อมวลชนจากพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง ตะลอนทัวร์ตามเส้นทางท่องเที่ยว ภายใต้ทริป Agent Media Fam Tiaip ระหว่างวันที่ 1-4 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา

โดยจังหวัดแรกที่มีการเยี่ยมชมคือ จ.แพร่ สิ่งที่น่าสนใจอยู่ในพื้นที่ อ.ลอง มีพิพิธภัณฑ์โกมลผ้าโบราณ ที่ก่อสร้างตามแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมกับยุโรป ชมผ้าซิ่นตีนจกเมืองลอง เป็นผ้าที่มีลวดลายสวยงามและมีชื่อเสียงประจำ จ.แพร่  สถานีรถไฟบ้านปิน ที่สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมบาวาเรียนแท้ๆ  ในตัวเมืองยังมีคุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่หรือจวนผู้ว่าราชการแพร่ ที่ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ประชาชนเข้าชม คุ้มหลวงวงศ์บุรีหรือบ้านวงศ์บุรี อายุกว่า 100 ปี

จ.น่าน นอกจากจะสัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่ายของชาวน่านด้วยการนั่งรถรางชมเมือง ชมดอยสวนยาหลวง ซึ่งเป็นสวนกาแฟบนทิวเขาที่สวยงาม ที่นี่ยังโดดเด่นด้านโบราณสถานและขึ้นชื่อในด้านศิลปะอีกด้วย โดยสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวคือวัดพระธาตุช้างคำวรวิหาร  ตั้งอยู่ที่ถนนสุริยพงษ์  กลางใจเมือง จ.น่าน หรือเรียกว่าวัดหลวง หรือวัดหลวงกลางเวียง  สร้างขึ้นสมัยปู่แข็ง พ.ศ.949  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดยืนปางประทานอภัย สร้างสมัยสุโขทันตอนปลาย เป็นพระประธานขนาดใหญ่ศิลปะเชียงแสน ตึวพระวิหารหลวงสร้างตามสถาปัตยกรรมทางภาคเหนือ มีองคืพระธาตุเจดีย์ช้างค้ำอยู่ด้านหลัง และมีพระเจ้าทันใจ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยให้กราบไหว้สักการะบูชาด้วย

ไม่ไกลกันมากนักมีเสาหลักเมืองน่าน ที่สร้างขึ้นโดยสมเด็จเจ้าฟ้าอัตถะวรปัญโญ เจ้าผู้ครองนครน่าน ตั้งอยู่บริเวณวัดมิ่งเมือง เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2333 เดิมเสาหลักเมืองสร้างขึ้นด้วยไม้ แต่เกิดน้ำท่วมเมืองและฝังอยู่ใต้ดินหลายร้อยปี ทำให้พุกร่อน ปัจจุบันจึงมีการสร้างเสาหลักเมืองจำลองแบบอิฐปูนขึ้นมาทดแทนและมีการสร้างศาลหลักเมืองน่านขึ้นมาครอบไว้  ออกนอกตัวเมืองอีกหน่อยในพื้นที่ ต.ดู่ใต้ อ.เมืองน่าน จะมีวัดพระธาตุเขาน้อย ตั้งตระหง่านอยู่บนสันเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 250 เมตร  หน้าวัดมีบันได 303 ขั้น มีองค์พระธาตุขนาดใหญ่สร้างโดยพระมเหสีรองของพญาภูเข็ง เจ้าผู้ครองนครน่าน ด้วยความที่เป็นวัดเก่าแก่  ด้านมีพระพุทธมหาอุตมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน พระพุทธรูปปางลีลาตั้งตระหง่าน เป็นจุดชมวิวทัศนีทัศน์ของตัวเมืองน่านอย่างชัดเจนทำให้ปี พ.ศ.2523 กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัด

อีกจุดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเที่ยว จ.น่าน คือหอศิลป์ริมน่าน  ตั้งอยู่บ้านห้วยยื่น ม.2 ต.บ่อ อ.เมืองน่าน ซึ่งเป็นสถานที่แสดงศิลปะของศิลปินชาวเมืองน่านและจากทั่วประเทศ บนเนื้อที่ 13 ไร่ ที่ทาง อ.วินัย ปราบริปู ศิลปินชาวเมืองน่านใช้เวลาก่อตั้งมา 13 ปี  ปัจจุบันมีหอแสดงขนาดใหญ่ภายในมีการจัดแสดงศิลปะร่วมสมัย ที่รวมเอาศิลปะจากทั่วประเทศมาจัดแสดง โดยมีภาพจากฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระเทพสยามบรมราชกุามารีฯ ที่เคยเสด็จพื้นที่ 3 ครั้งมาจัดแสดงด้วย ด้านนอกมีการจัดแสดงศิลปะของ อ.วินัย และมีอาคารแสดงปฎิมากรรมไม้และเฮือนหนานบัวผัน  ซึ่งเป็นสถานที่เชิดชูเกียรติหนานบัวผัน ศิลปินผู้เขียนจิตรกรรมฝาผนังวัดหนองบัวและวัดภูมินทร์ให้ชมด้วย

ที่ จ.พะเยา นอกจากจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวชุมชนชาวไทยลื้อ โดยเฉพาะที่ศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อ อ.เชียงคำ  ที่ยังมีการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัว มีสถาปัจบ้านเรือนแบบดั้งเดิม ชมวัดแสงเมืองมา ที่สร้างโดยชาวเมืองมาง มณฑลยูนนานครั้งถูกเจ้าเมืองน่านต้อนมาในอดีตแล้ว ในตัวเมืองพะเยา ยังมีกว๊านพะเยา เป็นบึงน้ำขนาดใหญ่รูปพระจันทร์เสี้ยวเกือบครึ่งวงกลม ที่เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมาเที่ยวยามเย็น ให้อาหารปลาและออกกำลังกาย

 

นอกจากนี้ภายในกว๊านพะเยายังเป็นที่ตั้งของวัดติโลกอาราม ซึ่งปรากฎอยุ่ในศิลาจารึกเรียกว่าบวกสี่แจ่ง เป็นจัดวที่พระเจ้าติโลกราชแห่งราชอาณาจักรล้านนาโปรดให้พระยายุทธิษถิระ เจ้าเมืองพะเยา สร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2019-2029 เวลากว่า 500 ปีที่ผ่านมาได้กลายเป็นวัดร้าง กระทั่ง พ.ศ.2482 กรมประมงสร้างประตูกั้นน้ำในกว๊านพะเยา เพื่อกักเก็บน้ำทำให้โบราณสถานทั้งหมดจมอยู่ใต้น้ำ จนเมื่องปี 2550 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงมีการศึกษาประวัติศาสตร์พื้นฟูให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวและใช้เป็นสถานที่ทางศาสนา ทุกวันสำคัญศาสนาจึงมีการจัดเวียนเทียนทางน้ำขึ้นเป็นแห่งเดียว ทำให้ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญนั่งเรือไปชม กราบไหว้ อย่างไม่ขาดสาย

วัดห้วยผาเกี๋ยง ตั้งอยู่ที่ ม.12 ต.ท่าวังทอง อ.เมืองพะเยา ก็เป็นอีกจุดที่กำลังพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยวัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเขาเต็มไปด้วยเขาหินและหน้าผาหิน อีกทั้งเป็นแนวเขตเดียวกันกับเมืองโบราณเก่าที่เรียกว่าเมืองผายาวหรือพะเยาในปัจจุบัน ทางวัดจึงได้จัดตั้งให้เป็นอุทยานพุทธศิลป์ขึ้น  โดยมีพระสงฆ์รุปหนึ่งได้มีการเกะสลักพระพุทธรุปบางต่างๆ อาทิพระศรีนวมินทราทิตย์  พระพุทธรูปปางลีลา พระในอริยาบถนั่งและยืน เศรียรพระพุทธรูปกระจายไปก้อนหินต่างไม่ต่ำกว่า 30 ชิ้น ทำให้ทุกวันนี้เป้นที่สนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางไปเยี่ยมชมตลอดปี

ในพื้นที่ จ.เชียงราย มีวัดที่น่าสนใจและกำลังได้รับความนิยมมาท่องเที่ยวกันอย่างมากคือวัดร่องเสือเต้น ตั้งอยู่ในชุมชนร่องเสือเต้น ต.ริมกก อ.เมือง จุดเด่นของวัดอยู่พระอุโบสถใหม่ที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบไทยประยุกต์  เป็นสีฟ้าสลับสีทองตกแต่งด้วยลวดลายและจิตรกรรมฝาผนังอันวิจิตรงดงามจากฝีมืองของนายพุทธา กาบแก้ว หรือ สล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงรายเอง

ในเส้นทางเดียวกันยังมีวัดห้วยปลากั้ง ต.ริมกก อ.เมือง มีพระอาจารย์พบโชค ติสสวังโส เป็นเจ้าอาวาส จุดเด่นของวัดอยู่ที่” พบโชคธรรมเจดีย์”   ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงถึง 9 ชั้น ศิลปะจีนผสมล้านนา  ล้อมรอบด้วยเจดีย์ เล็กๆ 12 ราศี โดยชั้นแรกมีองค์เจ้าแม่กวนอิมปางประทานพรที่มีขนาดใหญ่ แกะสลักด้วยไม้จันทร์หอมที่นำมาจาก ประเทศจีน อินเดีย พม่า ชั้น 2 เจ้าแม่กวนอิมปางประทับยืน ชั้น 3 เจ้าแม่กวนอิมปางประทับนั่ง ชั้น 4 หลวงพ่อพระพุทธโสธรจำลอง ชั้น 5 เจ้าแม่กวนอิมปางพันมือชั้น 6 หลวงปู่โต พรหมรังสี และหลวงปู่ทวด ชั้น 7 พระพุทธรูปปางนาคปรก ถือว่าเป็นชั้นสวรรค์ดาวดึงห์ ปกป้องคุ้มครองปฐพี ชั้น 8 พระสังกัจจายน์หรือพระศรีอริยเมตไตรย เทพเจ้าแห่งความสำเร็จ เทพเจ้าแห่งความร่ำรวย ประทานทรัพย์ ประทานพร ชั้น 9 พระอิศวร ด้านนอกยังมีองค์เจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ ที่มีขนาด ความสูงถึง  69 เมตร 23 ชั้น ขึ้นด้วยลิฟท์ ชั้น 22-23 มองเห็นภูมิทัศน์ของตัวเชียงรายได้อย่างชัดเจน

ปิดทริปเส้นทางท่องเที่ยวที่ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน ตำบลห้วยสัก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย แหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่กำลังมาแรงของ จ.เชียงรายที่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงรายมากนัก ที่ทางพระมหาวุฒิชัย  วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) พระนักคิด นักเขียน นักเทศน์และพัฒนาสังคมชื่อดังของประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นตั้งอยู่ที่ 217 หมู่ที่ 25 บ้านใหม่สันป่าเหียง ต.ห้วยสัก อ.เมือง จ.เชียงราย ภายในบริเวณบ้านเต็มไปด้วยธรรมชาติ บรรยากาศร่มเย็นสบาย บนเนื้อที่กว่า 170  ไร่ติดกับอ่างเก็บน้ำห้วยสัก ภายในมีอุโมงค์กล้วยไม้มงคล เสาตุงล้านนา หุ่นปั้นเณรน้อยปิดหุ ปิดตา ปิดปากและเปิดใจ หอศิลป์ ว.วชิรเมธี ซุ้มโคมล้านนา  อาคารวิปัสสนาหรือธรรมสภา วิหารดินและมหาวิทยาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเป็นพุทธเกษตร เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพให้แก่กลุ่มผู้สนใจ

นายเธียรแสง ขันตี นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จ.นครสวรรค์  ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะสำรวจเส้นทางเปิดเผยว่า ทั้ง 4 จังหวัดนอกจากจะมีวัด โบราณสถานที่สำคัญให้ชมมากมาย ยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจและน่าเที่ยวกระจายอยู่ตามอำเภอรอบนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จ.เชียงราย ที่เน้นในเรื่องของโครงการท่องเที่ยวอาหารปลอดภัย ที่สามารถเป็นโมเดลในการนำไปประยุกต์ใช้ในการท่องเที่ยวภาคอื่นๆได้ โดยวัดต่างๆก็มีความเป็นล้านนา แตกต่างจากภาคกลางแต่สามารถเชื่อมโยงการท่องเที่ยวได้ทั้งทางบกและทางเครื่องบิน ดดยเแพาะการเปิดท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม ความเป็นอยู่วิถีชีวิตที่ปัจจุบันหาได้ยาก ที่ผ่านมาจะมีการท่องเที่ยวเแพาะจุดมีเป้าหมายไม่กี่แห่งและเที่ยวทีละจังหวัด หากมีการรวมทริปการท่องเที่ยวเป็นเครือข่ายลักาณะนี้เชื่อว่าจะได้รับความสนใจมากขึ้น ทำให้เกิดความหลากผลายและจะเป็นการท่องเที่ยวที่แข้มแข็งในอนาคต

Leave a comment